๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ ๒. อุพพริวรรค หมวดว่าด้วยพระนางอุพพรีกับเปรต ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ เรื่องนางเปรตสังสารโมจิกา (ท่านพระสารีบุตรเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
แน่ะนางผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงผุดขึ้น เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ที่นี้ (นางเปรตตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (พระเถระถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร เธอจึงต้องจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางเปรตตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ชนเหล่าใดเป็นบิดาก็ตาม มารดาก็ตาม หรือแม้เป็นญาติ พึงชักชวนดิฉันว่า เธอจงมีจิตเลื่อมใสให้ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ชนผู้อนุเคราะห์แก่ดิฉันเช่นนั้น มิได้มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๘๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ
ข้อที่ดิฉันเป็นเปรตเปลือยกาย ถูกความหิวและความอยากเบียดเบียนเที่ยวไปเช่นนี้ ตลอด ๕๐๐ ปีนับแต่บัดนี้ไป นั้นเป็นผลกรรมชั่วของดิฉัน
พระคุณเจ้าผู้แกล้วกล้า มีอานุภาพมาก ดิฉันมีจิตเลื่อมใส ขอไหว้ท่าน และขอท่านจงอนุเคราะห์ดิฉัน พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอท่านจงให้ไทยธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วอุทิศส่วนบุญแก่ดิฉันบ้าง ขอจงช่วยดิฉันให้พ้นจากทุคติด้วยเถิด (เพื่อจะแสดงการที่พระเถระปฏิบัติ พระธรรมสังคีติกาจารย์จึงกล่าว ๓ คาถาว่า)
พระสารีบุตรเถระซึ่งเป็นผู้อนุเคราะห์นั้นรับคำนางเปรตนั้นแล้ว จึงถวายข้าวปั้นหนึ่ง ผ้ามีขนาดเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง และน้ำดื่มถ้วยหนึ่ง แก่ภิกษุแล้วอุทิศส่วนบุญให้นางเปรตนั้น
ในลำดับที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง วิบากคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ก็เกิดขึ้นแก่นางเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา
ลำดับนั้น นางมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี มีพัสตราภรณ์และเครื่องประดับวิจิตรงดงาม เข้าไปหาพระสารีบุตรเถระ (พระสารีบุตรเถระถามว่า)
แม่เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศสถิตอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ โภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๘๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ
แม่เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า สมัยเมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ แม้เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เทพธิดานั้นตอบว่า)
(เมื่อก่อน) พระคุณเจ้าเป็นมุนีมีความกรุณาในโลก ได้เห็นดิฉันซุบซีดผอมเหลือง หิวโหย เปลือยกาย มีผิวแตกเป็นริ้วรอย ได้รับความทุกข์
ได้ถวายข้าวปั้นหนึ่ง ผ้ามีขนาดเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง และน้ำดื่มถ้วยหนึ่ง แก่ภิกษุแล้วอุทิศส่วนบุญให้ดิฉัน
ขอพระคุณเจ้าจงดูผลแห่งคำข้าว ดิฉันสมบูรณ์ด้วยกามที่น่ารื่นรมย์ บริโภคข้าวมีกับข้าวซึ่งมีรสหลายอย่าง ถึง ๑,๐๐๐ ปี
ขอพระคุณเจ้าจงดูวิบากแห่งผ้าที่มีขนาดเท่าฝ่ามือว่าเป็นเช่นใด ผ้าในแคว้นของพระเจ้านันทราชมีประมาณเท่าใด
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ผ้านุ่งผ้าห่มของดิฉันมีมากกว่านั้น คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าป่าน และผ้าฝ้าย
ผ้าเหล่านั้นทั้งยาว ทั้งกว้าง มีราคาแพง ห้อยอยู่ในอากาศ ดิฉันเลือกเอาแต่ผืนที่พอใจนุ่งห่ม
อนึ่ง ขอพระคุณเจ้าจงดูวิบากแห่งการถวายน้ำดื่มถ้วยหนึ่ง ว่ามีผลเช่นใด สระโบกขรณี ๔ เหลี่ยม ลึก ที่สร้างไว้ดีแล้ว
มีท่าเรียบ มีน้ำใสเย็น มีกลิ่นหอม หาสิ่งเปรียบมิได้ หนาแน่นไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล เต็มด้วยน้ำซึ่งดารดาษด้วยเกสรดอกบัว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๘๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ
ดิฉันเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ย่อมรื่นรมย์ร่าเริงบันเทิงใจ พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันมาเพื่อจะไหว้พระคุณเจ้า ผู้เป็นปราชญ์ มีความกรุณาในโลก สังสารโมจกเปติวัตถุที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา อุพพรีวรรคที่ ๒ ๑. สังสารโมจกเปตวัตถุ ว่าด้วยไม่ทำบุญไปเป็นนางเปรต ท่านพระสารีบุตรเถระถามนางเปรตตนหนึ่งว่า
|๙๘.๙๕| ๑ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ กีสา ธมนิสณฺฐิตา อุปฺผาสุฬิเก กีสิเก กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ |๙๘.๙๖| อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกมิโต คตาติ ฯ |๙๘.๙๗| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๙๘.๙๘| อนุกฺกมฺปกา มยฺหํ นาเหสุํ ภนฺเต ปิตา มาตา จ อถ วาปิ ญาตกา เย มํ นิโยเชยฺยุํ ททาหิ ทานํ ปสนฺนจิตฺตา สมณพฺราหฺมณานํ ฯ |๙๘.๙๙| อิโต อหํ วสฺสสตานิ ปญฺจ ยํ เอวรูปา วิจรามิ นคฺคา ขุทาย ตณฺหาย จ ขชฺชมานา ปาปสฺส กมฺมสฺส ผลํ มเมทํ ฯ |๙๘.๑๐๐| วนฺทามิ ตํ อยฺย ปสนฺนจิตฺตา อนุกมฺป มํ วีร มหานุภาว ทตฺวา จ เม อาทิส ยาหิ กิญฺจิ โมเจหิ มํ ทุคฺคติยา ภทนฺเตติ ฯ |๙๘.๑๐๑| สาธูติ โส ตสฺสา ปฏิสุณิตฺวา สารีปุตฺโต อนุกมฺปโก ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา ปาณิมตฺตญฺจ โจลกํ ถาลกสฺส จ ปานียํ ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ |๙๘.๑๐๒| สมนนฺตรา อนุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ ฯ โภชนจฺฉาทนปานียํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ |๙๘.๑๐๓| ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี วิจิตฺตวตฺถาภรณา สารีปุตฺตํ อุปสงฺกมิ ฯ |๙๘.๑๐๔| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา ฯ |๙๘.๑๐๕| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๙๘.๑๐๖| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาปิ เอวํ ชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๙๘.๑๐๗| อุปฺปณฺฑุกึ กิสํ ฉาตํ นคฺคสมุฏิตจฺฉวึ มุนิ การุณิโก โลเก ตํ มํ อทกฺขิ ทุกฺขิตํ |๙๘.๑๐๘| ภิกฺขูนํ อาโลปํ ทตฺวา ปาณิมตฺตญฺจ โจลกํ ถาลกสฺส จ ปานียํ มม ทกฺขิณมาทิสิ ฯ |๙๘.๑๐๙| อาโลปสฺส ผลํ ปสฺส ภตฺตํ วสฺสสตํ ทส ภุญฺชามิ กามกามินี อเนกรสพฺยญฺชนํ ฯ |๙๘.๑๑๐| ปาณิมตฺตสฺส โจลสฺส วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ ยาวตา นนฺทราชสฺส วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉทา |๙๘.๑๑๑| ตโต พหุตรา ภนฺเต วตฺถานิจฺฉาทนานิ เม โกเสยฺยกมฺพลียานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ |๙๘.๑๑๒| วิปุลา จ มหคฺฆา จ เตปากาเสว ลมฺพเร สาหํ ตํ ปริทหามิ ยํ ยํ หิ มนโส ปิยํ |๙๘.๑๑๓| ถาลกสฺส จ ปานียํ วิปากํ ปสฺส ยาทิสํ ฯ คมฺภีรา จตุรสฺสา จ โปกฺขรญฺญา สุนิมฺมิตา |๙๘.๑๑๔| เสโตทกา สุปติตฺถา สีตา อปฺปฏิคนฺธิยา ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา วาริกิญฺชกฺขปูริตา |๙๘.๑๑๕| สาหํ รมามิ กีฬามิ โมทามิ อกุโตภยา มุนึ การุณิกํ โลเก ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ สํสารโมจกเปตวตฺถุ ปฐมํ ฯ
ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วย เส้นเอ็น ดูกรนางผู้ซูบผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นใครเล่ามายืนอยู่ในที่นี้? นางเปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต เข้าถึงทุคติเกิดในยมโลก ได้ทำกรรม อันชั่วไว้ จึงไปจากมนุษยโลกสู่เปตโลก. พระเถระถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรด้วยกาย วาจา ใจ เล่า ท่านไปจากมนุษยโลกนี้ สู่เปตโลก เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร? นางเปรตนั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ชนเหล่าใดเป็นบิดาก็ดี มารดาก็ดี หรือแม้เป็นญาติ ผู้มีจิตเลื่อมใส พึงชักชวนดิฉันว่า จงให้ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ชนผู้อนุเคราะห์แก่ดิฉันเช่นนั้นมิได้มี เพราะไม่ได้ทำกุศลกรรมมีทาน เป็นต้น ดิฉันจึงเป็นเปรตเปลือยกาย ถูกความหิวและความกระหาย เบียดเบียนเที่ยวไปเช่นนี้ตลอด ๕๐๐ ปี นี่เป็นผลแห่งบาปกรรมของ ดิฉัน ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ดิฉันมีจิตเลื่อมใสจะขอไหว้ท่าน ข้าแต่ ท่านผู้แกล้วกล้า มีอานุภาพมาก ขอท่านจงอนุเคราะห์แก่ดิฉันเถิด ขอ ท่านจงให้ทานอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วจงอุทิศกุศลมาให้ดิฉันบ้าง ขอ ท่านจงเปลื้องดิฉันจากทุคติด้วยเถิด. ท่านพระสารีบุตรเถระผู้มีใจอนุเคราะห์ รับคำของนางเปรตนั้นแล้ว จึง ถวายข้าวคำหนึ่ง ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง และน้ำดื่มขันหนึ่ง แก่ ภิกษุรูปหนึ่งแล้ว อุทิศส่วนบุญไปให้นางเปรตนั้น พอท่านพระสารีบุตร เถระอุทิศส่วนบุญให้ ข้าวน้ำและเครื่องนุ่งห่ม ก็บังเกิดขึ้นทันที นี่ เป็นผลแห่งทักษิณา ภายหลังนางเปรตนั้นมีร่างกายบริสุทธิ์ นุ่งห่มผ้า อันสะอาด มีค่ามากยิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี มีวัตถาภรณ์อันวิจิตรงดงาม เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรเถระ. พระสารีบุตรเถระถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไร อิฏฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่ง ทุกอย่างอันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกร นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เราขอถามท่าน ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำ บุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว ทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า เมื่อก่อนดิฉันเป็นเปรต พระคุณเจ้าเป็นมุนีมีความกรุณาในโลก ได้เห็น ดิฉันซูบผอม ถูกความหิวแผดเผา เปลือยกาย มีหนังแตกเป็นริ้วรอย เสวยทุกขเวทนา ได้ให้ข้าวคำหนึ่ง ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือผืนหนึ่ง น้ำ ขันหนึ่ง แก่ภิกษุ แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ดิฉัน ขอท่านจงดูผลแห่ง ข้าวคำหนึ่งที่พระคุณเจ้าให้แล้ว ดิฉันเป็นผู้ประกอบด้วยกามที่น่า ปรารถนา บริโภคอาหารมีกับข้าวมีรสหลายอย่าง ตั้งพันๆ ปี ขอพระ คุณท่านจงดูผลแห่งการให้ผ้าประมาณเท่าฝ่ามือ ดิฉันได้รับนี้เถิด ข้าแต่ พระคุณเจ้าผู้เจริญ ผ้าในแว่นแคว้นของพระเจ้านันทราชมีประมาณ เท่าใด ผ้านุ่งผ้าห่มของดิฉันมีมากกว่านั้นอีก คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าป่าน ผ้าฝ้าย ผ้าแม้เหล่านั้น ทั้งกว้างทั้งยาว ทั้งมีค่ามาก ห้อยอยู่ ในอากาศ ดิฉันเลือกเอาแต่ผืนที่พอใจนุ่งห่ม ขอพระคุณท่านจงดูผล แห่งการให้น้ำขันหนึ่งซึ่งดิฉันได้รับอยู่นี้ สระโบกขรณี ๔ เหลี่ยมลึก อันบุญกรรมสร้างให้ดีแล้ว มีน้ำใส มีท่าราบเรียบ มีน้ำเย็น มีกลิ่นหอม หาสิ่งเปรียบมิได้ ดาดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล เต็มไปด้วยน้ำ อันดาดาษไปด้วยเกษรบัว ดิฉันปราศจากภัย ย่อมรื่นรมย์ ชื่นชม บันเทิงใจ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันมาเพื่อจะไหว้พระคุณเจ้าผู้เป็น ปราชญ์ มีความกรุณาในโลก. จบ สังสารโมจกเปตวัตถุที่ ๑.