๒. ลขุมาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ลขุมาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางลขุมาอุบาสิกา (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
(เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ เป็นชาวเมืองพาราณสี บ้านของดิฉันตั้งอยู่ใกล้ทางออก) ออกจากประตูเกวัฏฏทวาร ไป ก็เป็นหมู่บ้านของดิฉัน พระสาวกทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ เที่ยวบิณฑบาตอยู่ในหมู่บ้านนั้น @เชิงอรรถ : @ เกวัฏฏทวาร เป็นชื่อประตูเมืองพาราณสีประตูหนึ่ง (ขุ.วิ.อ. ๑๗๗/๑๐๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๒. ลขุมาวิมาน
ดิฉันมีใจเลื่อมใสในพระสาวกทั้งหลายผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายข้าวสุก ขนมสด ผักดอง พร้อมทั้งเครื่องดื่มที่ปรุงด้วยส่วนผสมต่างๆ มีข้าวและเกลือเป็นต้น
ดิฉันเข้าจำอุโบสถศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดวันปาฏิหาริยปักษ์
ดิฉันผู้สำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพ จึงได้ครอบครองวิมานนี้
ดิฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
ดิฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่าโคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ [๑๘๓-๑๘๔] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ พระคุณเจ้าผู้เจริญ ขอท่านพึงถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า (แล้วกราบทูล)ตามคำของดิฉันว่า “ลขุมาอุบาสิกาถวายอภิวาทแทบพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า พระพุทธเจ้าข้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญการที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ดิฉันว่าจะได้บรรลุสามัญผลขั้นใดขั้นหนึ่งนั้นไม่น่าอัศจรรย์เท่ากับที่ทรงพยากรณ์ดิฉันว่าจะได้บรรลุสกทาคามิผลเลย” ลขุมาวิมานที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๒}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. ลขุมาวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในลขุมาวิมาน
|๑๙.๑๗๖| ๒ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๑๙.๑๗๗| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๑๙.๑๗๘| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๑๙.๑๗๙| เกวฏฺฏทฺวารา นิกฺขมฺม อหุ มยฺหํ นิเวสนํ ตตฺถ สํสรมานานํ สาวกานํ มเหสินํ |๑๙.๑๘๐| โอทนํ กุมฺมาสํ ฑากํ โลณโสวีรกญฺจหํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๑๙.๑๘๑| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ |๑๙.๑๘๒| อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเลสุ สํวุตา สญฺญมา สํวิภาคา จ วิมานํ อาวสามหํ |๑๙.๑๘๓| ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๑๙.๑๘๔| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจานโกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๑๙.๑๘๕| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ มม จ ภนฺเต วจเนน ภควโต ปาเท สิรสา วนฺเทยฺยาสิ ลขุมา นาม ภนฺเต อุปาสิกา ภควโต ปาเท สิรสา วนฺทตีติ อนจฺฉริยํ โข ปเนตํ ภนฺเต ยํ มํ ภควา อญฺญตรสฺมึ สามญฺญผเล พฺยากเรยฺย ตํ ภควา สกทาคามิผเล พฺยากาสีติ ฯ ลขุมาวิมานํ ทุติยํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระ เมื่อขณะท่องเที่ยวอยู่ ณ เทวสถานได้ถามนางเทพธิดา ตนหนึ่งว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านเป็นผู้มีรัศมีงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทิศ สถิตอยู่ ประดุจดาวประจำรุ่ง ฉะนั้น ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญ กรรมอะไร ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เพราะบุญกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลื้มใจ ได้ พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ บ้านของดิฉันตั้งอยู่ใกล้กับประตูบ้านชาวประมง ดิฉันได้ถวายข้าวสุก ขนมกุมมาส ผักดอง และน้ำเครื่องดื่ม เจือด้วยรสต่างๆ แก่พระ สาวกทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ยิ่ง ซึ่งออกจากประตูบ้านชาวประมง กำลังท่องเที่ยวไปในบ้านของดิฉันนั้น ประการหนึ่ง ดิฉันเป็นผู้มีจิต เลื่อมใสในพระอริยสาวกผู้มีจิตอันซื่อตรง ได้เข้ารักษาอุโบสถศีลอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ตลอดวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ และ ตลอดปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้สังวรด้วยดีในองค์ศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวม และจำแนกทาน จึงได้ครอบครองวิมานนี้ เป็นผู้เว้นจากปาณาติบาต เว้นขาดจากการเอาสิ่งของของผู้อื่นด้วยไถยจิต จากการประพฤติล่วง ละเมิดในกาม สำรวมจากมุสาวาท และจากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ยินดี ในเบญจศีล ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดมผู้มี พระจักษุ และพระเกียรติยศ ดิฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญกรรมนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ ประการหนึ่ง ขอท่านผู้เจริญพึง ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า แล้วทูลตาม คำของดิฉันว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อุบาสิกาชื่อลขุมา ถวายบังคม พระบาททั้งคู่ของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็การ ที่พระผู้มีพระภาคพึงทรงพยากรณ์ดิฉันในสามัญผล อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ไม่น่าอัศจรรย์ แต่การที่พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์ดิฉัน ในสกทาคามิผล นั้น น่าอัศจรรย์แท้จริง. จบ ลขุมาวิมานที่ ๒.