๕. สัมภวชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) ว่าด้วยสัมภวกุมาร (พระราชาตรัสถามปัญหากับพราหมณ์สุจีรตะว่า)
ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าบรรลุถึงราชสมบัติ และความเป็นอธิบดีแล้ว แต่ยังปรารถนา เพื่อบรรลุถึงความเป็นใหญ่และเพื่อชนะทั่วทั้งปฐพีนี้
โดยธรรม มิใช่โดยอธรรม ข้าพเจ้าหาพอใจอธรรมไม่ ท่านอาจารย์สุจีรตะ พระราชาต้องประพฤติธรรมให้เป็นกิจอันสำคัญ
ท่านพราหมณ์ เพราะเหตุใด เราทั้งหลาย จะไม่ถูกนินทาในโลกนี้ ละไปแล้วก็จะไม่ถูกนินทา และพึงถึงความมียศในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรม ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) (สุจีรตพราหมณ์ไม่สามารถจะทูลตอบปัญหาได้ จึงกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระขัตติยราช พระองค์ทรงปรารถนาจะกระทำตามอรรถและธรรมใด อรรถและธรรมนั้นใครอื่นนอกจากวิธุรพราหมณ์ หาควรที่จะกล่าวชี้แจงไม่ (พระราชาทรงประสงค์จะส่งสุจีรตพราหมณ์ไป จึงตรัสว่า)
มาเถิด ท่านอาจารย์สุจีรตะ ข้าพเจ้าจะส่งท่านไป ท่านจงไปยังสำนักวิธุรพราหมณ์ จงนำทองคำแท่งนี้ไปด้วย พึงมอบทองคำแท่งนี้กระทำให้เป็นเครื่องบูชา สำหรับคำสอนอรรถและธรรม (พระศาสดาเมื่อจะทรงเผยความนั้น จึงตรัสว่า)
มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักวิธุรพราหมณ์แล้ว ได้เห็นวิธุรพราหมณ์นั้นกำลังบริโภคอาหารอยู่ในเรือนของตน (สุจีรตพราหมณ์ถูกถามถึงเหตุที่มา จึงกล่าวว่า)
เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม วิธุระเพื่อน เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด (วิธุรพราหมณ์กล่าวว่า)
สหายพราหมณ์ เราเกิดความขวนขวายขึ้นว่า จักปิดกั้นแม่น้ำคงคา ก็ไม่อาจจะปิดกั้นแม่น้ำใหญ่นั้นได้ เพราะเหตุนั้น จักมีโอกาสได้อย่างไร
เราถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่สามารถจะบอกท่านได้ แต่ภัทรการบุตรของเรา เป็นลูกในไส้เกิดแต่ตัวเราแท้ๆ ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด พราหมณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕) (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความนั้น จึงตรัสว่า)
มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นได้ไปถึงสำนักภัทรการแล้ว ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตน (สุจีรตพราหมณ์จึงกล่าวว่า)
เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม ภัทรการหลานรัก เจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นแก่ลุงเถิด (ภัทรการพราหมณ์ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ จึงส่งเขาไปยังสำนักน้องชายชื่อสัญชัยกุมารว่า)
ข้าพเจ้าเหมือนคนละทิ้งหาบเนื้อติดตามเหี้ยอยู่ ถึงถูกท่านถามถึงอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้
ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ผมมีน้องชายชื่อว่าสัญชัย เขาเป็นน้องชายของผม ท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)
มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัญชัยแล้ว ได้เห็นเขานั่งอยู่ในเรือนของตนจึงกล่าวว่า
เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม สัญชัยหลานรัก ลุงถามแล้ว ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด (สัญชัยกุมารกล่าวว่า)
ท่านพราหมณ์สุจีรตะ พญามัจจุราชย่อมกลืนกินข้าพเจ้าทุกเมื่อ ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า ข้าพเจ้าถูกท่านถามอรรถและธรรม ก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕)
ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ข้าพเจ้ามีน้องชายชื่อว่าสัมภวะ เขาเป็นน้องชายของข้าพเจ้า ขอท่านจงไปถามอรรถและธรรมกับเขาเถิด (สุจีรตพราหมณ์กล่าวว่า)
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย น่าอัศจรรย์หนอ ปัญหาธรรมนี้พวกเรายังไม่พอใจ บิดาและบุตรทั้ง ๓ คนนั้น ก็ยังไม่มีปัญญาจะหยั่งรู้ถึงปัญหาธรรมนี้เลย
ท่านทั้ง ๓ คนถูกถามถึงอรรถและธรรมนั้นก็ไม่อาจจะบอกได้ ไฉนเล่า เด็กถูกถามถึงอรรถและธรรมจะพึงรู้ได้ (สัญชัยกุมารได้ฟังดังนั้น จึงสรรเสริญสัมภวกุมารว่า)
ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้ว อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้
ดวงจันทร์ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาสธาตุ ย่อมสว่างไสวกว่าหมู่ดาวทั้งสิ้นในโลกด้วยรัศมีแม้ฉันใด
สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้
ท่านพราหมณ์ เดือนจิตตมาสแห่งคิมหันตฤดู ย่อมงามยิ่งนักกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้แม้ฉันใด
สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้
ท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อคันธมาทน์ ดารดาษไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เป็นที่อยู่แห่งหมู่มหาภูต ย่อมสว่างไสวและตลบอบอวลไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถแม้ฉันใด @เชิงอรรถ : @ มหาภูต หมายถึงหมู่เทพ (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖๓/๒๖๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๕. สัมภวชาดก (๕๑๕)
สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้
ท่านพราหมณ์ ไฟป่ามีเปลวไฟเป็นช่อ เรืองโรจน์ ลุกโพลงอยู่ที่กอไม้ในป่า ไม่อิ่มต่อเชื้อเพลิง มีทางดำ
กินเปรียงเป็นอาหาร มีควันเป็นธง ไหม้ลามจนถึงยอดไพรสณฑ์ มีเชื้อไฟเพียงพอ โชติช่วงอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืนฉันใด
สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้
ม้าดีจะรู้ได้เพราะความว่องไว โคพลิพัทท์จะรู้ได้ในเมื่อมีภาระที่จะต้องลากไป แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนม และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจาฉันใด
สัมภวกุมารถึงยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมารก่อนแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก พราหมณ์ ท่านถามสัมภวกุมารแล้วพึงรู้อรรถและธรรมได้ (พระศาสดาเมื่อทรงเปิดเผยความนั้น จึงตรัสว่า)
มหาพราหมณ์ภารทวาชะนั้นไปถึงสำนักสัมภวกุมารแล้ว ได้เห็นเขากำลังเล่นอยู่นอกบ้าน (สุจีรตพราหมณ์ได้ถามปัญหาว่า)
เราถูกพระเจ้าโกรัพยะผู้ทรงยศส่งมาเป็นทูต พระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิละได้ตรัสอย่างนี้ว่า ท่านพึงถามอรรถและธรรม พ่อหนูสัมภวะ ลุงถามเจ้าแล้ว ขอเจ้าจงบอกอรรถและธรรมนั้นด้วยเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๖๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๖. มหากปิชาดก (๕๑๖) (สัมภวกุมารกล่าวว่า)
เอาเถิด ข้าพเจ้าจักบอกลุงตามอย่างคนที่ฉลาด ก็พระราชาย่อมจะทรงทราบปัญหานั้นได้ แต่จะทรงกระทำหรือไม่เท่านั้น (และเมื่อจะบอกปัญหาจึงกล่าวว่า)
ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงกราบทูลราชกิจที่จะทำในวันนี้ว่า พึงทำในวันพรุ่งนี้ ขอพระเจ้ายุธิฏฐิละอย่าทรงเชื่อฟังยับยั้งอยู่เลยในเมื่อประโยชน์เกิดขึ้น
ท่านพราหมณ์สุจีรตะ ใครๆ ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงกราบทูลปัญหาที่เป็นไปภายในเท่านั้น ไม่พึงให้ทรงดำเนินไปสู่หนทางที่ชั่วดุจคนหลงหาความคิดมิได้
พระราชาไม่ควรลืมตน ไม่ควรประพฤติอธรรม ไม่ควรหยั่งลงไปในลัทธิที่ผิด ไม่พึงประกอบในสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์
ขัตติยราชาพระองค์ใดทรงรู้จักทำเหตุเหล่านี้ ขัตติยราชาพระองค์นั้นย่อมทรงเจริญทุกเมื่อเหมือนดวงจันทร์ข้างขึ้น
พระองค์ย่อมทรงเป็นที่รักแห่งหมู่พระญาติ และทรงรุ่งโรจน์ในหมู่มิตร ทรงมีพระปรีชา เมื่อพระวรกายแตกทำลายไป จะทรงเข้าถึงโลกสวรรค์สัมภวชาดกที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ สมฺภวชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. สัมภวชาดก ว่าด้วยคนผู้รุ่งโรจน์ได้เพราะปัญญา
รชฺชญฺจ ปฏิปนฺนสฺมา อาธิปจฺจํ สุจีรต มหนฺตํ ปตฺตุมิจฺฉามิ วิเชตุํ ปฐวึ อิมํ ฯ ธมฺเมน โน อธมฺเมน อธมฺโม เม น รุจฺจติ กิจฺโจว ธมฺโม จริโต รญฺโญ โหติ สุจีรต ฯ อิธ เจวานินฺทิตา เยน เปจฺจ เยน อนินฺทิตา ยสํ เทวมนุสฺเสสุ เยน ปปฺโปมุ พฺราหฺมณ ฯ โยหํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ กตฺตุมิจฺฉามิ พฺราหฺมณ ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรท่านอาจารย์สุจีรตะ เราทั้งหลายได้ราชสมบัติ และความเป็นใหญ่ แล้ว ยังปรารถนาจะได้บุตรคนใหญ่ เพื่อครองแผ่นดินนี้ โดยธรรม ไม่ใช่โดยอธรรม อธรรมเราไม่พอใจ การประพฤติธรรมเป็นกิจของพระ- ราชาแท้. เราทั้งหลายจะไม่ถูกนินทาในโลกนี้ และในโลกหน้าด้วยเหตุใด และจะได้รับเกียรติยศ ในเทวดาและมนุษย์ด้วยเหตุใด. ขอท่านจง บอกเหตุนั้นๆ แก่เรา ดูกรท่านพราหมณ์ เราปรารถนาจะปฏิบัติตามอรรถ และธรรม เราถามท่านแล้วขอจงบอกอรรถ และธรรมนั้นด้วยเถิด?
นาญฺญตฺร วิธุรา ราช ตทกฺขาตุมรหติ ยํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ กตฺตุมิจฺฉสิ ขตฺติย ฯ
ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรงปรารถนาจะทรงปฏิบัติตามอรรถและธรรมใด นอกจากวิธูรพราหมณ์แล้ว ไม่มีใครสมควรที่จะชี้แจงซึ่งอรรถและธรรม นั้นได้.
เอหิ โข ปหิโต คจฺฉ วิธุรสฺส อุปนฺติกํ นิกฺขญฺจิมํ สุวณฺณสฺส หรํ คจฺฉ สุจีรต อภิหารํ อิมํ ทชฺช อตฺถธมฺมานุสิฏฺฐิยา ฯ
ดูกรท่านอาจารย์สุจีรตะ มาเถิดท่าน เราจะส่งท่านไปยังสำนักของวิธูร- พราหมณ์ ท่านจงนำเอาทองคำแท่งนี้ไปมอบให้ เพื่อรับคำอธิบายอรรถ และธรรม.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช วิธุรสฺส อุปนฺติกํ ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา อสมานํ สเก ฆเร ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงสำนักของวิธูรพราหมณ์แล้ว เห็นท่านกำลังบริโภคอาหารอยู่ในเรือนของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ วิธุรกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราให้เป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละ ได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ท่านอาจารย์วิธูร ข้าพเจ้าถามท่านแล้ว ขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นด้วย.
คงฺคํ เม ปิทหิสฺสนฺติ น ตํ สกฺโกมิ พฺราหฺมณ อปิเธตุํ มหาสินฺธุํ ตํ กถํ โส ภวิสฺสติ น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ ภทฺรกาโร จ เม ปุตฺโต โอรโส มม อตฺรโช ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
ดูกรพราหมณ์ เราคิดว่า จักกั้นแม่น้ำคงคา แต่ไม่อาจจะกั้นแม่น้ำใหญ่นั้น ได้ เพราะเหตุนั้น โอกาสนั้นจักมีได้อย่างไร? เมื่อท่านถามถึงอรรถและ ธรรม เราจึงไม่อาจจะบอกได้. แต่ภัทรการะผู้เป็นบุตรเกิดแต่อกของ เรามีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอดูเถิด พราหมณ์.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช ภทฺรการสฺส สนฺติกํ ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา นิสินฺนํ สมฺหิ เวสฺมนิ ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงสำนักของภัทรการะ เห็นท่าน กำลังนั่งอยู่ในเรือนของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ ภทฺรการ ปพฺรูหิ เม ฯ
พระเจ้าโกรัพยาราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมาพระเจ้ายุธิฏฐิละได้ ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรภัทรการมาณพ ขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นแก่เราด้วย.
มํสกาชํ อวหาย โคธํ อนุปตามหํ น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ สญฺชโย นาม เม ภาตา กนิฏฺโฐ เม สุจีรต ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
ข้าพเจ้าเป็นเหมือนคนทิ้งหาบเนื้อแล้ววิ่งตามเหี้ยไป ถึงจะถูกถามอรรถ และธรรมก็ไม่อาจจะบอกแก่ท่านได้ ข้าแต่ท่านพราหมณ์สุจีรตะ น้อง ชายของข้าพเจ้าชื่อว่าสญชัยมีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอ ดูเถิด.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช สญฺชยสฺส อุปนฺติกํ ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา นิสินฺนํ สมฺหิ ปริสติ ฯ
มหาพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตรนั้น ได้ไปถึงยังสำนักของสญชัยกุมาร ได้เห็นสญชัยกุมารกำลังนั่งอยู่ในบริษัทของตน.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ สญฺชยกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละ ได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรสญชัยกุมาร ขอได้กรุณาบอกอรรถและธรรมนั้นแก่เราด้วย.
สทา มํ คิลเต มจฺจุ สายํ ปาโต สุจีรต น เต สกฺโกมิ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ สมฺภโว นาม เม ภาตา กนิฏฺโฐ เม สุจีรต ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ คนฺตฺวา ปุจฺฉสฺสุ พฺราหฺมณ ฯ
ข้าแต่ท่านสุจีรตพราหมณ์ มัจจุราชย่อมกลืนกินข้าพเจ้าทั้งเช้าและเย็น ถึงข้าพเจ้าถูกถาม ก็ไม่อาจจะบอกอรรถและธรรมแก่ท่านได้. แต่ว่าน้อง ชายของข้าพเจ้าชื่อว่าสัมภวะมีอยู่ เชิญท่านไปถามอรรถและธรรมกะเธอ ดูเถิด.
อพฺภูโต วต โภ ธมฺโม นายํ อสฺมาก รุจฺจติ ตโย ชนา ปิตาปุตฺตา เต สุ ปญฺญาย โน วิทู ฯ น ตํ สกฺโกถ อกฺขาตุํ อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิตา กถํ นุ ทหโร ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรท่านผู้เจริญ ธรรมนี้น่าอัศจรรย์จริงหนอย่อมไม่พอใจเรา ชนทั้ง ๓ คือ บิดาและบุตร ๒ คน ไม่มีปัญญารู้แจ้งธรรมนี้เลย. ถูกถามแล้ว ก็ไม่อาจ จะบอกอรรถและธรรมได้ เด็กถูกถามอรรถและธรรมแล้ว จะรู้ได้ อย่างไรหนอ?
มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ ยถาปิ จนฺโท วิมโล คจฺฉํ อากาสธาตุยา สพฺเพ ตารคเณ โลเก อาภาย อติโรจติ ฯ เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ ยถาปิ รมฺมโก มาโส คิมฺหานํ โหติ พฺราหฺมณ อเตวญฺเญหิ มาเสหิ ทุมปุปฺเผหิ โสภติ ฯ เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ ยถาปิ หิมวา พฺรเหฺม ปพฺพโต คนฺธมาทโน นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺโน มหาภูตคณาลโย โอสเธหิ จ ทิพฺเพหิ ทิสา ภาติ ปวาติ จ ฯ เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ ยถาปิ ปาวโก พฺรเหฺม อจฺจิมาลี ยสสฺสิมา ชลมาโน วเน คจฺเฉ อนโล กณฺหวตฺตนี ฯ ฆตาสโน ธูมเกตุ อุตฺตมาเหวนนฺทโห นิสฺสิเว ปพฺพตคฺคสฺมึ พหุเตโช วิโรจติ ฯ เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ ชเวน ภทฺรํ ชานนฺติ พลิพทฺธญฺจ วาหิเย โทเหน เธนุํ ชานนฺติ ภาสมานญฺจ ปณฺฑิตํ ฯ เอวมฺปิ ทหรูเปโต ปญฺญาโยเคน สมฺภโว มา นํ ทหโรติ มญฺญาสิ อปุจฺฉิตฺวาน สมฺภวํ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภวํ ชญฺญา อตฺถํ ธมฺมญฺจ พฺราหฺมณ ฯ
ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอ เป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. พระจันทร์ ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างไสวล่วงหมู่ดาวทั้งปวง ใน โลกนี้ด้วยรัศมี ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อม- ไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้ ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมาร แล้วจะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ดูกรท่านพราหมณ์ เดือนห้าในคิมหันตฤดู ย่อมสวยงามยิ่งกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้ ฉันใด. สัมภวกุมาร แม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบ ด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่ง เข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรม ได้ ดูกรท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อว่าคันธมาทน์ ดารดาษไปด้วย ไม้ต่างๆ พรรณ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งทวยเทพ ย่อมสง่างามและหอม ตลบไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถ ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉัน นั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกร ท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ไฟป่ามีเปลวรุ่งเรือง ไหม้ลามไปในป่า ไม่อิ่มมีแนวทางดำคุเรื่อยไปมีเปรียงเป็นอาหาร มีควัน เป็นธง ไหม้แนวไพรสูงๆ เวลากลางคืนสว่างลุกโชนอยู่บนยอดภูเขา ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิต ทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถาม สัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะ พึงรู้อรรถและธรรมได้. ม้าดีจะรู้ได้เพราะฝีเท้า โคพลิพัทธ์จะรู้ได้เพราะ เข็นภาระไป แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนมดี และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจา ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิต ทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถาม สัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอยังเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้.
สฺวาธิปฺปาคา ภารทฺวาโช สมฺภวสฺส อุปนฺติกํ ตมทฺทส มหาพฺรหฺมา กีฬมานํ พหีปุเร ฯ
มหาพราหมณ์ภวรทวาชโคตรนั้น ได้ไปยังสำนักของสัมภวกุมาร เห็นเธอ กำลังเล่นอยู่นอกบ้าน จึงกล่าวว่า.
รญฺโญหํ ปหิโต ทูโต โกรพฺยสฺส ยสสฺสิโน อตฺถํ ธมฺมญฺจ ปุจฺเฉสิ อิจฺจพฺรวิ ยุธิฏฺฐิโล ตํ ตฺวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ สมฺภวกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
พระเจ้าโกรัพยราชผู้เรืองพระยศ ทรงส่งเราเป็นทูตมา พระเจ้ายุธิฏฐิละ ได้ตรัสถามอรรถและธรรม ได้ตรัสแล้วดังกล่าวมา ดูกรสัมภวกุมาร ท่านถูกถามแล้ว ขอจงบอกอรรถและธรรมนั้นเถิด.
ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ กุสโล ตถา ราชา จ โข ตํ ชานาติ ยทิ กาหติ วา น วา ฯ
เชิญฟัง ข้าพเจ้าจักแก้ปัญหาแก่ท่านอย่างนักปราชญ์ พระราชาย่อมทรง ทราบอรรถและธรรมนั้นได้ แต่จักทรงทำตามหรือไม่ ไม่ทราบ?
อชฺช สุเวติ สํเสยฺย รญฺญา ปุฏฺโฐ สุจีรต มา กตฺวา อวสี ราชา อตฺเถ ชาเต ยุธิฏฺฐิโล อชฺฌตฺตญฺเญว สํเสยฺย รญฺญา ปุฏฺโฐ สุจีรต กุมฺมคฺคํ น นิเวเสยฺย ยถา มุโฬฺห อเจตโส ฯ อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย อธมฺมํ น สมาจเร อติตฺเถ นปฺปตาเรยฺย อนตฺเถ น ยุโต สิยา ฯ โย จ เอตานิ ฐานานิ กตฺตุํ ชานาติ ขตฺติโย สทา โส วฑฺฒเต ราชา สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา ฯ ญาตีนญฺจ ปิโย โหติ มิตฺเตสุ จ วิโรจติ กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ สคฺคํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ สมฺภวชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
ข้าแต่ท่านสุจีรตพราหมณ์ บุคคลผู้ถูกพระราชาตรัสถามแล้ว พึงทูลกิจที่ ควรทำในวันนี้ให้ทำในวันพรุ่งนี้ พระเจ้ายุธิฏฐิละอย่าได้ทรงทำตาม ใน เมื่อประโยชน์เกิดขึ้น ข้าแต่ท่านสุจีรตะ เมื่อบุคคลถูกพระราชาตรัสถาม พึงกราบทูลธรรมภายในเท่านั้น ไม่พึงให้เสด็จไปยังหนทางผิด ดุจคน โง่ไม่มีความคิดฉะนั้น. กษัตริย์ไม่พึงทรงลืมพระองค์ ไม่พึงทรงประพฤติ อธรรม ไม่พึงทรงข้ามไปในที่มิใช่ท่า ไม่พึงทรงขวนขวายในสิ่งอันไม่ เป็นประโยชน์. กษัตริย์พระองค์ใด ทรงทราบว่าควรจะทำฐานะเหล่านี้ กษัตริย์พระองค์นั้นย่อมทรงพระเจริญทุกเมื่อ ดังพระจันทร์ในสุกรปักษ์ ฉะนั้น. ย่อมเป็นที่รักใคร่ของพระประยูรญาติทั้งหลายด้วย ย่อมทรง รุ่งโรจน์ในหมู่มิตรด้วย ท้าวเธอมีพระปรีชา เมื่อสวรรคตแล้ว ย่อมเข้า ถึงโลกสวรรค์. จบ สัมภวชาดกที่ ๕.