อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๒๙

๖. วิหารวิมาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๒๙–๗๕๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 26 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. วิหารวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้อนุโมทนาการถวายวิหาร (พระอนุรุทธเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)

ข้อ ๗๒๙

เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๖. วิหารวิมาน

ข้อ ๗๓๐

เมื่อเธอนั้นกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงทิพย์น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ

ข้อ ๗๓๑

ทั้งกลิ่นทิพย์หอมระรื่นชื่นใจ ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วนสัดของเธอ

ข้อ ๗๓๒

เมื่อเธอสั่นไหวกายไปมา เสียงเครื่องประดับที่ช้องผม(ของเธอ)ทุกส่วน ก็เปล่งเสียงดังไพเราะ น่าฟัง ดังเสียงดนตรีเครื่องห้า

ข้อ ๗๓๓

อนึ่ง ต่างหูเพชรต้องลมสั่นไหว ก็ส่งเสียงดังไพเราะ น่าฟัง ดังเสียงดนตรีเครื่องห้า

ข้อ ๗๓๔

แม้มาลัยบนศีรษะของเธอ มีกลิ่นหอมชื่นใจ ก็ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก

ข้อ ๗๓๕

เธอสูดดมกลิ่นหอมนั้น ทั้งได้เห็นรูปอันมิใช่ของมนุษย์ เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดานั้นตอบว่า)

ข้อ ๗๓๖

พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา สหายของดิฉันอยู่ในกรุงสาวัตถี ได้จัดสร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันได้เห็นอาคาร และการบริจาคทรัพย์จำนวนมากอุทิศสงฆ์ เป็นที่พอใจของดิฉันเช่นนั้น จึงเลื่อมใสแล้วอนุโมทนาในบุญนั้น

ข้อ ๗๓๗

วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา ซึ่งดิฉันได้มา เพราะการอนุโมทนาอย่างเดียวเท่านั้น วิมานนั้นล่องลอยไปได้โดยรอบ ในรัศมี ๑๖ โยชน์ด้วยบุญฤทธิ์ของดิฉัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๖. วิหารวิมาน

ข้อ ๗๓๘

วิมานเรือนยอดของดิฉัน จัดแบ่งไว้แต่ละส่วนอย่างเหมาะสม ส่องสว่างรุ่งเรือง ตลอดรัศมี ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

ข้อ ๗๓๙

อนึ่ง ที่วิมานของดิฉันนี้ มีสระโบกขรณี ซึ่งหมู่มัจฉาทิพย์อาศัยอยู่ประจำ มีน้ำใสสะอาด มีพื้นดารดาษด้วยทรายทอง

ข้อ ๗๔๐

ดื่นดาดด้วยบัวหลวงหลากชนิด มีบัวขาวรายล้อมไว้รอบ ยามลมรำเพยพัดก็โชยกลิ่นหอมระรื่นจรุงใจ

ข้อ ๗๔๑

มีรุกขชาตินานาชนิด คือต้นหว้า ต้นขนุน ต้นตาล ต้นมะพร้าว และป่าไม้เกิดเองตามธรรมชาติ ภายในนิเวศน์ มิได้มีใครปลูกไว้

ข้อ ๗๔๒

วิมานนี้กึกก้องไปด้วยดนตรีชนิดต่างๆ เหล่าเทพอัปสรก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แม้นรชนที่ฝันเห็นดิฉันแล้วต้องปลื้มใจ

ข้อ ๗๔๓

วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา มีรัศมีสว่างไสวไปทุกทิศ เช่นนี้ บังเกิดเพราะกุศลกรรมของดิฉัน (ฉะนั้น)จึงควรแท้ที่สาธุชนจะทำบุญไว้ (พระอนุรุทธเถระประสงค์จะให้นางบอกสถานที่ที่นางวิสาขาเกิดจึงได้กล่าวคาถานี้ว่า)

ข้อ ๗๔๔

เธอได้วิมานน่าอัศจรรย์ น่าทัศนา เพราะการอนุโมทนาอย่างเดียวเท่านั้น ขอเธอจงบอกคติของนางวิสาขา ผู้ที่ได้ถวายทานนั้นเถิดว่า นางเกิด ณ ที่ไหน (เทพธิดานั้นตอบว่า)

ข้อ ๗๔๕

พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกาสหายของดิฉันนั้น ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ รู้แจ้งธรรม ได้ถวายทาน เกิดแล้วในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๖. วิหารวิมาน

ข้อ ๗๔๖

เป็นปชาบดีของท้าวสุนิมิตเทวราชนั้น วิบากแห่งกรรมของนางเป็นเรื่องที่ใครๆ ไม่พึงคิด ดิฉันได้ชี้แจงถึงคำถามที่พระคุณเจ้าถาม ถึงที่ที่นางเกิดแด่พระคุณเจ้าแล้วตามความเป็นจริง

ข้อ ๗๔๗

ถ้าอย่างนั้น ขอนิมนต์พระคุณเจ้าโปรดชักชวนแม้คนอื่นๆ ว่า ท่านทั้งหลายจงเต็มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด และจงมีใจเลื่อมใสฟังธรรม การได้เกิดเป็นมุษย์ที่ได้แสนยาก พวกท่านก็ได้แล้ว

ข้อ ๗๔๘

พระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงไพเราะดังเสียงพรหม มีพระฉวีวรรณผุดผ่องดังทอง ผู้ทรงเป็นใหญ่ยิ่งด้วยมรรค ได้ทรงแสดงทานใดว่าเป็นทาง(ไปสู่สุคติ) ขอท่านทั้งหลายจงเต็มใจถวายทานนั้นแด่สงฆ์ ซึ่งเป็นบุญเขตที่ทักษิณาทานมีผลมากเถิด

ข้อ ๗๔๙

ทักขิไณยบุคคล ๔ คู่ ๘ ท่านเหล่านี้ที่ท่านผู้รู้สรรเสริญแล้ว เป็นสาวกของพระสุคต ทานที่ถวายในบุคคลเหล่านี้มีผลมาก

ข้อ ๗๕๐

พระอริยบุคคลผู้บรรลุอริยมรรค ๔ และผู้ดำรงอยู่ในอริยผล ๔ นี้ จัดเป็นพระสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติตรง ดำรงมั่นอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา

ข้อ ๗๕๑

มนุษย์ทั้งหลายผู้หวังบุญให้ทานอยู่ ทำบุญปรารภเหตุแห่งการเวียนว่ายตายเกิด จึงถวายทานแก่สงฆ์ซึ่งมีผลมาก

ข้อ ๗๕๒

ด้วยว่า พระสงฆ์นี้มีคุณยิ่งใหญ่ ไพบูลย์ หาประมาณมิได้ ดุจทะเลเปี่ยมด้วยน้ำ พระอริยบุคคลเหล่านี้แลเป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นผู้ให้แสงสว่างคือปัญญาแก่ชาวโลก ย่อมยกธรรมขึ้นแสดง @เชิงอรรถ : @ อริยมรรค (ขุ.วิ.อ. ๗๔๘/๒๒๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๗. จตุริตถีวิมาน

ข้อ ๗๕๓

ทานที่บุคคลถวายเจาะจงสงฆ์นั้นชื่อว่าเป็นทานที่ถวายดีแล้ว บูชาสักการะด้วยดีแล้ว ทักษิณาที่ถวายในสงฆ์นั้นมีผลมาก ทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงรู้แจ้งโลกก็ทรงสรรเสริญแล้ว

ข้อ ๗๕๔

เหล่าชนมาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ได้เกิดปีติโสมนัส กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งมูลเหตุได้ ท่องเที่ยวไปในโลก ไม่ถูกบัณฑิตติเตียน จึงเข้าถึงแดนสวรรค์ได้วิหารวิมานที่ ๖ จบ ภาณวารที่ ๒ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. วิหารวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในวิหารวิมาน ท่านพระอนุรุทธเถระได้ถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

ข้อ ๔๔

|๔๔.๕๑๑| ๖ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต ... เป ... โอสธี วิย ตารกา |๔๔.๕๑๒| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา สทฺทา นิจฺฉรนฺติ สวนียา มโนรมา |๔๔.๕๑๓| ตสฺสา เต นจฺจมานาย องฺคมงฺเคหิ สพฺพโส ทิพฺพา คนฺธา ปวายนฺติ สุจิคนฺธา มโนรมา |๔๔.๕๑๔| วิวตฺตมานา กาเยน ยา เวณีสุ ปิลนฺธนา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๔๔.๕๑๕| วฏํสกา วาตธูตา วาเตน สมฺปกมฺปิตา เตสํ สุยฺยติ นิคฺโฆโส ตุริเย ปญฺจงฺคิเก ยถา |๔๔.๕๑๖| ยาปิ เต สิรสิ มาลา สุจิคนฺธา มโนรมา วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา |๔๔.๕๑๗| ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ |๔๔.๕๑๘| สาวตฺถิยํ มยฺห สขี ภทนฺเต สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ ตตฺถ ปสนฺนา อหมานุโมทึ ทิสฺวา อคารญฺจ ปิยญฺจ เมตํ |๔๔.๕๑๙| ตาเยว เม สุทฺธนุโมทนาย ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ สมนฺตโต โสฬสโยชนานิ เวหาสยํ คจฺฉติ อิทฺธิยา มม |๔๔.๕๒๐| กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา สตโยชนํ |๔๔.๕๒๑| โปกฺขรญฺโญ จ เม เอตฺถ ปุถุโลมนิเสวิตา อจฺโฉทกา วิปฺปสนฺนา โสวณฺณวาลุกสนฺถตา |๔๔.๕๒๒| นานาปทุมสญฺฉนฺนา ปุณฺฑรีกสโมตตา สุรภี สมฺปวายนฺติ มนุญฺญมาลุเตริตา |๔๔.๕๒๓| ชมฺพุโย ปนสา ตาลา นาฬิเกรา วนานิ จ อนฺโต นิเวสเน ชาตา นานารุกฺขา อโรปิตา |๔๔.๕๒๔| นานาตุริยสงฺฆุฏฺฐํ อจฺฉราคณโฆสิตํ โยปิ มํ สุปิเน ปสฺเส โสปิ วิตฺโต สิยา นโร |๔๔.๕๒๕| เอตาทิสํ อพฺภูตทสฺสเนยฺยํ วิมานํ สพฺพโส ปภํ มม กมฺเมหิ นิพฺพตฺตํ อลํ ปุญฺญานิ กาตเว |๔๔.๕๒๖| ตาเยว เต สุทฺธนุโมทนาย ลทฺธํ วิมานพฺภูตทสฺสเนยฺยํ ยา เจว สา ทานมทาสิ นารี ตสฺสา คตึ พฺรูหิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ ฯ |๔๔.๕๒๗| ยา สา อหุ มยฺห สขี ภทนฺเต สงฺฆสฺส กาเรสิ มหาวิหารํ วิญฺญาตธมฺมา สา อทาสิ ทานํ อุปฺปนฺนา นิมฺมานรตีสุ เทเวสุ |๔๔.๕๒๘| ปชาปตี ตสฺส สุนิมฺมิตสฺส อจินฺติยา กมฺมวิปาก ตสฺสา ยเมตํ ปุจฺฉสิ กุหึ อุปฺปนฺนา สาติ ภนฺเต วิยากาสึ อนญฺญถา อหํ |๔๔.๕๒๙| เตน หญฺเญปิ สมาทเปถ สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา ธมฺมญฺจ สุณาถ ปสนฺนมานสา สุทุลฺลโภ ลทฺโธ มนุสฺสลาโภ |๔๔.๕๓๐| ยํ มคฺคํ มคฺคาธิปตี อเทสยิ พฺรหฺมสฺสโร กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ สงฺฆสฺส ทานานิ ททาถ วิตฺตา มหปฺผลา ยตฺถ ภวนฺติ ทกฺขิณา |๔๔.๕๓๑| เย ปุคฺคลา อฏฺฐสตํ ปสฏฺฐา จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ |๔๔.๕๓๒| จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา เอส สงฺโฆ อุชุภูโต ปญฺญาสีลสมาหิโต |๔๔.๕๓๓| ยชมานานํ มนุสฺสานํ ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ กโรนฺตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ |๔๔.๕๓๔| เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺฆโต เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร เอเตหิ เสฏฺฐา นรวิริยสาวกา ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ |๔๔.๕๓๕| เตสํ สุทินฺนํ สุหุตฺตํ สุยิฏฺฐํ เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา มหปฺผลา โลกวิทูหิ วณฺณิตา |๔๔.๕๓๖| เอตาทิสํ ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐานนฺติ ฯ วิหารวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ ภาณวารํ ทุติยํ ฯ

ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุก ทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เมื่อท่านฟ้อนอยู่ เสียงอันเป็น ทิพย์น่าฟัง รื่นรมย์ใจ ย่อมเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน ทั้ง กลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ ก็ฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ทุกส่วน เมื่อท่านไหวกายกลับไปมา เสียงของเครื่องประดับช้องผมก็ดังเสียง ไพเราะ ดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ อนึ่ง เสียงมงกุฎที่ถูกลมรำเพยพัดให้ หวั่นไหว ก็กังวานไพเราะดุจเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้พวงมาลัยบน เศียรเกล้าของท่าน มีกลิ่นหอมชวนให้เบิกบานใจ หอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก ฉะนั้น ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่าน จงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน อยู่ในเมืองสาวัตถี ได้สร้างมหาวิหารถวายสงฆ์ ดิฉันเห็นมหาวิหารนั้น แล้ว มีจิตเลื่อมใสอนุโมทนา ก็วิมานอันเป็นที่รักนี้อันดิฉันได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วยจิตบริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเท่านั้น วิมานนี้เป็น วิมานอัศจรรย์น่าดูน่าชม โดยรอบสูง ๑๖ โยชน์ เลื่อนลอยไปในอากาศ ได้ตามความปรารถนาของดิฉัน ดิฉันมีปราสาทเป็นที่อยู่อาศัย อันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้เป็นส่วนๆ งามรุ่งโรจน์ตลอดร้อยโยชน์โดยรอบ ทิศ อนึ่ง ที่วิมานของดิฉัน มีสระโบกขรณีเป็นที่อาศัยของหมู่มัจฉาชาติ มีน้ำใสสะอาด มีท่าอันลาดด้วยทรายทอง ดารดาษไปด้วยปทุมชาตินานา ชนิดพร้อมทั้งบัวขาว เกษรแห่งบัวทั้งหลายอันลมรำเพยพัด ย่อมหอม ฟุ้งเจริญใจ มีรุกขชาติต่างๆ อันบุญกรรมปลูกไว้ใกล้วิมาน คือ ไม้หว้า ขนุน ตาล มะพร้าว วิมานนี้กึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีต่างๆ และ กึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสร แม้นรชนใดได้เห็นวิมานนี้ด้วยความฝัน นรชนนั้นก็พึงปลื้มใจ วิมานอันมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ น่าอัศจรรย์ น่าดูน่าชมเช่นนี้ เกิดแต่ดิฉันเพราะกุศลกรรมทั้งหลาย ควรทำบุญโดยแท้. พระอนุรุทธเถระ เมื่อจะให้นางเทพธิดาบอกที่เกิดของนางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงกล่าว ถามด้วยคาถาความว่า วิมานอันอัศจรรย์น่าดูน่าชมนี้ ท่านได้แล้ว เพราะการอนุโมทนาด้วย จิตอันบริสุทธิ์อย่างเดียวเท่านั้น นางนารีอันมีนามว่าวิสาขา ได้ถวาย ทานและได้สร้างมหาวิหาร ไปเกิดที่ไหน ขอท่านจงบอกคติของนาง วิสาขานั้น แก่อาตมาด้วยเถิด? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นางวิสาขามหาอุบาสิกา เป็นสหายของดิฉัน ได้สร้าง มหาวิหารถวายแด่สงฆ์และได้ถวายทานแด่สงฆ์ เป็นผู้รู้ธรรมแจ่มแจ้ง เธอได้บังเกิดในหมู่ทวยเทพชั้นนิมมานรดี เป็นประชาบดีของท้าวสุนิม- มิตวดี ผู้เป็นใหญ่ในชั้นนิมมานรดีนั้น วิบากแห่งกรรมของนางวิสาขา มหาอุบาสิกานั้น อันใครไม่ควรคิด ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันได้พยากรณ์ ที่เกิดของนางวิสาขาที่พระคุณเจ้าถามว่า นางวิสาขานั้นบังเกิด ณ ที่ไหน โดยถูกต้องแล้ว ถ้าอย่างนั้น ขอพระคุณเจ้าได้ชักชวนแม้ชนเหล่าอื่นว่า ท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทานแด่สงฆ์เถิด และจงมีใจเลื่อมใสฟัง ธรรม การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นการได้ด้วยแสนยาก อันพวกท่าน ได้แล้ว พระพุทธเจ้ามีพระสุรเสียงดุจเสียงพรหม มีพระฉวีวรรณดุจ ทองคำ เป็นอธิบดีแห่งมรรคา ได้ทรงแสดงธรรมใดไว้ว่า เป็นทาง สวรรค์ ทางนั้นเป็นทางอันประเสริฐ ท่านทั้งหลายจงปลื้มใจถวายทาน แด่สงฆ์ ที่บุคคลถวายทักษิณาแล้วมีผลมาก บุคคลเหล่าใดอันพระ- พุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้วว่า คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ เหล่านี้ บุคคลเหล่านั้นเป็นพระทักขิไณยบุคคล สาวกแห่งพระสุคต ทานอัน บุคคลถวายแล้วในพระทักขิไณยบุคคลเหล่านั้น มีผลมาก ท่านผู้ปฏิบัติ เพื่ออริยมรรค ๔ จำพวก และท่านผู้ตั้งอยู่ในอริยผล ๔ จำพวก พระ- อริยบุคคล ๘ จำพวกนี้ ชื่อว่าสงฆ์ เป็นผู้ปฏิบัติซื่อตรง ดำรงมั่นอยู่ ในปัญญาและศีล เมื่อมนุษย์ทั้งหลายผู้มุ่งบุญ ถวายทานในท่านเหล่านี้ หรือทำบุญปรารภการเวียนเกิดเวียนตาย ทานที่ถวายในสงฆ์ย่อมมีผลมาก พระสงฆ์นี้ เป็นผู้มีคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ยังผลให้เกิดแก่ผู้ถวายทาน ในท่านอย่างไพบูลย์ ยากที่จะปริมาณได้ว่าเท่านี้ๆ เหมือนทะเลยาก ที่จะคาดคะเนได้ว่ามีน้ำเท่านี้ๆ ฉะนั้น พระสงฆ์เหล่านี้แล เป็นผู้ ประเสริฐ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเพียร เป็นเยี่ยมในหมู่ นรชน เป็นแหล่งสร้างแสงสว่าง คือ ญาณของชาวโลก ได้แก่ นำ เอาแสงสว่าง คือ พระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้แล้วมา ชี้แจง ปวงชนผู้ใคร่ต่อบุญเหล่าใด ถวายทานมุ่งตรงต่อสงฆ์ ทักษิณา ของเขาเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นทักษิณาที่ถวายดีแล้ว เป็นยัญวิธีที่เซ่นสรวง ถูกต้อง จัดเป็นบูชากรรมที่บูชาแล้วชอบ เพราะทักษิณานั้นจัดเป็น สังฆทาน มีผลมาก อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายผู้รู้แจ้งโลก ทรง สรรเสริญ ชนเหล่าใดยังท่องเที่ยวอยู่ในโลก มาหวนระลึกถึงบุญเช่นนี้ ได้ เกิดปีติโสมนัส ก็จะกำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่ พร้อมทั้ง ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความลังเลใจ และการตีตนเสมอท่าน อันเป็น มูลฐานเสียได้ ทั้งจะไม่เป็นผู้อันผู้รู้ติเตียน แต่นั้นก็จะเข้าถึงสถานที่ อันเป็นแดนสวรรค์. จบ วิหารวิมานที่ ๖ จบ ภาณวารที่ ๒.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/