๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖) ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖) ว่าด้วยเขตที่ถวายทานแล้วมีผลมาก (กุฎุมพีทูลถามพระราชาว่า)
ข้าพระองค์ได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติ ประทับอยู่ในปรางค์ปราสาทอันประเสริฐ เสด็จบรรทมบนพระยี่ภู่อันสูงใหญ่ เสด็จจากแคว้นมายังปัจจันตชนบทเช่นกับที่ป่าปราศจากน้ำ
จึงได้ทูลถวายภัตตาหารอันวิจิตร คือข้าวสุกแห่งข้าวสาลีอันดีเลิศ ซึ่งมีกับที่ปรุงด้วยเนื้ออันสะอาด ด้วยความเคารพรักต่อพระองค์
พระองค์ผู้ทรงรับภัตนั้นแล้วได้พระราชทานให้พราหมณ์ ไม่เสวยด้วยพระองค์เอง ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของพระองค์หรือ ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายบังคมพระองค์ (พระราชาตรัสตอบว่า)
พราหมณ์เป็นอาจารย์ของเรา เป็นผู้ขวนขวายในกิจใหญ่น้อย เป็นครู และเป็นผู้ที่ควรจะเชื้อเชิญ เราจึงควรให้โภชนะแก่เขา (กุฎุมพีกล่าวกับพราหมณ์ว่า)
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ผู้โคตมโคตร ที่พระราชาทรงบูชา พระราชาได้พระราชทานภัตแก่ท่าน ซึ่งมีกับที่ปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่ท่าน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖)
ท่านได้รับพระราชทานภัตตาหารนั้นแล้ว กลับถวายโภชนะแก่ฤๅษี ท่านคงจะรู้ตัวซิว่า ไม่ใช่เนื้อนาบุญแห่งทาน ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของท่านหรือ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่าน (พราหมณ์ตอบว่า)
ข้าพเจ้ายังต้องเลี้ยงบุตรและภรรยา เป็นผู้ติดในครอบครัว ถึงจะถวายอนุศาสน์แก่พระราชา ก็ยังบริโภคกามซึ่งเป็นของมนุษย์
ข้าพเจ้าควรจะถวายโภชนะแก่ฤๅษีผู้อยู่ป่า บำเพ็ญตบะมาช้านาน ผู้เจริญด้วยคุณ อบรมตนแล้ว (กุฎุมพีกล่าวกับฤๅษีว่า)
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามฤๅษีผู้ผอม มีร่างกายสะพรั่งด้วยเส้นเอ็น มีขนรักแร้ เล็บ และขนงอกขึ้นยาว มีขี้ฟันเขรอะ มีธุลีบนศีรษะ
ท่านอยู่ผู้เดียวในป่า ไม่คำนึงถึงชีวิต เพราะเหตุไร ภิกษุจึงดีกว่าท่าน ถึงกับท่านยอมถวายโภชนะ (ฤๅษีตอบว่า)
อาตมายังขุดมันเทศและเหง้าตาล มันมือเสือ และหัวหอม หัวกระเทียมอยู่ นวดข้าวฟ่างและลูกเดือย รวบรวมตากให้แห้ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖)
อาตมายังแสวงหาผัก เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อ พุทรา และมะขามป้อมเหล่านั้นมาบริโภคอยู่ อาตมายังมีการยึดถือนั้นอยู่
เมื่ออาตมายังหุงโภชนะ ยังมีความกังวล ยังมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่ ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุง ผู้ละเว้นความยึดถือว่าเป็นของเรา ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น (กุฎุมพีกล่าวกับพระปัจเจกพุทธเจ้าว่า)
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามภิกษุผู้นั่งนิ่ง มีวัตรอันดีงาม ฤาษีได้ถวายภัตตาหารซึ่งมีกับที่ปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่ท่าน
ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้ว นั่งนิ่งฉันแต่ผู้เดียว ไม่เชื้อเชิญใครอื่น ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของท่านหรือ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่าน (พระปัจเจกพุทธเจ้าตอบว่า)
อาตมาไม่ได้หุงเอง มิได้ใช้ให้ใครหุง ไม่ได้ตัดเอง มิได้ใช้ให้ใครตัด เพราะรู้ว่า อาตมานั้นไม่มีความกังวล งดเว้นจากบาปทั้งปวง
ฤๅษีจึงถือเอาภิกษาด้วยมือซ้าย ถือคนโทน้ำด้วยมือขวา ได้ถวายภัตตาหารซึ่งมีกับที่ปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมา
เพราะชนทั้งหลายเหล่านี้ยังมีความยึดมั่นว่าเป็นของเรา ยังมีความยึดมั่นถือมั่นจึงควรให้ทาน ส่วนอาตมาสำคัญว่า ผู้เชื้อเชิญ ผู้ถวาย เป็นปฏิปทาที่ผิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก (๔๙๖) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ (กุฎุมพีฟังคำของพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วดีใจ จึงกล่าวว่า)
วันนี้ พระราชาผู้เป็นจอมทัพ เสด็จมาที่นี่เพื่อประโยชน์แก่เราแท้ๆ ข้าพระองค์รู้ชัดในวันนี้ถึงเขตที่ถวายทานแล้วมีผลมาก
พระราชาทั้งหลายทรงพอพระทัยในแคว้น พราหมณ์ทั้งหลายพอใจในกิจน้อยใหญ่ ฤๅษีทั้งหลายพอใจในมูลผลาหาร ส่วนภิกษุทั้งหลายหลุดพ้นแล้ว ภิกขาปรัมปรชาดกที่ ๑๓ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. สาลิเกทารชาดก ๒. จันทกินนรีชาดก ๓. มหาอุกกุสชาดก ๔. อุททาลกชาดก ๕. ภิสชาดก ๖. สุรุจิชาดก ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ๘. มหาโมรชาดก ๙. ตัจฉสูกรชาดก ๑๐. มหาวาณิชชาดก ๑๑. สาธินราชชาดก ๑๒. ทสพราหมณชาดก ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก ปกิณณกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓ ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก ว่าด้วยการให้ทานในท่านใด มีผลมาก
สุขุมาลรูปํ ทิสฺวา รฏฺฐา วิวนมาคตํ กูฏาคารวรูเปตํ มหาสยนมุโปจิตํ ตสฺส เต เปมเกนาหํ อทาสึ วฑฺฒโมทนํ สาลีนํ วิจิตฺตํ ภตฺตํ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห พฺราหฺมณสฺส อทาปยิ อตฺตานํ อนสิตฺวาน โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นสุขุมาลชาติ เคยประทับใน พระตำหนักอันประเสริฐ ทรงบรรทมเหนือพระยี่ภู่อันใหญ่โต เสด็จจาก แว่นแคว้นมาสู่ดง จึงได้ทูลถวายข้าวสุกอย่างดีแห่งข้าวสาลี เป็นภัต อันวิจิตร มีแกงเนื้ออันสะอาดด้วยความรักต่อพระองค์ พระองค์ทรงรับ ภัตนั้นแล้ว มิได้เสวยด้วยพระองค์เอง ได้พระราชทานแก่พราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้อนี้เป็นธรรมอะไรของพระองค์?
อาจริโย พฺราหฺมโณ มยฺหํ กิจฺจากิจฺเจสุ วฺยาวโฏ ครุ จ อามนฺตนิโย จ ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
พราหมณ์เป็นอาจารย์ของฉัน เป็นผู้ขวนขวายในกิจน้อยกิจใหญ่ ทั้งเป็น ครู และเป็นผู้คอยตักเตือน ฉันควรให้โภชนะ.
พฺราหฺมณํทานิ ปุจฺฉามิ โคตมํ ราชปูชิตํ ราชา เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห อิสิสฺส โภชนํ อทา อเขตฺตญฺญูสิ ทานสฺส โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านพราหมณ์ผู้โคดมอันพระราชาทรงบูชา พระราชา ทรงพระราชทานภัต อันมีแกงเนื้ออย่างสะอาดแก่ท่าน ท่านรับภัตนั้น แล้วได้ถวายโภชนะแก่ฤาษี ชะรอยท่านจะรู้ว่า ตนมิได้เป็นเขตแห่งท่าน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแก่ท่าน ธรรมข้อนี้เป็นธรรมอะไรของท่าน?
ภรามิ ปุตฺตทาเร จ ฆเรสุ คธิโต อหํ ภุญฺช มานุสเก กาเม อนุสาสามิ ราชิโน อารญฺญิกสฺส อิสิโน จิรรตฺตํ ตปสฺสิโน วุฑฺฒสฺส ภาวิตตฺตสฺส ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
ข้าพเจ้ายังกำหนัดอยู่ในเรือนทั้งหลาย ต้องเลี้ยงบุตรและภรรยา ถวาย อนุศาสน์แก่พระราชา เชิญให้เสวยกามอันเป็นของมนุษย์ ข้าพเจ้าควร ถวายโภชนะแก่ฤาษี ผู้อยู่ในป่าสิ้นกาลนาน ผู้เรืองตบะ เป็นวุฒบุคคล อบรมตนแล้ว.
อิสิญฺจทานิ ปุจฺฉามิ กีสํ ธมนิสนฺถตํ ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมํ ปงฺกทนฺตํ รชสฺสิรํ เอโก อรญฺเญ วิหรสิ นาวกงฺขสิ ชีวิตํ ภิกฺขุ เกน ตยา เสยฺโย ยสฺส ตฺวํ โภชนํ อทา ฯ
บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถามท่านฤาษีผู้ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น มีเล็บ และขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ ท่านอยู่ในป่าผู้เดียว ไม่ห่วงใยชีวิต ภิกษุที่ท่านถวายโภชนะนั้นดีกว่าท่านด้วยคุณข้อไหน?
ขณมาลุกลมฺพานิ พิลาลิตกฺกลานิ จ ธุนํ สามากนิวารํ สํหาริยํ ปหาริยํ สากํ ภิสํ มธุํ มํสํ พทรามลกานิ จ ตานิ อาหตฺว ภุญฺชามิ อตฺถิ เม โส ปริคฺคโห ปจนฺโต อปจนฺตสฺส อมมสฺส สกิญฺจโน อนาทานสฺส สาทาโน ทาตุมรหามิ โภชนํ ฯ
อาตมภาพยังขุดเผือก มันมือเสือ มันนก ยังเก็บข้าวฟ่างและลูกเดือย มาตากตำ เที่ยวหาฝักบัว เหง้าบัว น้ำผึ้ง เนื้อสัตว์ พุทราและมะขาม ป้อมมาบริโภค ความยึดถือนั้นของอาตมายังมีอยู่ เมื่ออาตมายังหุงต้ม ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่หุงต้ม ยังมีกังวลก็ควรถวายโภชนะแก่ ผู้ไม่มีความห่วงใย ยังมีความถือมั่น ก็ควรถวายโภชนะแก่ท่านผู้ไม่มี ความถือมั่น.
ภิกฺขุญฺจทานิ ปุจฺฉามิ ตุณฺหิมาสีน สุพฺพตํ อิติ เต ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ตํ ตฺวํ ภตฺตํ ปฏิคฺคยฺห ตุณฺหี ภุญฺชสิ เอกโก นาญฺญํ กญฺจิ นิมนฺเตสิ โกยํ ธมฺโม นมตฺถุ เต ฯ
บัดนี้ กระผมขอถามท่าน ภิกษุผู้นั่งนิ่ง มีวัตรอันดี พระฤาษีถวาย ภัตตาหารอันปรุงด้วยเนื้อสะอาดแก่ท่านดังนั้น ท่านรับภัตตาหารนั้นแล้ว นั่งนิ่ง ฉันอยู่องค์เดียว ไม่เชื้อเชิญใครๆ อื่น กระผมขอนมัสการแด่ พระคุณท่าน นี้เป็นธรรมอะไรของพระคุณท่าน?
น ปจามิ น ปาเจมิ น ฉินฺทามิ น เฉทเย ตํ มํ อกิญฺจนํ ญตฺวา สพฺพปาเปหิ อารตํ วาเมน ภิกฺขมาทาย ทกฺขิเณน กมณฺฑลุํ อิสิ เม ภตฺตํ ปาทาสิ สุจิมํสูปเสจนํ ฯ เอเต หิ ทาตุมรหนฺติ สมฺมา สปริคฺคหา ปจฺจนีกมหํ มญฺเญ โย ทาตารํ นิมนฺตเย ฯ
อาตมาไม่ได้หุงต้มเอง ไม่ได้ให้ใครหุงต้ม ไม่ได้ตัดเอง ไม่ได้ให้ใคร ตัด ฤาษีรู้ว่าอาตมาไม่มีความกังวล เป็นผู้ห่างไกลจากบาปทั้งปวง จึง ถือภิกษาหารด้วยมือซ้าย ถือเต้าน้ำด้วยมือขวา ถวายภัตตาหารอันปรุง ด้วยเนื้อสะอาดแก่อาตมา. บุคคลเหล่านี้ยังมีความห่วงใย ยังมีความยึด ถือ จึงสมควรจะให้ทาน อาตมาเข้าใจเอาว่า การที่บุคคลเชื้อเชิญผู้ให้ นั้นเป็นการผิด
อตฺถาย วต เม อชฺช อิธาคจฺฉิ รเถสโภ โยหํ อชฺช ปชานามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ รฏฺเฐสุ คิทฺธา ราชาโน กิจฺจากิจฺเจสุ พฺราหฺมณา อิสี มูลผเล คิทฺธา วิปฺปมุตฺตา จ ภิกฺขโวติ ฯ ภิกฺขาปรมฺปรชาตกํ เตรสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ สุว กินฺนรมุกฺก ขราชินโส ภิสชาต มเหสิ กโปตวโร อถ โมร สตจฺฉก วาณิชโก อถ ราช สพฺราหฺมณ ภิกฺขปรํ ฯ ปกิณฺณกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------
วันนี้ พระราชาผู้ประเสริฐเสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อประโยชน์แก่ข้าพระ- พุทธเจ้าหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเพิ่งทราบชัดวันนี้เองว่าทานที่ให้ในท่าน ผู้ใดจะมีผลมาก. พระราชาทั้งหลายทรงกังวลอยู่ในแว่นแคว้น พราหมณ์ ทั้งหลายกังวลอยู่ในกิจน้อยกิจใหญ่ ฤาษีกังวลอยู่ในเหง้ามันและผลไม้ ส่วนพวกภิกษุหลุดพ้นได้แล้ว จบ ภิกขาปรัมปรชาดกที่ ๑๓. รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สาลิเกทารชาดก ๒. จันทกินนรชาดก ๓. มหาอุกกุสชาดก ๔. อุททาลกชาดก ๕. ภิสชาดก ๖. สุรุจิชาดก ๗. ปัญจุโปสถิกชาดก ๘. มหาโมรชาดก ๙. ตัจฉกสูกรชาดก ๑๐. มหาวาณิชชาดก ๑๑. สาธินราชชาดก ๑๒. ทสพราหมณ์ชาดก ๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก. จบ ปกิณณกนิบาตชาดก -----------------------------------------------------