กรรมการต้องรับผิดร่วมกันเพื่อความเสียหายใดๆอันเกิดขึ้นแก่บริษัทในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การเรียกให้ผู้จองหุ้นชำระเงินค่าหุ้น หรือโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้แก่บริษัทโดยไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา ๓๗หรือมาตรา ๓๘
(๒) การนำเงินค่าหุ้นไปใช้จ่ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ได้รับชำระเป็นค่าหุ้นของบริษัทโดยฝ่าฝืน มาตรา ๔๓
(๓) การดำเนินการใดๆโดยฝ่าฝืนมาตรา ๘๕
(๔) การให้กู้ยืมเงินโดยฝ่าฝืนมาตรา ๘๙
(๕) การจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๐
(๖) การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๕หรือการรับผิดตามมาตรา ๑๑๘ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้กระทำการโดยสุจริตและอาศัยหลักฐาน หรือรายงานทางการเงินที่ประธานกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัท หรือผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว (๗)การไม่จัดทำหรือเก็บรักษาบัญชี ทะเบียนหรือเอกสารของบริษัทตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้กระทำการอันสมควรเพื่อมิให้มีการฝ่าฝืนแล้ว มาตรา ๙๒ กรรมการไม่ต้องรับผิดตามมาตรา ๙๑ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) พิสูจน์ได้ว่าตนมิได้ร่วมกระทำกิจการนั้นๆหรือกิจการดังกล่าวได้กระทำไปโดยมิได้อาศัย มติของที่ประชุมคณะกรรมการ
(๒) ได้คัดค้านในที่ประชุมคณะกรรมการโดยปรากฏในรายงานการประชุมหรือได้ทำเป็นหนังสือ ยื่นต่อประธานที่ประชุมภายในสามวันนับแต่สิ้นสุดการประชุม มาตรา ๙๓ ในกรณีที่กรรมการต้องรับผิดเพื่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่บริษัทตาม มาตรา ๙๑(๖) ให้กรรมการดังกล่าวมีสิทธิเรียกเงินปันผลส่วนที่เกินคืนจากผู้ถือหุ้นซึ่งได้รับไปโดยทราบว่า เป็นการจ่ายโดยฝ่าฝืนมาตรา ๑๑๕หรือการต้องรับผิดตามมาตรา ๑๑๘ด้วย