๒. มิคโปตกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๓. อัฑฒวรรค ๒. มิคโปตกชาดก (๓๗๒) ๒. มิคโปตกชาดก (๓๗๒) ว่าด้วยลูกเนื้อ (ท้าวสักกเทวราชทอดพระเนตรดาบสร้องไห้คร่ำครวญ จึงเสด็จมายืนอยู่ใน อากาศตรัสว่า)
การที่ท่านผู้ละการครองเรือนบวชเป็นสมณะ เศร้าโศกถึงลูกเนื้อที่ตายไปแล้วนั้น เป็นการไม่สมควร (ดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
ท้าวสักกะ เพราะการอยู่ร่วมกันแล ความรักจึงเกิดในหทัยของมนุษย์หรือของเนื้อ อาตมาจึงไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศกถึงลูกเนื้อนั้นได้ (ท้าวสักกะตรัสว่า)
ชนเหล่าใดร้องไห้ บ่นเพ้อ รำพัน ถึงคนที่ตายแล้วและคนที่จะตาย สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวการร้องไห้ว่าเปล่าประโยชน์ ท่านฤๅษี เพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้ไปเลย
พราหมณ์ สัตว์ที่ตายละโลกนี้ไปแล้ว จะพึงลุกขึ้นได้เพราะการร้องไห้ เราทุกคนก็คงมาประชุมกัน ร้องไห้ถึงหมู่ญาติของกันและกัน (ดาบสกล่าวสดุดีท้าวสักกะว่า)
พระองค์ช่วยระงับอาตมาผู้เร่าร้อนให้สงบ ดับความกระวนกระวายทั้งหมดได้ เหมือนคนเอาน้ำราดดับไฟที่ติดเปรียง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๒๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๓. อัฑฒวรรค ๓. มูสิกชาดก (๓๗๓)
พระองค์ได้บรรเทาความเศร้าโศกถึงบุตรของอาตมา ผู้กำลังเศร้าโศก ชื่อว่าได้ช่วยถอนลูกศรคือความเศร้าโศก ซึ่งเสียบหัวใจของอาตมาขึ้นได้แล้วหนอ
ท้าววาสวะ อาตมาซึ่งพระองค์ได้ช่วยถอนลูกศร คือความเศร้าโศกขึ้นได้แล้วเป็นผู้ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความขุ่นมัว จึงไม่เศร้าโศก ไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังคำของพระองค์ มิคโปตกชาดก ที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒ มิคโปตกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. มิคโปตกชาดก คำพูดที่ทำให้หายเศร้าโศก
อคารา ปจฺจุเปตสฺส อนาคารสฺส เต สโต สมณสฺส น ตํ สาธุ ยํ เปตมนุโสจสิ ฯ
การที่ท่านเศร้าโศกถึงลูกเนื้อผู้ละไปแล้ว เป็นการไม่สมควรแก่ท่านผู้ หลีกออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต สงบระงับ.
สํวาเสน หเว สกฺก มนุสฺสสฺส มิคสฺส วา หทเย ชายเต เปมํ น ตํ สกฺกา อโสจิตุํ ฯ
ดูกรท้าวสักกะ ความรักของมนุษย์ หรือเนื้อ ย่อมเกิดขึ้นในใจ เพราะ อยู่ร่วมกันมา มนุษย์ หรือเนื้อนั้น อาตมภาพไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศก ถึงได้.
มตํ มริสฺสํ โรทนฺติ เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ ตสฺมา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต ฯ
ชนเหล่าใด มาร้องไห้รำพัน บ่นเพ้อถึงผู้ตายไปแล้ว และผู้จะตายอยู่ ณ บัดนี้ การร้องไห้ของชนเหล่านั้น สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่า เปล่า จากประโยชน์ ดูกรฤาษี เพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้เลย.
โรทิเตน หเว พฺรเหฺม มโต เปโต สมุฏฺฐเห สพฺเพ สงฺคมฺม โรทาม อญฺญมญฺญสฺส ญาตเก ฯ
ดูกรพราหมณ์ ผู้ที่ตายไปแล้ว ละไปแล้ว หากจะพึงกลับเป็นขึ้นได้ เพราะการร้องไห้ เราก็จะประชุมกันทั้งหมดร้องไห้ ถึงพวกญาติของ กันและกัน.
อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ อพฺพูฬฺหํ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยสฺสิตํ โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน วาสวาติ ฯ มิคโปตกชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------
มหาบพิตร มารดอาตมภาพผู้เดือดร้อนยิ่งนักให้หายร้อน ดับความกระ วนกระวายได้ทั้งสิ้น เหมือนบุคคลเอาน้ำรดไฟติดที่เปรียงให้ดับ ฉะนั้น มหาบพิตรมาถอนลูกศรคือความโศกที่เสียบแน่นอยู่ในหทัยของอาตมภาพ ออกได้แล้วหนอ เมื่ออาตมภาพถูกความโศกครอบงำ มหาบพิตรก็ได้ บรรเทาความโศกถึงบุตรเสียได้ ดูกรท้าววาสวะ อาตมภาพเป็นผู้ถอนลูก ศรออกได้แล้ว ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความมัวหมอง อาตมภาพจะไม่เศร้าโศกร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของมหาบพิตร. จบ มิคโปตกชาดกที่ ๒.