๔. นันทาเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. นันทาเปติวัตถุ เรื่องนางนันทาเปรต (นันทิเสนอุบาสกถามว่า)
เธอมีผิวดำ รูปร่างน่าเกลียด ผิวพรรณหยาบกร้าน มองดูน่ากลัว ตาเหลือง มีเขี้ยวสีน้ำตาลแก่ เรารู้ว่าเธอไม่ใช่มนุษย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๔. นันทาเปติวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ท่านนันทิเสน เมื่อก่อนฉันชื่อนันทา เป็นภรรยาของท่าน เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (นันทิเสนอุบาสกถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางเปรตนั้นตอบว่า)
(เมื่อก่อน) ฉันเป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย และไม่เคารพท่าน ได้กล่าววาจาชั่วร้ายกับท่าน จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (นันทิเสนอุบาสกกล่าวว่า)
เอาละ เราจะให้ผ้าอย่างดีแก่เธอ เธอจงนุ่งผ้านี้ นุ่งเสร็จแล้วจงมา เราจักนำเธอไปเรือน
เธอไปเรือนแล้ว จักได้ผ้า ข้าว และน้ำ ทั้งจักได้เห็นบุตรและลูกสะใภ้ทั้งหลายของเธอ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ผ้านั้นถึงท่านจะหยิบยื่นให้ที่มือของฉันเอง ก็ไม่สำเร็จแก่ฉัน ท่านจงเลี้ยงภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลสมบูรณ์ ปราศจากราคะ เป็นพหูสูต
ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ จงอุทิศส่วนบุญให้ฉัน เมื่อนั้น ฉันจักมีความสุข สำเร็จความปรารถนาทุกอย่าง
นันทิเสนอุบาสกนั้นรับคำแล้วได้ถวายทานเป็นอันมาก คือ ข้าว น้ำ ของเคี้ยว ผ้า เสนาสนะ ร่ม ของหอม ดอกไม้ และรองเท้าต่างๆ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๔. นันทาเปติวัตถุ
และเลี้ยงภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลสมบูรณ์ ปราศจากราคะ เป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วนบุญให้นางนันทานั้น
ในลำดับที่นันทิเสนอุบาสกอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง วิบากคือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ก็เกิดขึ้นแก่นางเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา
ทันใดนั้น นางเปรตมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี มีพัสตราภรณ์และเครื่องประดับวิจิตรงดงาม เข้าไปหาสามี (นันทิเสนอุบาสกถามว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในที่นี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามว่า สมัยเมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (นันทาเทพธิดาตอบว่า)
ท่านนันทิเสนอุบาสก เมื่อก่อนฉันชื่อนันทา เป็นภรรยาของท่าน เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ
ฉันบันเทิงอยู่เพราะทานที่ท่านอุทิศให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน ท่านคหบดี ขอท่านพร้อมด้วยหมู่ญาติทุกคนจงมีอายุยืนนานเถิด จงเข้าถึงสถานที่ที่ไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากธุลี มีความสำราญซึ่งเป็นที่อยู่ของท้าววสวัตดี
ท่านคหบดี ท่านประพฤติธรรม ให้ทานในโลกนี้ กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งเหตุได้แล้ว ไม่มีใครตำหนิติเตียนได้ จงเข้าถึงโลกสวรรค์นันทาเปติวัตถุที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. นันทาเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของนางนันทาเปรต นันทเสนอุบาสกถามว่า
|๑๐๑.๑๖๘| ๔ กาลี ทุพฺพณฺณรูปาสิ ผรุสา ภีรุทสฺสนา ปิงฺคลาสิ กฬาราสิ น ตํ มญฺญามิ มานุสินฺติ ฯ |๑๐๑.๑๖๙| อหํ นนฺทา นนฺทเสน ภริยา เต ปุเร อหุํ ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๑๐๑.๑๗๐| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๑๐๑.๑๗๑| จณฺฑี จ ผรุสา จาสิ ตยิ จาสิ อคารวา ตาหํ ทุรุตฺตํ วตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตาติ ฯ |๑๐๑.๑๗๒| หนฺทุตฺตรียํ ททามิ เต อิมํ ทุสฺสํ นิวาสย อิมํ ทุสฺสํ นิวาเสตฺวา เอหิ เนสฺสามิ ตํ ฆรํ |๑๐๑.๑๗๓| วตฺถญฺจ อนฺนปานญฺจ ลจฺฉสิ ตฺวํ ฆรํ คตา ปุตฺเต จ เต ปสฺสิสฺสสิ สุณิสาเย จ ทกฺขสิ ฯ |๑๐๑.๑๗๔| หตฺเถน หตฺเถ เต ทินฺนํ น มยฺหํ อุปกปฺปติ ภิกฺขู จ สีลสมฺปนฺเน วีตราเค พหุสฺสุเต |๑๐๑.๑๗๕| ตปฺเปหิ อนฺนปาเนน มมํ ทกฺขิณมาทิสิ ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ สพฺพกามสมิทฺธินีติ ฯ |๑๐๑.๑๗๖| ตโต สาธูติ โส ปฏิสุณิตฺวา ทานํ วิปุลมากิริ อนฺนปานํ ขาทนียํ วตฺถํ เสนาสนานิ จ ฉตฺตํ คนฺธญฺจ มาลญฺจ วิวิธา จ อุปาหนา ฯ |๑๐๑.๑๗๗| ภิกฺขู จ สีลสมฺปนฺเน วีตราเค พหุสฺสุเต ตปฺเปตฺวา อนฺนปาเนน ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ ฯ |๑๐๑.๑๗๘| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ โภชนจฺฉาทนปานียํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ |๑๐๑.๑๗๙| ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี วิจิตฺตวตฺถาภรณา สามิกํ อุปสงฺกมิ ฯ |๑๐๑.๑๘๐| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๑๐๑.๑๘๑| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๐๑.๑๘๒| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๑๐๑.๑๘๓| อหํ นนฺทา นนฺทเสน ภริยา เต ปุเร อหุํ ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา |๑๐๑.๑๘๔| ตว ทินฺเนน ทาเนน โมทามิ อกุโตภยา ฯ จิรํ ชีว คหปติ สห สพฺเพหิ ญาติภิ อโสกํ วิรชํ ฐานํ อาวาสํ วสวตฺตีนํ |๑๐๑.๑๘๕| อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน ทานํ ทตฺวา คหปติ ฯ วิเนยฺย มจฺเฉรลมลํ สมูลํ อนินฺทิโต สคฺคมุเปสิ ฐานนฺติ ฯ นนฺทาเปตวตฺถุ จตุตฺถํ ฯ
ท่านมีผิวพรรณดำ มีรูปร่างน่าเกลียด ตัวขรุขระดูน่ากลัว มีตาเหลือง เขี้ยวงอกออกเหมือนหมู เราไม่เข้าใจว่าท่านเป็นมนุษย์? นางเปรตตอบว่า ข้าแต่ท่านนันทเสน เมื่อก่อน ฉันชื่อนันทา เป็นภรรยาของท่าน ได้ ทำกรรมอันลามกไว้จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก. นันทเสนถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ท่านจึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก? นางเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อนฉันเป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย ไม่เคารพท่าน พูดคำชั่วหยาบ กะท่าน จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก. นันทเสนถามว่า เอาละ เราจะให้ผ้านุ่งแก่ท่าน ขอท่านจงนุ่งผ้านี้แล้วจงมา เราจักนำท่าน ไปสู่เรือน ท่านไปเรือนแล้วจักได้ผ้า ข้าวและน้ำ ทั้งจักได้ชมบุตร และลูกสะใภ้ของท่าน. นางเปรตนั้นตอบว่า ผ้านั้นถึงท่านจะให้ที่มือของฉัน ด้วยมือของท่าน ก็ย่อมไม่สำเร็จ ประโยชน์แก่ฉัน ขอท่านจงเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจากราคะ เป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วน กุศลไปให้ฉัน เมื่อท่านทำอย่างนั้น ฉันจักมีความสุข สำเร็จความ ปรารถนาทั้งปวง. เมื่อนันทเสนอุบาสกรับคำแล้ว ได้ให้ทานเป็นอันมาก คือ ข้าว น้ำ ของกิน ของเคี้ยว ผ้า เสนาสนะ ร่ม ของหอม ดอกไม้ และ รองเท้าต่างๆ และเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจากราคะ เป็นพหูสูตให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้นาง นันทา ข้าว น้ำ และเครื่องนุ่งห่มอันเป็นวิบาก ย่อมบังเกิดในทันตา นั้นนั่นเอง นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ในขณะนั้นนั่นเอง นางเปรตนั้นมี ร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอันดีมีค่ายิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี ประดับ ด้วยวัตถาภรณ์อันวิจิตร เข้าไปหาสามี. นันทเสนอุบาสกจึงถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนักส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะงามเช่นนี้ อิฐผลย่อม สำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมเกิดแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามท่าน เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไร อนึ่ง ท่านมีอานุภาพ รุ่งเรืองและมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร? นางนันทาเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่ท่านนันทเสน เมื่อก่อน ฉันชื่อนันทาเป็นภรรยาของท่าน ได้ทำ กรรมชั่วช้าจึงไปจากมนุษยโลกนี้สู่เปตโลก ฉันอนุโมทนาทานที่ท่านให้ แล้วจึงเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ดูกรคฤหบดี ขอท่านพร้อมด้วยญาติทั้งปวง จงมีอายุยืนนานเถิด ดูกรคฤหบดี ท่านประพฤติธรรมและให้ทาน ในโลกนี้แล้ว จะเข้าถึงถิ่นฐานอันไม่เศร้าโศก ปราศจากธุลี อันเป็น ที่อยู่ของท้าววสวัสดี ท่านกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่พร้อมด้วย รากแล้ว อันใครๆ ไม่ติเตียนได้ จักเข้าถึงโลกสวรรค์. จบ นันทาเปตวัตถุที่ ๔.