๔. อุทยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อุทยชาดก (๔๕๘) ว่าด้วยพระเจ้าอุทัย (ท้าวสักกะเมื่อทรงเจรจากับพระราชธิดา จึงตรัสว่า)
พระนางผู้ทรงพระภูษาสะอาด มีพระเพลาแนบสนิท มีพระวรกายงามหาที่ตำหนิมิได้ เสด็จขึ้นสู่ปราสาท ประทับนั่งอยู่พระองค์เดียว พระนางผู้มีพระเนตรงามเพียงดังเนตรกินนรี หม่อมฉันขออนุญาตพระนาง ขอให้เราได้อยู่ร่วมกันสองคนสักคืนหนึ่งนี้ (ลำดับนั้น พระราชธิดาได้ตรัสว่า)
เมืองนี้มีคูในระหว่างอยู่รายรอบ มีป้อมปราการและซุ้มประตูอันมั่นคง มีทหารถือดาบเฝ้าระวังรักษา ยากที่ใครๆ จะเข้ามาได้
อนึ่ง แม้ทหารหนุ่มๆ ก็ไม่มีมา เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงต้องการพบข้าพเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๔. อุทยชาดก (๔๕๘) (ท้าวสักกะจึงตรัสว่า)
พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันเป็นเทพบุตรได้มา ณ ตำหนักของพระนาง ขอพระนางพึงพอพระทัยหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันขอถวายถาดทองคำซึ่งมีเหรียญทองคำเต็มถาดแด่พระนาง (พระราชธิดาสดับพระดำรัสนั้นแล้วจึงตรัสว่า)
จะเป็นเทวดา ยักษ์ หรือมนุษย์ก็ตาม คนอื่นหม่อมฉันไม่ปรารถนา นอกจากพระเจ้าอุทัย เทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก ขอพระองค์เสด็จไปเสียเถิด และเสด็จไปแล้ว อย่าได้เสด็จกลับมาอีกเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พระนางผู้ประกอบด้วยความหมดจด พระนางอย่าให้ความยินดีในเมถุน ที่บรรดาสัตว์ผู้บริโภคกามถือว่าเป็นความยินดีชั้นเยี่ยม ซึ่งเป็นเหตุให้เหล่าสัตว์ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ ไปเลย หม่อมฉันขอถวายถาดเงินซึ่งเต็มไปด้วยทองคำแด่พระนาง (พระราชธิดาตรัสว่า)
ธรรมดาชาย เมื่อจะให้หญิงยินยอม ย่อมเอาทรัพย์มาประมูลหญิงที่ตนพอใจ แต่สำหรับพระองค์ตรงกันข้าม มีสภาพเหนือกว่าเห็นได้ชัด มีทรัพย์น้อยกว่ามาหา (ท้าวสักกะได้ตรัสว่า)
พระนางผู้มีพระวรกายงดงาม ธรรมดาอายุและผิวพรรณของหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลกย่อมทรุดโทรมไป เพราะเหตุนั้น แม้ทรัพย์ก็ลดลงตามฉวีวรรณของพระนาง เพราะวันนี้พระนางทรงชรากว่าเมื่อวาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๔. อุทยชาดก (๔๕๘)
พระราชบุตรีผู้ทรงยศ หม่อมฉันพิเคราะห์เห็นอย่างนี้ว่า เมื่อวันคืนล่วงไป ฉวีวรรณของพระนางก็ทรุดโทรมไป
พระราชบุตรีผู้มีปรีชา ด้วยวัยนี้แหละ พระองค์ควรประพฤติพรหมจรรย์ พระองค์จะมีพระฉวีวรรณงดงามยิ่งขึ้น (พระราชธิดาตรัสว่า)
พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์หรือ ในร่างกายของพวกเทพไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือ เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์ ร่างกายของหมู่เทพเป็นอย่างไรหนอ (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์ ในร่างกายของพวกเทพก็ไม่มีรอยเหี่ยวย่น พวกเทพเหล่านั้นมีวรรณะอันเป็นทิพย์ และโภคะอันไพบูลย์ยิ่งขึ้นไปทุกวัน (พระราชธิดาตรัสว่า)
หมู่ชนมิใช่น้อยในโลกนี้กลัวอะไรหนอ ทางอะไรที่ท่านกล่าวไว้โดยลัทธิมิใช่น้อย เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์ บุคคลดำรงอยู่ในทางไหนจึงไม่ต้องกลัวปรโลก (ท้าวสักกะตรัสว่า)
บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ ไม่กระทำบาปด้วยกาย เมื่อครอบครองเรือนก็มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน รู้จักแบ่งปันกันกิน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ เป็นผู้สงเคราะห์ พูดผูกใจเพื่อน มีวาจาอ่อนหวาน ดำรงอยู่ในทางนี้ ย่อมไม่กลัวปรโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๔. อุทยชาดก (๔๕๘) (พระราชธิดาตรัสว่า)
เทพบุตร พระองค์ย่อมพร่ำสอนหม่อมฉันเหมือนแม่เหมือนพ่อ หม่อมฉัน ขอทูลถามพระองค์ผู้มีวรรณงดงาม พระองค์ผู้มีพระวรกายงดงามเป็นใครกันหนอ (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันคือพระเจ้าอุทัย มาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้ หม่อมฉันบอกพระองค์แล้วก็จะไปละ หม่อมฉันพ้นสัญญากับพระองค์แล้ว (พระราชธิดาตรัสว่า)
ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าอุทัยจริง เสด็จมาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้ ขอเดชะพระราชบุตร ขอพระองค์จงพร่ำสอนหม่อมฉัน ตราบเท่าที่จะได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง (พระโพธิสัตว์เมื่อจะทรงสอน จึงตรัสว่า)
วัยย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะเวลาก็เหมือนกัน ไม่หยุดอยู่กับที่ สัตว์ทั้งหลายย่อมตายแน่นอน สรีระร่างกายไม่ยั่งยืน ย่อมจะทรุดโทรมไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด
แผ่นดินทั้งสิ้นเต็มไปด้วยทรัพย์ พึงเป็นของพระราชาผู้เดียวเท่านั้น ไม่พึงตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น บุคคลผู้ยังไม่ปราศจากราคะ ก็ย่อมจะละทิ้งทรัพย์แม้นั้นไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด
มารดา บิดา พี่น้องทั้งหลาย แม้ภรรยาสินไถ่ก็ดี แม้ชนเหล่านั้นก็จะต้องพลัดพรากจากกันและกันไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต] ๕. ปานียชาดก (๔๕๙)
แม่อุทัยภัทรา เธอรู้ว่าร่างกายเป็นอาหารของสัตว์อื่น รู้ว่าสุคติและทุคติในสังสารวัฏเป็นสภาพที่อยู่อันต่ำต้อยแล้ว จงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด (พระราชธิดาเลื่อมใสแล้วเมื่อจะทรงชมเชย จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า)
เทพบุตรนี้ตรัสดีแล้ว ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อย และชีวิตนั้นลำบาก อยู่ได้นิดหน่อย ประกอบไปด้วยทุกข์ หม่อมฉันนั้นจะละทิ้งเมืองสุรุนธนะแคว้นกาสีไปบวชคนเดียวอุทยชาดกที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔ อุทยชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. อุทยชาดก ว่าด้วยบารมี ๑๐ ทัศ
เอกา นิสินฺนา สุจิ สญฺญตูรุ ปาสาทมารุยฺห อนินฺทิตงฺคี ยาจามิ ตํ กินฺนรเนตฺตจกฺขุ อิเมกรตฺตึ อุภโย วเสม ฯ
ดูกรพระนาง ผู้มีพระวรกายงามหาที่ติมิได้ มีช่วงพระเพลากลมกล่อม ทรงวัตถาภรณ์อันสะอาด เสด็จขึ้นสู่ปราสาทประทับนั่งอยู่พระองค์เดียว ดูกรพระนางผู้มีพระเนตรงามดังเนตรนางกินนร หม่อมฉันขอวิงวอน พระนาง เราทั้งสองควรอยู่ร่วมกันตลอดคืนหนึ่งนี้.
โอกิณฺณนฺตรปริกฺขํ ทฬฺหมฏฺฏาลโกฏฺฐกํ รกฺขิตํ ขคฺคหตฺเถหิ ทุปฺปเวสมิทํ ปุรํ ฯ ทหรสฺส ยุวิโน จาปิ อาคโม จ น วิชฺชติ อถ เกน นุ วณฺเณน สงฺคมํ อิจฺฉเส มยา ฯ
นครนี้มีคูรายรอบ มีป้อมแลซุ้มประตูมั่นคง มีหมู่ทหารถือกระบี่รักษา ยากที่ใครๆ จะเข้าได้. ทหารของนักรบหนุ่มก็ไม่มีมาเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านปรารถนามาพบข้าพเจ้าด้วยเหตุอะไรหนอ.
ยกฺโขหมสฺมิ กลฺยาณิ อาคโตสฺมิ ตวนฺติเก ตฺวํ มํ นนฺทสฺสุ ภทฺทนฺเต ปุณฺณกํสํ ททามิ เต ฯ
ดูกรพระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันเป็นเทพบุตรมาในตำหนักของพระนาง ดูกรพระนางผู้เจริญ เชิญพระนางชื่นชมกับหม่อมฉันเถิด หม่อมฉัน จะถวายถาดทอง อันเต็มด้วยเหรียญทองแก่นาง.
เทวํ เว ยกฺขํ อถวา มนุสฺสํ น ปตฺถเย อุทยมติจฺจ อญฺญํ คจฺเฉว ตฺวํ ยกฺข มหานุภาว มา จสฺสุ คนฺตฺวา ปุนราวชิตฺถ ฯ
นอกจากเจ้าชายอุทัยแล้ว ข้าพเจ้าไม่พึงปรารถนาเทวดา ยักษ์ หรือมนุษย์ ผู้อื่นเลย ดูกรเทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก ท่านจงไปเสียเถิด อย่ากลับมา อีกเลย.
ยา สา รตี อุตฺตมา กามโภคินํ ยํเหตุ สตฺตา วิสมํ จรนฺติ มา ตํ รตึ ชียิ ตุวํ สุจิมฺหิ เต ททามิ เต รูปิยกํสปูรํ ฯ
ความยินดีอันใดเป็นที่สุดของผู้บริโภคกาม สัตว์ทั้งหลายประพฤติไม่ สมควร เพราะเหตุแห่งความยินดีอันใด พระนางอย่าพลาดความยินดี ในทางอันสะอาดของพระนางนั้นเลย หม่อมฉันขอถวายถาดเงิน อันเต็ม ด้วยเหรียญเงินแก่พระนาง.
นารึ นโร นิชฺฌปยํ ธเนน อุกฺกํสตี ยตฺถ กโรติ ฉนฺนํ วิปจฺจนีโก ตว เทวธมฺโม ปจฺจกฺขโต โถกตเรน เอสิ ฯ
ธรรมดาชายหมายจะให้หญิงเอออวยด้วยทรัพย์ ย่อมประมูลราคาขึ้นจน ให้พอใจ ของท่านตรงกันข้าม ท่านประมูลราคาโดยลดลงดังที่เห็น ประจักษ์อยู่.
อายุ จ วณฺโณ จ มนุสฺสโลเก นิหิยฺยติ มนุชานํ สุคตฺเต เตเนว วณฺเณน ธนํปิ ตุยฺหํ นิหิยฺยติ ชิณฺณตราสิ อชฺช ฯ เอวํ เม เปกฺขมานสฺส ราชปุตฺติ ยสสฺสินิ หายเต วต เต วณฺโณ อโหรตฺตานมจฺจเย อิมินาว ตฺวํ วยสา ราชปุตฺติ สุเมธเส พฺรหฺมจริยํ จเรยฺยาสิ ภิยฺโย วณฺณวตี สิยา ฯ
ดูกรพระนางผู้มีพระวรกายงาม อายุและวรรณะของหมู่มนุษย์ในมนุษย- โลกย่อมเสื่อมลง ด้วยเหตุนั้นแล แม้ทรัพย์สำหรับพระนางก็จำต้อง ลดลง เพราะวันนี้พระนางชราลงกว่าวันก่อน. ดูกรพระราชบุตรีผู้มี พระยศ เมื่อหม่อมฉันกำลังเพ่งมองอยู่อย่างนี้ พระฉวีวรรณของพระนาง ย่อมเสื่อมไป เพราะวันคืนล่วงไปๆ ดูกรพระราชบุตรีผู้มีปรีชา เพราะ เหตุนั้น พระนางพึงประพฤติพรหมจรรย์เสียวันนี้ทีเดียว จะได้มี พระฉวีวรรณงดงามยิ่งขึ้นอีก.
เทวา น ชีรนฺติ ยถา มนุสฺสา คตฺเตสุ เตสํ วลิโย น โหนฺติ ปุจฺฉามิ ตํ ยกฺข มหานุภาวํ กถนฺนุ เทวาน สรีรเทโห ฯ
เทวดาทั้งหลายไม่แก่เหมือนมนุษย์หรือ เส้นเอ็นในร่างกายของเทวดา เหล่านั้นไม่มีหรือ ดูกรเทพบุตร ข้าพเจ้าขอถามท่านผู้มีอานุภาพมาก ร่างกายของเทวดาเป็นอย่างไร?
เทวา น ชีรนฺติ ยถา มนุสฺสา คตฺเตสุ เตสํ วลิโย น โหนฺติ สุเว สุเว ภิยฺยตโรว เตสํ ทิพฺโพ จ วณฺโณ วิปุลา จ โภคา ฯ
เทวดาทั้งหลายไม่แก่เหมือนมนุษย์ เส้นเอ็นในร่างกายของเทวดาเหล่า นั้นไม่มี ฉวีวรรณอันเป็นทิพย์ของเทวดาเหล่านั้น ผุดผ่องยิ่งขึ้นทุกๆ วัน และโภคสมบัติก็ไพบูลย์ขึ้น.
กึสูธ ภีตา ชนตา อเนกา มคฺโค จ เนกายตนปฺปวุตฺโต ปุจฺฉามิ ตํ ยกฺข มหานุภาว กตฺถ ฐิโต ปรโลกํ น ภาเย ฯ
หมู่ชนเป็นอันมากในโลกนี้ กลัวอะไรเล่าจึงไม่ไปเทวโลกกัน ก็หนทาง ไปเทวโลกบัณฑิตทั้งหลายกล่าวไว้หลายด้าน ดูกรเทพบุตรผู้มีอานุภาพ มาก ข้าพเจ้าขอถามท่านว่า บุคคลตั้งอยู่ในหนทางไหน จึงจะไม่กลัว ปรโลก?
วาจํ มนญฺจ ปณิธาย สมฺมา กาเยน ปาปานิ อกุพฺพมาโน พหุนฺนปานํ ฆรมาวสนฺโต สทฺโธ มุทู สํวิภาคี วทญฺญู สงฺคาหโก สขิโล สณฺหวาโจ เอตฺถ ฐิโต ปรโลกํ น ภาเย ฯ
บุคคลผู้ตั้งวาจา และใจไว้โดยชอบ ไม่กระทำบาปด้วยกาย อยู่ครองเรือน อันมีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน จำแนกแจกทาน รู้ความ ประสงค์ ชอบสงเคราะห์ มีถ้อยคำกลมกล่อม อ่อนหวาน ผู้ตั้งอยู่ใน คุณธรรมดังกล่าวมานี้ ไม่พึงกลัวปรโลก.
อนุสาสสิ มํ ยกฺข ยถา มาตา ยถา ปิตา อุฬารวณฺณ ปุจฺฉามิ โก นุ ตฺวมสิ สุพฺรหา ฯ
ข้าแต่เทพบุตร ท่านพร่ำสอนข้าพเจ้าเหมือนมารดาบิดา ข้าแต่ท่านผู้มีผิว พรรณงามยิ่ง ข้าพเจ้าขอถาม ท่านเป็นใครหนอ มีร่างกายสง่างาม?
อุทโยหมสฺมิ กลฺยาณิ สงฺกรตฺถายิธาคโต อามนฺต โข ตํ คจฺฉามิ มุตฺโตสฺมิ ตว สงฺกรา ฯ
ดูกรพระนางผู้เลอโฉม ข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าอุทัย มาในที่นี้เพื่อต้องการ จะเปลื้องข้อผูกพัน ข้าพเจ้าบอกพระนางแล้ว จะขอลาไป ข้าพเจ้าพ้น จากข้อผูกพันของพระนางแล้ว.
สเจ โข ตฺวํ อุทโยสิ สงฺกรตฺถายิธาคโต อนุสาส มํ ราชปุตฺต ยถาสฺส ปุน สงฺคโม ฯ
ข้าแต่พระลูกเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าอุทัยเสด็จมา ณ ที่นี้เพื่อต้องการ จะเปลื้องข้อผูกพันไซร้ ข้าแต่พระราชบุตร ขอเชิญพระองค์จงโปรด พร่ำสอนหม่อมฉัน ด้วยวิธีที่เราทั้งสองจะได้พบกันอีกใหม่เถิด เพคะ.
อติปตติ วโย ขโณ ตเถว ฐานํ นตฺถิ ธุวํ จวนฺติ สตฺตา ปริชียติ อธุวํ สรีรํ อุทเย มา ปมาท จรสฺสุ ธมฺมํ ฯ กสิณา ปฐวี ธนสฺส ปูรา เอกสฺเสว สิยา อนญฺญเธยฺยา ตํ วาปิ ชหาติ อวีตราโค อุทเย มา ปมาท จรสฺสุ ธมฺมํ ฯ มาตา ปิตา จ ภาตโร จ ภคินี ภริยา สามิโก สธเนน โหติ เต วาปิ ชหนฺติ อญฺญมญฺญํ อุทเย มา ปมาท จรสฺสุ ธมฺมํ ฯ กาโย ปรโภชนนฺติ วิทิตฺวา สํสาเร สุคตี จ ทุคฺคตี จ อิตฺตรวาโสติ ชานิตฺวา อุทเย มา ปมาท จรสฺสุ ธมฺมํ ฯ
วัยล่วงไปเร็วยิ่งนัก ขณะก็เช่นนั้นเหมือนกัน ความตั้งอยู่ยั่งยืนไม่มี สัตว์ทั้งหลายย่อมจุติไปแน่แท้ สรีระไม่ยั่งยืน ย่อมเสื่อมถอย ดูกร พระนางอุทัย เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรม. พื้นแผ่นดินทั้งสิ้น เต็มไปด้วยทรัพย์ ถ้าพึงเป็นของๆ พระราชาพระองค์เดียว ไม่มีผู้อื่น ครอบครอง ถึงกระนั้น ผู้ที่ยังไม่ปราศจากความกำหนัดก็ต้องทิ้งสมบัติ นั้นไป ดูกรพระนางอุทัย เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรม. มารดา บิดา พี่ชายน้องชาย พี่สาวน้องสาว ภรรยาและสามี พร้อมทั้งทรัพย์ แม้เขาเหล่านั้นต่างก็จะละทิ้งกันไป ดูกรพระนางอุทัย เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรม. ดูกรพระนางอุทัยเธอพึงทราบว่า ร่างกายเป็นอาหาร ของสัตว์อื่นๆ พึงทราบว่าสุคติและทุคติในสงสารเป็นที่พักชั่วคราว เธออย่าประมาท จงประพฤติธรรม.
สาธุ ภาสติ ยํ ยกฺโข อปฺปํ มจฺจาน ชีวิตํ กสิรญฺจ ปริตฺตญฺจ ตญฺจ ทุกฺเขน สํยุตํ สาหํ เอกา ปพฺพชิสฺสามิ หิตฺวา กาสึ สุรุนฺธนนฺติ ฯ อุทยชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------
เทพบุตรพูดดีจริง ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อย ทั้งลำเค็ญ ทั้งนิดหน่อย ทั้งประกอบไปด้วยทุกข์ หม่อมฉันจักสละสุรุธนนครแคว้นกาสีออกบวช อยู่ลำพังผู้เดียว. จบ อุทยชาดกที่ ๔.