๘. อาทิตตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. อาทิตตชาดก (๔๒๔) ว่าด้วยสิ่งของในเรือนที่ถูกไฟไหม้ (พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวอนุโมทนาแด่พระราชาและพระเทวีว่า)
เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ ภาชนะใดที่นำออกได้ ภาชนะนั้นก็เป็นประโยชน์แก่เขา ส่วนภาชนะที่ถูกไฟไหม้ในเรือนนั้นก็ไม่เป็นประโยชน์เลย
สัตวโลกถูกชราและมรณะแผดเผาอยู่อย่างนี้ ทรัพย์ที่มหาบพิตรทรงนำออกให้ทานเป็นอันทรงนำออกดีแล้ว (พระปัจเจกพุทธเจ้าที่เหลืออีก ๖ องค์ กล่าวอนุโมทนาว่า)
ชนใดให้ทานแก่ท่านผู้ได้ธรรม บรรลุธรรมด้วยความขยันหมั่นเพียร ชนนั้นย่อมพ้นจากนรกเวตรณีของพญายม แล้วเข้าถึงทิพยสถาน
ทานและการรบ นักปราชญ์กล่าวว่า เสมอกัน คือ คนแม้มีจำนวนน้อยก็ย่อมชนะคนจำนวนมากได้ ถึงทรัพย์มีจำนวนน้อย หากมีศรัทธาก็ให้ทานได้ เพราะทรัพย์มีจำนวนน้อยนั่นแหละ เขาย่อมมีความสุขในโลกหน้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๙. อัฏฐานชาดก (๔๒๕)
พระสุคตทรงสรรเสริญการเลือกให้ ท่านเหล่าใดควรแก่ทักษิณามีอยู่ในมนุษยโลกนี้ ทานที่บุคคลถวายในท่านเหล่านี้ย่อมมีผลมาก เหมือนพืชที่หว่านลงในนาที่ดี
ผู้ใดไม่เที่ยวเบียดเบียนหมู่สัตว์ ไม่ทำความชั่ว เพราะกลัวคนอื่นติเตียน บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญผู้นั้นซึ่งกลัวการถูกติเตียน ไม่สรรเสริญผู้กล้าในการถูกติเตียน เพราะกลัวต่อการถูกติเตียน สัตบุรุษทั้งหลายจึงไม่ทำความชั่ว
บุคคลเกิดเป็นกษัตริย์ด้วยพรหมจรรย์ชั้นต่ำ เกิดเป็นเทวดาด้วยพรหมจรรย์ชั้นกลาง และย่อมบริสุทธิ์ด้วยพรหมจรรย์ชั้นสูงสุด
ทานท่านสรรเสริญไว้หลายประการก็จริง แต่ธรรมเท่านั้นประเสริฐกว่าทาน เพราะแต่ก่อนมา สัตบุรุษทั้งหลายผู้มีปัญญาเท่านั้น ได้บรรลุนิพพาน อาทิตตชาดกที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ อาทิตฺตชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. อาทิตตชาดก ว่าด้วยการให้ทานกับการรบ
อาทิตฺตสฺมึ อคารสฺมึ ยํ นีหรติ ภาชนํ ตํ ตสฺส โหติ อตฺถาย โน จ ยํ ตตฺถ ฑยฺหติ ฯ
เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ บุคคลผู้เป็นเจ้าของขนเอาสิ่งของอันใดออกได้ สิ่ง ของอันนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่เจ้าของนั้น แต่ของที่ถูกไฟไหม้ย่อมไม่ เป็นประโยชน์แก่เขา.
เอวมาทิปิโต โลโก ชราย มรเณน จ นีหเรเถว ทาเนน ทินฺนํ โหติ สุนีภตํ ฯ
โลกถูกชราและมรณะเผาแล้วอย่างนี้ บุคคลพึงนำออกเสียด้วยการให้ทาน ทานที่ให้แล้วจะน้อยก็ตามมากก็ตาม ชื่อว่าเป็นอันนำออกดีแล้ว.
โย ธมฺมลทฺธสฺส ททาติ ทานํ อุฏฺฐานวิริยาธิคตสฺส ชนฺตุ อติกฺกมฺม โส เวตรณึ ยมสฺส ทิพฺพานิ ฐานานิ อุเปติ มจฺโจ ฯ
คนใดให้ทานแก่ท่านผู้มีธรรมอันได้แล้ว ผู้บรรลุธรรมด้วยความเพียรและ ความหมั่น คนนั้นล่วงเลยเวตรณีนรกของพระยายมไปได้แล้ว จะเข้า ถึงทิพยสถาน.
ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ อปฺปาปิ สนฺตา พหุเก ชินนฺติ อปฺปมฺปิ เจ สทฺทหาโน ททาติ เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถ ฯ
ท่านผู้รู้กล่าวทานกับการรบว่ามีสภาพเสมอกัน นักรบแม้จะมีน้อยก็ชำนะ คนมากได้ เจตนาเครื่องบริจาคก็เหมือนกัน แม้จะน้อย ย่อมชำนะหมู่ กิเลสแม้มากได้ ถ้าบุคคลเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม ย่อมให้ทานแม้ น้อย เขาก็เป็นสุขในโลกหน้า เพราะการบริจาคมีประมาณน้อยนั้น.
วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ เย ทกฺขิเณยฺยา อิธ ชีวโลเก เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ พีชานิ วุตฺตานิ ยถา สุเขตฺเต ฯ
การเลือกทักขิณาทานและพระทักขิไณยบุคคลแล้วจึงให้ทาน พระสุคต ทรงสรรเสริญ ทานที่บุคคลถวายในพระทักขิไณยบุคคล มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น ซึ่งมีอยู่ในสัตว์โลกนี้ ย่อมมีผลมาก เหมือนพืชที่หว่านลงใน นาดี ฉะนั้น.
โย ปาณภูตานิ อเหฐยํ จรํ ปรูปวาทา น กโรติ ปาปํ ภีรุํ ปสํสนฺติ น ตตฺถ สูรํ ภยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาปํ ฯ
บุคคลใดไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายเที่ยวไปอยู่ ไม่ทำบาป เพราะกลัวคน อื่นจะติเตียน บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญบุคคลผู้กลัวบาปนั้น ย่อม ไม่สรรเสริญบุคคลผู้กล้าในการทำบาป เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายย่อมไม่ ทำบาป เพราะความกลัวถูกติเตียน.
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ ฯ
บุคคลย่อมเกิดในสกุลกษัตริย์เพราะพรหมจรรย์อย่างต่ำ เกิดในเทวโลก เพราะพรหมจรรย์อย่างกลาง และบริสุทธิ์ได้เพราะพรหมจรรย์อย่างสูง.
อทฺธา หิ ทานํ พหุธา ปสตฺถํ ทานา จ โข ธมฺมปทํว เสยฺโย ปุพฺเพว หิ ปุพฺพตเรว สนฺโต นิพฺพานเมวชฺฌคมุํ สปญฺญาติ ฯ อาทิตฺตชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
ทานท่านผู้รู้สรรเสริญโดยส่วนมากก็จริง แต่ว่าบทแห่งธรรมแลประเสริฐ กว่าทาน เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลายในครั้งก่อน หรือว่าก่อนกว่านั้นอีก ผู้มีปัญญาเจริญสมถวิปัสสนาแล้วได้บรรลุนิพพานนั่นเทียว. จบ อาทิตตชาดกที่ ๘.