Law collection / พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. 2568

พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. 2568 · 2568

Section

ให้ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมการดำเนินการสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ในเขตพื้นที่ ตามมาตรา ๔ โดยอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่สกัด (ก) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่สกัด โดยเป็นป้ายที่ทำจาก วัสดุถาวร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่สกัดพืชฝิ่น ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘ (ข) แสดงแบบแปลนของตัวอาคาร ชั้น โรงเรือน หรือสถานที่สกัด ณ สถานที่สกัด (ค) ประตูทางเข้าออกพื้นที่สกัดทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกันการเข้าถึง จากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และจำกัดจำนวนประตูเข้าออกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึง ทางหนีไฟด้วย

(๒) การรักษาความปลอดภัย (ก) ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่สกัดและบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีระบบบันทึก ความจำและให้สำรองข้อมูลโดยอาจถ่ายโอนข้อมูลไว้ในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน (ข) ควบคุมการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก โดยติดตั้งกุญแจล็อกหรือการควบคุมการเข้า ออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้มีสิทธิเข้าออกพื้นที่ ในกรณีที่บุคคลภายนอก จะเข้ามาศึกษาดูงานต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมหรือผู้ได้รับมอบหมายจาก ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (ค) จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่สกัดและพื้นที่โดยรอบ (ง) จัดให้มีรายชื่อผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดช่องทางการติดต่อ กรณีฉุกเฉิน (จ) จัดให้มีมาตรการตรวจสอบมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องลักลอบนำพืชฝิ่นหรือสารสกัดจาก พืชฝิ่นออกนอกพื้นที่ (ฉ) ในกรณีที่พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทำลาย ต้องแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่และเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบโดยเร็ว

(๓) สถานที่จัดเก็บพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นจะต้องแยกเป็นสัดส่วน และจัดเก็บ ในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง และมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน

(๔) ในกรณีที่จะส่งตัวอย่างพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นไปวิเคราะห์เพื่อวัดระดับปริมาณ สารสำคัญและสารปนเปื้อน ให้องค์การเภสัชกรรมส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการในสังกัด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(๕) การทำลายพืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นที่เหลือจากการศึกษาวิจัย ให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำลายด้วยวิธีทำลายสภาพหรือทำให้พืชฝิ่นหรือสารสกัดจากพืชฝิ่นเสื่อมสภาพไม่สามารถ นำกลับมาใช้ได้อีก โดยแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบก่อนการทำลายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๑๔ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๘

(๖) การรายงาน (ก) ให้จัดทำบัญชีรับจ่ายพืชฝิ่นและสารสกัดจากพืชฝิ่นและรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกสามเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ (ข) ให้รายงานความคืบหน้าผลการศึกษาวิจัยการทดลองสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่น ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทุกหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มต้นสกัดสารสำคัญ

The citation link pins the edition with ?v=2568 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Where this text comes from

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:2642a83a656b · 2026-08-23

พระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกและสกัดสารสำคัญจากพืชฝิ่นและพืชเห็ดขี้ควาย เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย พ.ศ. 2568 Section ๗