๔. จูฬปันถกเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. จูฬปันถกเถรคาถา ภาษิตของพระจูฬปันถกเถระ (พระจูฬปันถกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
เมื่อก่อน เราได้มีญาณคติเกิดช้า เราจึงถูกดูหมิ่น ทั้งพี่ชาย ก็ได้ขับไล่เราว่า เจ้าจงกลับไปบ้านเดี๋ยวนี้
เรานั้นถูกขับไล่แล้ว ยังมีความเยื่อใยในพระศาสนาอยู่ จึงได้ไปยืนเสียใจใกล้ซุ้มประตูสังฆารามนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๔. จูฬปันถกเถรคาถา
พระผู้มีพระภาคได้เสด็จมา ณ ที่นั้น ทรงลูบศีรษะเรา ทรงจับแขนเรา พาเข้าไปสู่สังฆาราม
พระศาสดาทรงอนุเคราะห์เรา ได้ทรงประทานผ้าเช็ดพระบาท ด้วยรับสั่งว่า เธอจงอธิษฐานผ้าที่สะอาดนี้ให้มั่นคง ณ ที่สมควร
เราฟังพระดำรัสของพระองค์ ยังยินดีอยู่ในพระศาสนา ได้ทำสมาธิให้เกิดเพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด
เรารู้ถึงขันธ์ที่อาศัยอยู่มาก่อน ชำระทิพยจักษุให้หมดจดแล้ว เราบรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ปันถกเถระเนรมิตตนหนึ่งพัน นั่งในอัมพวันที่น่ารื่นรมย์ จนถึงเวลาเขามานิมนต์
ลำดับนั้น พระศาสดาทรงใช้ทูต ให้ไปบอกเวลาฉันอาหารแก่เรา เมื่อทูตบอกเวลาฉันแล้ว เราก็ได้เหาะไปเฝ้า
ถวายบังคมพระยุคลบาทพระศาสดาแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ทีนั้น พระศาสดาทรงรับรองเราผู้ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่
ปันถกเถระเป็นผู้ควรบูชาของชาวโลกทั้งมวล เป็นผู้ควรรับของที่เขานำมาบูชา เป็นเนื้อนาบุญของหมู่มนุษย์ ได้รับทักษิณาแล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๓๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. จูฬปันถกเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระจูฬปันถกเถระ
|๓๗๓.๕๕๗| ๔ ทนฺธา มยฺหํ คตี อาสิ ปริภูโต ปุเร อหํ ภาตา จ มํ ปณาเมสิ คจฺฉทานิ ตุวํ ฆรํ ฯ |๓๗๓.๕๕๘| โสหํ ปณามิโต สนฺโต สงฺฆารามสฺส โกฏฺฐเก ทุมฺมโน ตตฺถ อฏฺฐาสึ สาสนสฺมึ อเปกฺขวา ฯ |๓๗๓.๕๕๙| ภควา ตตฺถ อาคจฺฉิ สีสํ มยฺหํ ปรามสิ พาหายํ มํ คเหตฺวาน สงฺฆารามํ ปเวสยิ ฯ |๓๗๓.๕๖๐| อนุกมฺปาย เม สตฺถา ปาทาสิ ปาทปุญฺฉนึ เอตํ สุทฺธํ อธิฏฺเฐหิ เอกมนฺตํ สฺวธิฏฺฐิตํ ฯ |๓๗๓.๕๖๑| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหาสึ สาสเน รโต สมาธึ ปฏิปาเทสึ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ |๓๗๓.๕๖๒| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๗๓.๕๖๓| สหสฺสกฺขตฺตุํ อตฺตานํ นิมฺมินิตฺวาน ปนฺถโก นิสีทิ อมฺพวเน รมฺเม ยาว กาลปฺปเวทนํ ฯ |๓๗๓.๕๖๔| ตโต เม สตฺถา ปาเหสิ ทูตํ กาลปฺปเวทกํ ปเวทิตมฺหิ กาลมฺหิ เวหาสานุปสงฺกมึ ฯ |๓๗๓.๕๖๕| วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท เอกมนฺตํ นิสีทหํ นิสินฺนํ มํ วิทิตฺวาน อถ สตฺถา ปฏิคฺคหิ ฯ |๓๗๓.๕๖๖| อายาโค สพฺพโลกสฺส อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ปุญฺญกฺเขตฺตํ มนุสฺสานํ ปฏิคฺคณฺหิตฺถ ทกฺขิณนฺติ ฯ จูฬปนฺถโก เถโร ฯ
เมื่อก่อน ญาณคติเกิดแก่เราช้า เราจึงถูกดูหมิ่น และพี่ ชายจึงขับไล่เราว่า จงกลับไปเรือนเดี๋ยวนี้เถิด เราถูกพี่ชายขับไล่แล้ว ไปยืนร้องไห้อยู่ที่ใกล้ซุ้มประตูสังฆาราม เพราะยังมีความอาลัยในศาสนา พระผู้มีพระภาคได้เสด็จมา ณ ที่นั้น ทรงลูบศีรษะเรา ทรงจับแขนเรา พาเข้าไปสู่สังฆาราม พระศาสดาทรงอนุเคราะห์ ประทานผ้าเช็ดพระบาท ให้แก่เรา ตรัสว่า จงอธิษฐานผ้าสะอาดผืนนี้ให้ตั้งมั่นดีโดยมนสิการว่า รโชหรณํๆ ผ้าสำหรับเช็ดธุลีๆ จงตั้งจิตให้มั่น นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง เราฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว เกิดความยินดีในศาสนา ได้ บำเพ็ญสมาธิให้เกิดขึ้นเพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด เราระลึกถึงชาติ ก่อนๆ ได้ ชำระทิพยจักษุให้หมดจดแล้ว ได้บรรลุวิชชา ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว พระจูฬปันถก- เถระได้เนรมิตตนขึ้นพันหนึ่ง นั่งอยู่ที่ชีวกัมพวันอันรื่นรมย์ จนถึง เวลาเขามาบอกนิมนต์ ครั้งนั้น พระศาสดาทรงส่งทูตไปบอกเวลา ภัตตาหารแก่เรา เมื่อทูตบอกเวลาภัตตาหารแล้ว เราได้เข้าไป เฝ้าโดยอากาศ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ลำดับนั้น พระศาสดาทรงรับรองเราผู้ ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ เราเป็นผู้ควรบูชาของโลกทั้งปวง เป็นผู้ ควรรับของอันเขานำมาบูชา เป็นนาบุญแห่งหมู่มนุษย์ ได้รับ ทักษิณาทานแล้ว.