๗. อินทริยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อินทริยชาดก (๔๒๓) ว่าด้วยอำนาจของอินทรีย์ (สรภังคดาบสกล่าวกับนารทดาบสว่า)
นารทะ ผู้ใดตกอยู่ในอำนาจของอินทรีย์เพราะความใคร่ ผู้นั้นละโลกทั้ง ๒ แล้วย่อมไปเกิดในอบาย แม้มีชีวิตอยู่ ร่างกายก็ซูบซีด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๙๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๗. อินทริยชาดก (๔๒๓)
ต่อจากสุขก็เป็นทุกข์ ต่อจากทุกข์ก็เป็นสุข เธอจะเป็นผู้ได้รับทุกข์มากกว่าสุข ดังนั้น เธอพึงหวังสุขอันประเสริฐเถิด
ผู้ใดในยามลำบาก ทนต่อความลำบากได้ ไม่คำนึงถึงความลำบาก ผู้นั้นเป็นนักปราชญ์ ย่อมเสวยโยคสุขอันเป็นที่สุดแห่งความลำบากนั้น
เธอไม่ควรเคลื่อนจากธรรม เพราะความปรารถนากามทั้งหลาย อันเป็นเหตุมิใช่ประโยชน์จากประโยชน์ต่างๆ และเพราะทอดทิ้งฌานที่ได้บำเพ็ญแล้ว (กาฬเทวิลดาบสกล่าวกับนารทดาบสว่า)
ผู้ครองเรือนมีความขยัน แบ่งปันกันกิน เป็นการดี เมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็ไม่ระเริง และเมื่อเสื่อมจากสิ่งที่ต้องการก็ไม่เดือดร้อน (พระศาสดาตรัสว่า)
กาฬเทวิลดาบสผู้สงบได้กล่าวความเป็นบัณฑิตนั้นเพียงเท่านี้ว่า ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะเลวไปกว่าผู้ตกอยู่ในอำนาจ แห่งอินทรีย์ทั้งหลายนี้เลย (มนุษย์เปรตกราบทูลพระเจ้าสีพีว่า)
ขอเดชะพระเจ้าสีพี บุคคลเช่นข้าพระองค์ถึงความพินาศ เหมือนความพินาศในเงื้อมมือของพวกศัตรู ทำเหตุที่ให้เกิดยศเหล่านี้ คือ การงาน วิชชา ความขยัน การวิวาห์ ศีล และความอ่อนโยนให้เสื่อมไป บังเกิดเป็นมนุษย์เปรตด้วยกรรมของตน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๙๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๘. อาทิตตชาดก (๔๒๔)
ข้าพระองค์นั้นไม่มีพวกพ้อง ไร้ที่พึ่ง เหมือนคนเสื่อมจากทรัพย์นับพัน เหินห่างจากธรรมอันประเสริฐเหมือนคนตายแล้ว
ข้าพระองค์ทำคนผู้ต้องการความสุขให้ได้รับความทุกข์ จึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ข้าพระองค์นั้นไม่ได้ประสบความสุขเลย เหมือนอยู่ในกองถ่านเพลิง อินทริยชาดกที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ อินฺทฺริยชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. อินทริยชาดก ว่าด้วยดี ๔ ชั้น
โย อินฺทฺริยานํ กาเมน วสํ นารท คจฺฉติ โส ปริจฺจชฺชุโภ โลเก ชีวนฺโตปิ วิสุสฺสติ ฯ
ดูกรนารทะ บุรุษใดตกอยู่ในอำนาจแห่งอินทรีย์เพราะกาม บุรุษนั้นละ โลกทั้งสองไปแล้ว ย่อมเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น แม้เมื่อยังเป็นอยู่ก็ ย่อมซูบซีดไป.
สุขสฺสานนฺตรํ ทุกฺขํ ทุกฺขสฺสานนฺตรํ สุขํ โสปิ ปตฺโต สุขทุกฺขํ ปาฏิกงฺข วรํ สุขํ ฯ
ทุกข์เกิดในลำดับแห่งสุข สุขเกิดในลำดับแห่งทุกข์ ส่วนท่านนั้นประ สบความทุกข์มากกว่าสุข ท่านจงหวังความสุขอันประเสริฐเถิด.
กิจฺฉกาเล กิจฺฉสโห โย กิจฺฉํ นาติวตฺตติ ส กิจฺฉนฺตํ สุขํ ธีโร โยคํ สมธิคจฺฉติ ฯ
ในเวลาเกิดความลำบาก บุคคลใดอดทนต่อความลำบากได้ บุคคลนั้น ย่อมไม่เป็นไปตามความลำบาก บุคคลนั้นเป็นนักปราชญ์ ย่อมบรรลุสุข ปราศจากเครื่องประกอบ อันเป็นที่สุดแห่งความลำบาก.
น เหว กามานํ กามา นานตฺถา นตฺถการณา น กตญฺจ นิรงฺกตฺวา ธมฺมา จวิตุมรหสิ ฯ
ท่านไม่ควรเคลื่อนจากธรรม เพราะปรารถนากามทั้งหลาย เพราะเหตุใช่ ประโยชน์ เพราะเหตุเป็นประโยชน์ ถึงท่านจะทำสุขในฌานที่สำเร็จ แล้วให้นิราศไป ก็ไม่ควรจะเคลื่อนจากธรรมเลย.
ทกฺขํ คหปตํ สาธุ สํวิภชฺชญฺจ โภชนํ อหาโส อตฺถลาเภสุ อตฺถพฺยาปตฺติ อพฺยโถ ฯ
ความขยันของคฤหบดีผู้อยู่ครองเรือนดีชั้นหนึ่ง การแบ่งปันโภคทรัพย์ ให้แก่สมณพราหมณ์ ผู้ตั้งอยู่ในธรรมแล้วบริโภคด้วยตนเอง ดีชั้น สอง เมื่อได้ประโยชน์ไม่ระเริงใจด้วยความมัวเมา ดีชั้นสาม เมื่อเวลา เสื่อมประโยชน์ ไม่มีความลำบากใจ ดีชั้นสี่.
เอตฺตาวเตตํ ปณฺฑิจฺจํ อสิโต เทวิโล พฺรวิ นยิโต กิญฺจิ ปาปิโย อินฺทฺริยานํ วสํ วเช ฯ
เทวิลดาบสผู้สงบระงับ ได้พร่ำสอนความเป็นบัณฑิตกะนารทดาบสนั้น ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ว่า บุคคลผู้เลวกว่าผู้ที่ตกอยู่ในอำนาจอินทรีย์ ไม่มีเลย.
อมิตฺตานํว หตฺถตฺถํ สีวิ ปปฺโปติ มามิว กมฺมํ วิชฺชญฺจ ทกฺเขยฺยํ วิวาหํ สีลมทฺทวํ เอเต จ ยเส หาเปตฺวา นิพฺพตฺโต เสหิ กมฺเมหิ ฯ
ข้าแต่พระเจ้าสีวิราช พระองค์เกือบจะถึงความพินาศอยู่ในเงื้อมมือของ ศัตรูทั้งหลายเทียว เหมือนข้าพระองค์ไม่กระทำกรรมที่ควรกระทำ ไม่ ศึกษาศิลปวิทยา ไม่ทำความขวนขวายเพื่อให้เกิดโภคทรัพย์ ไม่ทำ อาวาหวิวาหะ ไม่รักษาศีล ไม่กล่าววาจาอ่อนหวาน ทำยศเหล่านี้ให้ เสื่อมไป จึงมาบังเกิดเป็นเปรต เพราะกรรมของตน.
โสหํ สหสฺสชีโนว อพนฺธุ อปรายโน อริยธมฺมา อปกฺกนฺโต ยถา เปโต ตเถวหํ ฯ
ข้าพระองค์นั้นปฏิบัติชอบแล้ว พึงยังโภคะให้เกิดขึ้น เหมือนบุรุษชำนะ แล้วพันคน ไม่มีพวกพ้องที่พึ่งอาศัย ล่วงเสียจากอริยธรรม มีอาการ เหมือนเปรต ฉะนั้น.
สุขกาเม ทุกฺขาเปตฺวา อาปนฺโนสฺมิ ปทํ อิมํ โส สุขํ นาธิคจฺฉามิ ฐิโต ภาณุมหิมิวาติ ฯ อินฺทฺริยชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
ข้าพระองค์ทำสัตว์ทั้งหลาย ผู้ใคร่ต่อความสุขให้ได้รับความทุกข์ จึงได้ มาถึงส่วนอันนี้ ข้าพระองค์นั้นดำรงอยู่ เหมือนบุคคลอันกองถ่านไฟ ล้อมรอบด้าน ย่อมไม่ได้ประสบความสุขเลย. จบ อินทริยชาดกที่ ๗.