๙. กปิชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๑. กุกกุวรรค ๙. กปิชาดก (๔๐๔) ๙. กปิชาดก (๔๐๔) ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้บริหารหมู่คณะ (พระโพธิสัตว์กล่าวให้โอวาทแก่ฝูงลิงว่า)
บัณฑิตไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่คนคู่เวรกันอยู่ เพราะบุคคลเมื่ออยู่ในระหว่างคนเป็นคู่เวรกัน คืนหนึ่งหรือสองคืนก็ตาม ย่อมอยู่เป็นทุกข์
ลิงตัวหัวหน้ามีจิตเรรวน เพราะทำตามลิงที่มีจิตเรรวน มันได้ทำความพินาศให้แก่ฝูง เพราะลิงตัวเดียวเป็นเหตุ
สัตว์โง่แต่สำคัญตนว่าฉลาด เป็นผู้นำฝูง ลุอำนาจใจของตนเอง ก็จะต้องนอนตายเหมือนอย่างลิงตัวนี้
สัตว์โง่แต่มีกำลัง เป็นผู้นำฝูง ไม่ดี เพราะไม่เกื้อกูลแก่หมู่ญาติ เหมือนนกต่อไม่เกื้อกูลแก่นกทั้งหลาย
ส่วนสัตว์ฉลาดมีกำลัง เป็นผู้นำฝูง ดี เพราะเกื้อกูลแก่หมู่ญาติ เหมือนท้าววาสวะเกื้อกูลแก่หมู่เทพชั้นดาวดึงส์
ส่วนผู้ใดตรวจดูศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ทั้งตนและผู้อื่น
เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์พึงตรวจดูตน เหมือนตรวจดูศีล ปัญญา และสุตะ แล้วบริหารหมู่คณะบ้าง ปฏิบัติอยู่ลำพังผู้เดียวบ้าง กปิชาดกที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๖๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙ กปิชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. กปิชาดก คุณธรรมของผู้บริหารคณะ
ยตฺถ เวรี นิวิสติ น วเส ตตฺถ ปณฺฑิโต เอกรตฺตํ ทฺวิรตฺตํ วา ทุกฺขํ วสติ เวริสุ ฯ
ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคน จองเวรเพียงคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์.
ทิโส เว ลหุจิตฺตสฺส โปสสฺสานุวิธิยฺยโต เอกสฺส กปิโน เหตุ ยูถสฺส อนโย กโต ฯ
บุคคลมีจิตเบา คล้อยไปตามเขาง่ายๆ ย่อมกระทำกิจของคนจองเวร เพราะเหตุลิงตัวเดียว ถูกเขาทำความฉิบหายให้ทั้งฝูง.
พาโล จ ปณฺฑิตมานี ยูถสฺส ปริหารโก สจิตฺตสฺส วสํ คนฺตฺวา สเยถายํ ยถา กปิ ฯ
คนพาลผู้สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ปกครองหมู่คณะ ตกอยู่ในอำนาจจิต ของตนแล้ว พึงนอนตาย เหมือนลิงจ่าฝูง นอนตายอยู่ ฉะนั้น.
น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโก อหิโต ภวติ ญาตีนํ สกุณานํว เจตโก ฯ
อันคนพาลถึงจะมีกำลังปกครองหมู่คณะ ไม่ดีเลย เพราะไม่เป็นประ- โยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนนกต่อ ไม่เป็นประโยชน์แก่นกทั้งหลาย ฉะนั้น.
ธีโร จ พลวา สาธุ ยูถสฺส ปริหารโก หิโต ภวติ ญาตีนํ ติทสานํว วาสโว ฯ
ส่วนนักปราชญ์มีกำลังปกครองหมู่คณะ ดีมาก เพราะว่าเป็นประโยชน์ แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนท้าววาสวะผู้เป็นประโยชน์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ทั้งหลาย ฉะนั้น.
โย จ สีลญฺจ ปญฺญญฺจ สุตญฺจตฺตนิ ปสฺสติ อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ฯ
ผู้ใดพิจารณาเห็นศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประ- โยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตน และผู้อื่น.
ตสฺมา ตุเลยฺยมตฺตานํ สีลํ ปญฺญํ สุตํปิว คณํ วา ปริหเร ธีโร เอโก วาปิ ปริพฺพเชติ ฯ กปิชาตกํ นวมํ ฯ ---------
เพราะฉะนั้น นักปราชญ์พึงพิจารณาดูตน ดุจดูศีล ปัญญาและสุตะ ฉะนั้น พึงบริหารหมู่คณะเถิด หรือจะเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว ก็พึงเว้นรอบ. จบ กปิชาดกที่ ๙.