Law collection

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

Consolidated edition — not the text as first promulgated2534130 sections12 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)Source PDF · 43 pages
What edition is this?

This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.

Contents of this text

Preamble

พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

Sections in this chapter

Show as list
  1. ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า12 sections
  2. Section ๖๘

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ ขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (๑) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้ับอนุญาตที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (๒) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

  3. Section ๖๙

    ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๖๘จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดและไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด๕๐ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

  4. Section ๗๐

    การใช้เครื่ องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น

  5. Section ๗๑

    เจ้าของเครื่องหมายการค้ และผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  6. Section ๗๒

    เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่ วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิ ถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า (๑) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบายหรือ มาตรา ๖๙วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ (๒) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริ อีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

  7. Section ๗๓

    เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๗๒วรรคสองหรือวรรคสามให้นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับ อนุญาตแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงของตนภายในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี ในการพิจารณาคำร้องขอตามมาตรา ๗๑หรือมาตรา ๗๒นายทะเบียนหรือ คณะกรรมการแล้วแต่กรณีจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำพยานหลัฐานมาแสดงหรือชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้

  8. Section ๗๔

    เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสองแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่ง ดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่ อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๕๑ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด๕๒

  9. Section ๗๕

    เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสามแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ได้ับอนุญาตผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นผู้ร้องขอ และนายทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด

  10. Section ๗๖

    ในกรณีที่มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด การ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นย่อมสิ้นผลไปด้วย

  11. Section ๗๗

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นเสียเองหรือจะอนุญาตให้ บุคคลอื่นนอกจากผู้ได้รับอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกก็ได้ มาตรา ๗๔วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๔วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓

  12. Section ๗๘

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ทั่วประเทศสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดที่ได้จด ทะเบียนไว้ตลอดอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น รวมทั้งในกรณีที่มีการต่ออายุการจด ทะเบียนด้วย

  13. Section ๗๙

    ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนการอนุญาตตามสัญญาดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้และจะ อนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกทอดหนึ่งก็ไม่ได้ มาตรา ๗๙/๑๕๓ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ะงับไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับ มรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด๕๔ มาตรา ๗๙/๒ ในหมวดนี้ “พิธีสารมาดริด”หมายความว่า พิธีสารที่เกี่ ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจด ทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ซึ่งได้รับรอง ณกรุงมาดริด เมื่อวันที่ ๒๗มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม “คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ”หมายความว่า คำขอเพื่อการจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมาย ร่วมที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด “สำนักระหว่างประเทศ”หมายความว่า สำนักระหว่างประเทศขององค์การ ทรัพย์สินทางปัญญาโลก “สำนักงานต้นทาง”หมายความว่า กงานที่รับคำขอจดทะเบียนหรือรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ มาตรา ๗๙/๓ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไป ตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และให้นำบทบัญญัติในหมวด ๑เครื่องหมายการค้า เว้นแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๔๐วรรคสองและมาตรา ๕๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ หมวด ๑/๑การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด มาตรา ๗๙/๒ถึง มาตรา ๗๙/๑๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๔ ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรต้อง เป็ผู้ซึ่ ได้ยื่ คำขอจดทะเบียนหรือเป็ผู้ ซึ่ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้แล้วใน ราชอาณาจักรและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีส งานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือ (๒) มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือ (๓) มีสถานประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและยังคงประกอบการอย่าง จริงจังในประเทศไทย มาตรา ๗๙/๕ ผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรมีสิทธิ ขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น และอาจขอรับความคุ้มครองเพิ่ มเติมภายหลังจากที่ได้รับการจด ทะเบียนระหว่างประเทศแล้วก็ได้ มาตรา ๗๙/๖ เมื่อได้รับแจ้งการขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ระบุขอรับความ คุ้มครองในราชอาณาจักรจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ถือว่าเป็นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักรและให้นายทะเบียนดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธี และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าอาจมีการคัดค้านเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงตามวรรคสองให้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศภายในระยะเวลาและตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน เนื่องจากการคัดค้านนั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุแห่งการคัดค้านไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไปยังสำนักระหว่างประเทศตามวรรคสอง หรือวรรคสามให้ถือว่านายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น โดยไม่ต้องประกาศโฆษณา ตามมาตรา ๒๙ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับความ คุ้มครองเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักร มาตรา ๗๙/๗ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนระหว่ งประเทศต่อสำนักงานต้ ทางเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เว้นแต่ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงให้ถือว่าวัที่สำนักระหว่ งประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นวันที่จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียนตามวรรค หนึ่ง และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๘ ในกรณีที่ มีารระบุขอรับความคุ้ มครองในราชอาณาจัรภาย หลังจากที่สำนักระหว่างประเทศได้จดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๙/๖มาใช้บังคับโดย อนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ เครื่องหมายการค้านั้นได้รับความคุ้ ครองในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่สำนัก ระหว่างประเทศได้บันทึกการขอรับความคุ้มครองในทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเป็นวันเดียวกับวันสิ้นอายุในทะเบียนระหว่างประเทศนั้น และอาจต่ออายุได้ตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๙ ในกรณีที่ เครื่องหมายการค้าที่ ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วใน ราชอาณาจักรเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักรแล้ว และเป็นของเจ้ ของเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้นอาจขอให้นายทะเบียนบันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศมีผล แทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ ตรงกันก็ได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงสิทธิที่ได้มาจากการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในราชอาณาจักรที่มีอยู่ก่อน มาตรา ๗๙/๑๐ ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้ ณสำนักงาน ต้นทางรวมถึงทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามคำขอดังกล่าว หรือทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ นักงานต้นทาง ซึ่งใช้เป็ฐานในการยื่ คำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้ารายใด ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่ กรณีสำหรับสินค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างภายในระยะเวลาที่ก หนดในกฎกระทรวงและเมื่อได้รับแจ้ง การเพิกถอนทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ ถือว่าคำขอจดทะเบียนหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่กรณี สำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างเช่นเดียวกัน ณวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอน บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง แต่ผลของการ ดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากระยะเวลานั้นสิ้นสุดแล้วด้วย ในกรณีที่ประเทศไทยเป็นสำนักงานต้นทาง เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ายทะเบียนแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๑ ในกรณีที่ทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้าใดซึ่ง ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัรถูกเพิกถอนโดยสำนักระหว่างประเทศเนื่องจากเหตุตาม มาตรา ๗๙/๑๐เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอนอาจยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าเดียวกันได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการยื่นภายใน ระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ถือว่าวันที่จด ทะเบียนระหว่างประเทศตามมาตรา ๗๙/๗หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังการจด ทะเบียนระหว่ งประเทศตามมาตรา ๗๙/๘ แล้วแต่ รณี เป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักร มาตรา ๗๙/๑๒ หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศหรือเจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งไปยังสำนักระหว่างประเทศเพื่อแจ้งต่อไปให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การส่งหนังสือดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้ส่งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่ง และเวลาได้ล่วง พ้นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถือว่าบุ คลตามวรรคหนึ่งได้รับหนังสือนั้นแล้ว มาตรา ๗๙/๑๓ การขอและการจดทะเบียนการขอบันทึกการจดทะเบียนระหว่าง ประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักรการขอรับความคุ้มครอง การแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนและการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๔ การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๙/๖มาตรา ๗๙/๗มาตรา ๗๙/๑๐มาตรา ๗๙/๑๑มาตรา ๗๙/๑๒และมาตรา ๗๙/๑๓ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสาร มาดริด ค่ ดำเนินการในต่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ ตามที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด มาตรา ๗๙/๑๕ บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ที่ขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด แล้วแต่กรณีด้วย

Notes and footnotes

มาตรา ๘๙วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙

มาตรา ๑๐๖ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
The agency’s publication page
https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 pp.
File checksum
sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8Pulled at 2026-08-24T07:37:31.980Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534