๖. พรหาฉัตตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. พรหาฉัตตชาดก (๓๓๖) ว่าด้วยพระกุมารชื่อพรหาฉัตต์ (พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาในเวลาที่ทรงบ่นเพ้อว่า)
พระองค์ทรงบ่นอยู่ว่า หญ้า หญ้า ใครหนอนำหญ้ามาถวายพระองค์ พระองค์มีกิจที่จะพึงทำด้วยหญ้าหรือหนอ จึงตรัสแต่คำว่า หญ้า หญ้า เท่านั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๘๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๔. โกกิลวรรค ๗. ปีฐชาดก (๓๓๗) (พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)
ฉัตตฤๅษีนั้นมีร่างกายสูง เป็นพรหมจารี เป็นพหูสูต มาแล้วที่นี้ ลักเอาทรัพย์ทั้งหมดของเราไป ใส่หญ้าไว้ในตุ่มแทนแล้วหนีไป (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ผู้ต้องการใช้หญ้ามีค่าน้อยแลกทรัพย์จำนวนมาก ย่อมต้องกระทำอย่างนี้ คือ ถือเอาทรัพย์ของตน แต่ไม่ถือเอาหญ้าซึ่งไม่ควรถือเอา การพิไรรำพันในเรื่องนั้นจะมีประโยชน์อะไร (พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)
คนมีศีลไม่กระทำเช่นนั้น คนพาลทำเช่นนั้นเป็นปกติ ทำไมหนอจะทำคนที่มีศีลไม่มั่นคง ซึ่งเป็นคนทุศีลให้เป็นบัณฑิตได้พรหมฉัตตชาดกที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ พฺรหาฉตฺตชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. พรหาฉัตตชาดก เอาของน้อยแลกของมาก
ติณํ ติณนฺติ ลปสิ โก นุ เต ติณมาหริ กินฺนุ เต ติณกิจฺจตฺถิ ติณเมว ปภาสติ ฯ
พระองค์ตรัสเพ้ออยู่ว่า หญ้าๆ ใครหนอ นำเอาหญ้ามาถวายพระองค์ พระองค์มีกิจด้วยหญ้าหรือหนอ พระองค์จึงตรัสถึงแต่หญ้าเท่านั้น?
อิธาคมา พฺรหฺมจารี พฺรหาฉตฺโต พหุสฺสุโต โส เม สพฺพํ สมาทาย ติณํ นิกฺขิปฺป คจฺฉติ ฯ
ฉัตตฤาษีผู้มีร่างกายสูงใหญ่ เป็นพรหมจารี เป็นพหูสูต มาอยู่ ณ ที่นี้ เขาลักเอาทรัพย์ของเราจนหมดสิ้นแล้ว ยังใส่หญ้าไว้ในตุ่มแล้วหนีไป.
เอเวตํ โหติ กตฺตพฺพํ อปฺเปน พหุมิจฺฉตา สพฺพํ สกสฺส อาทานํ อนาทานํ ติณสฺส จ ติณสฺส จาฏีสุ คโต ตตฺถ กา ปริเทวนา ฯ
การถือเอาทรัพย์ของตนไปหมด และการไม่ถือเอาหญ้า เป็นกิจที่ผู้ ปรารถนาของน้อยแลกเอาของมาก พึงกระทำอย่างนั้น ฉัตตฤาษีใส่หญ้า ไว้ในตุ่มหนีไปแล้ว การปริเวทนาเพราะเรื่องนั้น จะมีประโยชน์อะไร.
สีลวนฺโต น กุพฺพนฺติ พาโล สีลานิ กุพฺพติ อนิจฺจสีลํ ทุสฺสีลฺยํ กึ ปณฺฑิจฺจํ กริสฺสตีติ ฯ พฺรหาฉตฺตชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------
ผู้มีศีลทั้งหลาย ย่อมไม่ทำอย่างนั้น คนพาล ย่อมกระทำอนาจารอย่างนี้ ความเป็นบัณฑิตจักทำคนทุศีล มีศีลไม่ยั่งยืน ให้เป็นคนอย่างไร?จบ พรหาฉัตตชาดกที่ ๖.