๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ เรื่องเปรตญาติของพระสานุวาสีเถระ
พระเถระชาวกุณฑินครรูปหนึ่งซึ่งอยู่ประจำที่ภูเขาสานะ มีชื่อว่า โปฏฐปาทะ เป็นผู้สงบ อบรมอินทรีย์แล้ว
มารดา บิดา พี่ชายของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงไปเกิดในเปตโลก
เปรตเหล่านั้นตกยาก มีร่างกายเศร้าหมอง อึดอัดด้วยของบูดเน่า ลำบากยิ่งนัก เปลือยกาย ซูบผอม สะดุ้งหวาดเสียวมาก ทำงานหนัก ไม่กล้าปรากฏตัว
เปรตพี่ชายของท่านเพียงคนเดียวกล้าเปลือยกาย คลานไปแสดงตนแก่พระเถระในทางเปลี่ยว
ฝ่ายพระเถระก็ไม่ได้ใส่ใจถึง เดินผ่านไปอย่างสงบ เปรตนั้นจึงบอกให้พระเถระรู้ว่า ข้าพเจ้าคือพี่ชายของท่าน ซึ่งไปเกิดในเปตโลก
ท่านผู้เจริญ มารดาบิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องไปเกิดในเปตโลก
เปรตมารดาบิดาของท่านเหล่านั้นตกยาก มีร่างกายเศร้าหมอง อึดอัดด้วยของบูดเน่า ลำบากยิ่งนัก เปลือยกาย ซูบผอม สะดุ้ง หวาดเสียวมาก ทำงานหนัก ไม่กล้าปรากฏตัว
ขอท่านกรุณาอนุเคราะห์ให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้พวกเรา พวกเปรตที่ทำงานหนักจักเป็นอยู่ได้ด้วยทานที่ท่านให้แล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ
พระเถระและภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป เที่ยวบิณฑบาตแล้ว กลับมาประชุมกัน เพราะต้องทำภัตกิจ ร่วมกัน
พระเถระกล่าวกับภิกษุเหล่านั้นแม้ทั้งหมดว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้ภัตตาหารตามที่ได้มาแก่ผมเถิด ผมจักทำสังฆภัต เพื่ออนุเคราะห์ญาติทั้งหลาย
ภิกษุเหล่านั้นจึงมอบถวายพระเถระ พระเถระจึงนิมนต์สงฆ์มาแล้วถวายทาน ครั้นถวายแล้วอุทิศส่วนกุศลให้ว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด
ในลำดับที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง โภชนะสะอาด ประณีต สมบูรณ์ พร้อมด้วยกับมีรสต่างๆ ก็เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น
หลังจากที่ได้ของกินนั้น เปรตผู้เป็นพี่ชายมีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข ก็มาแสดงตนกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ดูเอาเถิด โภชนะมีมากมาย แต่พวกเรายังเปลือยกายอยู่ ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้ผ้านุ่งผ้าห่มเถิด
พระเถระเลือกเก็บผ้าเก่าจากกองขยะ เย็บผ้าเก่าให้เป็นจีวร แล้วได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔ @เชิงอรรถ : @ การฉันภัตตาหารร่วมกัน @ ถวายอาหารแก่สงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ
ครั้นถวายแล้ว ได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด
ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง ผ้าทั้งหลายก็เกิดมีแก่เปรตเหล่านั้น หลังจากได้ผ้าแล้ว เปรตผู้เป็นพี่ชายนุ่งห่มผ้าสวยงาม มีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข ได้มาแสดงตนแก่พระเถระกล่าวว่า
ท่านผู้เจริญ ผ้านุ่งผ้าห่มของพวกเรา มีมากกว่าผ้าที่มีในแคว้นของพระเจ้านันทราช
คือ ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ และผ้าฝ้าย ผ้าแม้เหล่านั้นเหลือเฟือและมีค่ามากห้อยอยู่ในอากาศนั่นเอง
พวกเราเลือกนุ่งห่มเฉพาะผืนที่พอใจ ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้บ้านเรือนเถิด
พระเถระสร้างกุฎีใบไม้แล้วได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔ ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลไปให้ว่า ขอผลแห่งบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย คือ มารดา บิดาและพี่ชายของเรา ขอพวกญาติจงมีความสุขเถิด
ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง เรือนทั้งหลาย คือ ปราสาท และที่อยู่อาศัยอย่างอื่น ซึ่งจัดสร้างไว้เป็นสัดส่วน ก็เกิดขึ้น
เรือนในหมู่มนุษย์หาเป็นเช่นเรือนของพวกเราในเปตโลกนี้ไม่ เรือนของพวกเราในเปตโลกนี้เหมือนเรือนในหมู่เทพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ
เปล่งรัศมีรุ่งเรืองไปโดยรอบทั้ง ๔ ทิศ ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้น้ำดื่มเถิด
พระเถระจึงตักน้ำเต็มธมกรกแล้ว ได้ถวายสงฆ์ซึ่งมาจากทิศทั้ง ๔ ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา คือ มารดา บิดา และพี่ชาย ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด
ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั่นเอง น้ำดื่มก็เกิดขึ้นเป็นสระโบกขรณีมีรูปสี่เหลี่ยม ลึก ซึ่งบุญกรรมจัดสร้างไว้ดีแล้ว
มีน้ำเย็น มีท่าราบเรียบ เย็นสบาย มีกลิ่นหอมหาที่เปรียบมิได้ ดารดาษด้วยดอกปทุมและอุบล ผิวน้ำเต็มด้วยละอองเกสร
เปรตเหล่านั้นอาบและดื่มกินในสระนั้นแล้ว แสดงตนแก่พระเถระ กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ น้ำดื่มของพวกเรามีมากเพียงพอแล้ว บาปย่อมเผล็ดผลเป็นทุกข์แก่พวกเรา
เมื่อพวกเราเที่ยวไป ต้องเดินเขยกไปบนก้อนกรวดและหน่อหญ้าคา ขอท่านจงพยายามที่จะให้พวกเราได้ยานเถิด
พระเถระได้รองเท้าแล้ว ได้ถวายสงฆ์ผู้มาจากทิศทั้ง ๔ ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้ว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติ คือ มารดา บิดา และพี่ชายของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๓. รถการเปติวัตถุ
ในขณะที่พระเถระอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง เปรตทั้งหลายได้มาปรากฏพร้อมกับรถ แล้วกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ พวกเราได้รับอนุเคราะห์ด้วยอาหาร ผ้านุ่งผ้าห่ม
บ้านเรือน ด้วยการให้น้ำดื่ม และยานทั้งสอง เพราะฉะนั้น พวกเราจึงมาเพื่อไหว้ท่าน ผู้เป็นมุนีมีความกรุณาในโลก สานุวาสีเถรเปตวัตถุที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ ว่าด้วยเปรตญาติพระสานุวาสีเถระ
|๑๑๒.๓๙๑| ๒ กุณฺฑินคริโย เถโร สานวาสินิวาสิโก โปฏฺฐปาโทติ นาเมน สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย ฯ |๑๑๒.๓๙๒| ตสฺส มาตา ปิตา ภาตา ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา ฯ |๑๑๒.๓๙๓| เต ทุคฺคตา สูจิกฏฺฐา กิลนฺตา นคฺคิโน กิสา โอตฺตปฺปนฺตา มหตฺตาสา น เทสฺสนฺติ กุรูริโน ฯ |๑๑๒.๓๙๔| ตสฺส ภาตา วิตริตฺวา นคฺโค เอกปเถกโก จตุกุณฺฑิโก ภวิตฺวาน เถรสฺส ทสฺสยิตุมํ ฯ |๑๑๒.๓๙๕| เถโร จามนสิกตฺวา ตุณฺหีภูโต อติกฺกมิ โส จ วิญฺญาปยิ เถรํ ภาตา เปตํ คโต อหํ ฯ |๑๑๒.๓๙๖| มาตา ปิตา จ เต ภนฺเต ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา |๑๑๒.๓๙๗| เต ทุคฺคตา สูจิกฏฺฐา กิลนฺตา นคฺคิโน กิสา โอตฺตปฺปนฺตา มหตฺตาสา น เทสฺสนฺติ กุรูริโน ฯ |๑๑๒.๓๙๘| อนุกมฺปสฺสุ การุณิโก ทตฺวา อนฺวาทิสาหิ โน ตว ทินฺเนน ทาเนน ยาเปสฺสนฺติ กุรูริโนติ ฯ |๑๑๒.๓๙๙| เถโร จริตฺวา ปิณฺฑาย ภิกฺขู อญฺเญ จ ทฺวาทส เอกชฺฌํ สนฺนิปตึสุ ภตฺตวิสฺสคฺคการณา ฯ |๑๑๒.๔๐๐| เถโร สพฺเพปิ เต อาห ยถา ลทฺธํ ททาถ เม สงฺฆภตฺตํ กริสฺสามิ อนุกมฺปาย ญาตีนํ ฯ |๑๑๒.๔๐๑| นิยฺยาทยึสุ เถรสฺส เถโร สงฺฆํ นิมนฺตยิ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๐๒| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ โภชนํ อุปปชฺชถ สุจึ ปณีตํ สมฺปนฺนํ อเนกรสพฺยญฺชนํ |๑๑๒.๔๐๓| ตโต อุทฺทิสฺสติ ภาตา วณฺณวา พลวา สุขี ฯ ปหูตํ โภชนํ ภนฺเต ปสฺส นคฺคมฺหเส มยํ ตถา ภนฺเต ปรกฺกมฺม ยถา วตฺถํ ลภามฺหเส ฯ |๑๑๒.๔๐๔| เถโร สงฺการกูฏโต อุจฺจินิตฺวาน นนฺตเก ปิโลติกํ ปฏํ กตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ |๑๑๒.๔๐๕| ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๐๖| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วตฺถานิ อุปปชฺชึสุ ตโต สุวตฺถวสโน เถรสฺส ทสฺสยีตุมํ ฯ |๑๑๒.๔๐๗| วณฺณวา พลวา สุขี ยาวตา นนฺทราชสฺส วิชิตสฺมึ ปฏิจฺฉาทา ตโต พหุตฺตรา ภนฺเต ฯ |๑๑๒.๔๐๘| วตฺถานิจฺฉาทนานิ โน โกเสยฺยกมฺพลียานิ โขมกปฺปาสิกานิ จ วิปุลา จ มหคฺฆา จ |๑๑๒.๔๐๙| เต จากาเสวลมฺพเร เต มยํ ปริทหาม ยํ ยํ หิ มนโส ปิยํ ตถา ภนฺเต ปรกฺกาม ยถา เคหํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๐| เถโร ปณฺณกุฏึ กตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา จ อุทฺทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๑๑| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ ฆรานิ อุปปชฺชึสุ กูฏาคารา นิเวสนา วิภตฺตา ภาคโส มิตา ฯ |๑๑๒.๔๑๒| น มนุสฺเสสุ อีทิสา ยาทิสา โน ฆรา อิธ อปิ ทิพฺเพสุ ยาทิสา ตาทิสา โน ฆรา อิธ |๑๑๒.๔๑๓| ททฺทลฺลมานา อาเภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา ฯ ตถา ภนฺเต ปรกฺกม ยถา ปานํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๔| เถโร กรกํ ปูเรตฺวา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๑๕| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ ปานียํ อุปปชฺชถ คมฺภีรา จตุรสฺสา จ โปกฺขรญฺญา สุนิมฺมิตา |๑๑๒.๔๑๖| สีตุทกา สุปติตฺถา จ สีตา อปฺปฏิคนฺธิยา ปทุมุปฺปลสญฺฉนฺนา วาริกิญฺชกฺขปูริตา ฯ |๑๑๒.๔๑๗| ตตฺถ นหาตฺวา ปิวิตฺวา เถรสฺส ปฏิทสฺสยุํ ปหูตํ ปานียํ ภนฺเต ปาปา ทุกฺขผลนฺติ โน |๑๑๒.๔๑๘| อาหิณฺฑมานา ขญฺชาม สกฺขเร กุสกณฺฏเก ตถา ภนฺเต ปรกฺกม ยถา ยานํ ลภามเส ฯ |๑๑๒.๔๑๙| เถโร สิปาฏิกํ ลทฺธา สงฺเฆ จาตุทฺทิเส อทา ฯ ทตฺวา อนฺวาทิสิ เถโร ปิตุ มาตุ จ ภาตุโน อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย ฯ |๑๑๒.๔๒๐| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ เปตา รเถน มาคมุํ อนุกมฺปิตมฺห ภทนฺเต ภตฺเตน ฉาทเนน จ |๑๑๒.๔๒๑| ฆเรน ปานียทาเนน ยานทาเนน จูภยํ มุนึ การุณิกํ โลเก ตํ ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ สานุวาสิตฺเถรเปตวตฺถุ ทุติยํ ฯ
พระเถระชาวกุณฑินครรูปหนึ่ง อยู่ที่ภูเขาสานุวาสี มีนามว่า โปฏฐ ปาทะ เป็นสมณะผู้มีอินทรีย์ อันอบรมดีแล้ว มารดาบิดาและพี่ชายของ ท่านเกิดในยมโลก เสวยทุกขเวทนาเพราะทำกรรมลามก จึงไปจาก โลกนี้สู่เปตโลก เปรตเหล่านั้นถึงทุคติ มีช่องปากเท่ารูเข็ม ลำบากยิ่ง นัก เปลือยกายซูบผอม มีความเกรงกลัวสะดุ้งหวาดเสียวมาก มีการ งานทารุณ ไม่อาจแสดงตนแก่พระเถระได้ เปรตผู้เป็นพี่ชายของท่าน ตนเดียว เปลือยกายรีบไปนั่งคุกเข่าประนมมือแสดงตนแก่พระเถระ พระเถระไม่ใส่ใจถึง เป็นผู้นิ่งเดินเลยไป เปรตนั้นจึงบอกให้พระเถระ รู้ว่า ข้าพเจ้าพี่ชายของท่านไปแล้วสู่เปตโลก ข้าแต่ท่านผู้เจริญ มารดา บิดาของท่านเกิดในยมโลกเสวยทุกข์ เพราะทำบาปกรรม จึงไปจาก โลกนี้สู่เปตโลก เปรตผู้เป็นมารดาบิดาของท่านทั้งสองนั้น มีช่องปาก เท่ารูเข็ม ลำบากมาก เปลือยกาย ซูบผอม มีความเกรงกลัวสะดุ้ง หวาดเสียวมาก มีการงานทารุณ ไม่อาจแสดงตนแก่ท่าน ขอท่านจง เป็นผู้มีความกรุณา อนุเคราะห์แก่มารดาบิดา จงให้ทานแล้วอุทิศส่วน กุศลไปให้พวกเรา พวกเราผู้มีการงานอันทารุณ จักยังอัตภาพให้ เป็นไปได้เพราะทานอันท่านให้แล้ว พระเถระกับภิกษุอื่นอีก ๑๒ รูป เที่ยวไปบิณฑบาตแล้ว กลับมาประชุมในที่เดียวกัน เพราะเหตุแห่ง ภัตกิจ พระเถระจึงกล่าวกะภิกษุทั้งหมดนั้นว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้ ภัตตาหารที่ท่านได้แล้วแก่ผมเถิด ผมจักทำสังฆทานเพื่ออนุเคราะห์ญาติ ทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นจึงมอบถวายพระเถระ พระเถระนิมนต์สงฆ์ ถวายสังฆทานแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศ เจตนาว่า ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของเรา ขอญาติทั้งหลาย จงมีความสุขเถิด ในลำดับที่อุทิศให้นั่นเอง โภชนะอันประณีต สมบูรณ์ มีแกงและกับหลายอย่าง เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่านั้น ภายหลัง เปรต ผู้เป็นพี่ชายมีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข ได้ไปแสดงตนแก่พระเถระ แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ โภชนะอันมากมายที่พวกข้าพเจ้าได้แล้ว แต่ขอท่านจงดูข้าพเจ้าทั้งหลายยังเป็นคนเปลือยกายอยู่ ขอท่านจง พยายามให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ผ้านุ่งผ้าห่มด้วยเถิด พระเถระเลือกเก็บ ผ้าจากกองหยากเยื่อเอามาทำจีวรแล้ว ถวายสงฆ์อันมาแล้วจากจาตุรทิศ ครั้นถวายแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนา ว่า ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ขอพวกญาติของเราจงมีความ สุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง ผ้าทั้งหลายได้เกิดขึ้นแก่เปรตเหล่า นั้น ภายหลัง เปรตเหล่านั้นนุ่งห่มผ้าเรียบร้อยแล้วได้มาแสดงตนแก่ พระเถระกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายมีผิวพรรณดี มีกำลัง มีความสุข มีผ้านุ่งผ้าห่มมากกว่าผ้าที่มีในแคว้นของพระเจ้านันทราช ผ้านุ่งผ้าห่มทั้งหลายของพวกเรา ไพบูลย์และมีค่ามาก คือ ผ้าไหม ผ้า ขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย ผ้าป่าน ผ้าด้ายแกมไหม ผ้าเหล่านั้น แขวนอยู่ในอากาศ ข้าพเจ้าทั้งหลายเลือกนุ่งห่มแต่ผืนที่พอใจ (แต่ว่า พวกข้าพเจ้ายังไม่มีบ้านเรือนอยู่) ขอท่านจงพยายามให้พวกข้าพเจ้าได้ บ้านเรือนเถิด พระเถระสร้างกุฎีอันมุงด้วยใบไม้ แล้วได้ถวายสงฆ์ซึ่ง มาแต่จาตุรทิศครั้นแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วย อุทิศเจตนาว่า ขอผลแห่งการถวายกุฎีนี้ จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เรือน ทั้งหลาย คือ ปราสาทและเรือนอย่างอื่นๆ อันบุญกรรมกำหนด แบ่งไว้เป็นส่วนๆ เกิดขึ้นแล้วแก่เปรตเหล่านั้น เรือนของพวกเรา ในเปตโลกนี้ ไม่เป็นเช่นกับเรือนในมนุษยโลก เรือนของพวกเราใน เปตโลกนี้งามรุ่งเรืองสว่างไสวไปทั่วทั้ง ๘ ทิศ เหมือนเรือนในเทว โลกแต่พวกเรายังไม่มีน้ำดื่ม ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงพยายามให้ พวกข้าพเจ้าได้ดื่มน้ำด้วยเถิด พระเถระจึงตักน้ำเต็มธรรมกรก แล้ว ถวายสงฆ์ซึ่งมาแต่จาตุรทิศ ครั้นแล้วได้อุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและ พี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุขเถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง น้ำ ดื่มคือสระโบกขรณี กว้าง ๔ เหลี่ยม ลึก มีน้ำเย็น มีท่าราบเรียบดี น้ำเย็นมีกลิ่นหอมหาที่เปรียบมิได้ ดารดาษด้วยกอปทุมและอุบล เต็ม ด้วยละอองเกสรบัวอันล่วงบนวารี ได้เกิดขึ้น เปรตเหล่านั้นอาบและ ดื่มกินในสระนั้นแล้ว ไปแสดงตนแก่พระเถระแล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่าน ผู้เจริญ น้ำดื่มของพวกข้าพเจ้ามากเพียงพอแล้ว บาปย่อมเผล็ดผลเป็น ทุกข์แก่พวกข้าพเจ้า พวกข้าพเจ้าพากันเที่ยวไปลำบากในภูมิภาคอันมี ก้อนกรวดและหน่อหญ้าคา ขอท่านพยายามให้พวกข้าพเจ้าได้ยานอย่าง ใดอย่างหนึ่งเถิด พระเถระได้รองเท้าแล้ว ถวายสงฆ์ซึ่งมาแต่จาตุรทิศ ครั้นแล้วอุทิศส่วนกุศลให้มารดาบิดาและพี่ชาย ด้วยอุทิศเจตนาว่า ขอ ผลทานนี้จงสำเร็จแก่พวกญาติของเรา ขอพวกญาติของเราจงมีความสุข เถิด ในลำดับแห่งการอุทิศนั่นเอง เปรตทั้งหลายได้พากันมาแสดงตน ให้ปรากฏด้วยรถ แล้วกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกข้าพเจ้าเป็นผู้อัน ท่านอนุเคราะห์แล้ว ด้วยการให้ข้าว ผ้านุ่งผ้าห่ม เรือน น้ำดื่ม และ ยาน เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงมาเพื่อจะไหว้ท่านผู้เป็นมุนีมี ความกรุณาในโลก. จบ สานุวาสีเถรเปตวัตถุที่ ๒.