๓. ตุณฑิลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ตุณฑิลชาดก (๓๘๘) ว่าด้วยตุณฑิลสุกรโพธิสัตว์ (จูฬตุณฑิลสุกรบอกเหตุที่ตนเห็นมาว่า)
วันนี้ นายแม่ของเราเปลี่ยนอาหารให้ใหม่ รางข้าวมีอาหารเต็มบริบูรณ์ นายแม่ก็ยืนอยู่ใกล้ๆ คนจำนวนมากก็ยืนถือบ่วงอยู่ ฉันไม่อยากกินเลย (มหาตุณฑิลสุกรโพธิสัตว์ได้กล่าวว่า)
เจ้าสะดุ้งกลัว หัวหมุน มองหาที่พึ่งไปไย เจ้าไม่มีที่พึ่งหรอก จะหนีไปไหนกัน พ่อตุณฑิละ อย่าดิ้นรนไปเลย กินเสียเถิด พวกเราถูกเขาขุนเพื่อต้องการเนื้อ
เจ้าจงลงสู่ห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตม ชำระเหงื่อและมลทินทั้งปวงให้สิ้นไป แล้วถือเอาเครื่องลูบไล้ชนิดใหม่ ที่มีกลิ่นหอมไม่จางหายไปในกาลไหนๆ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๔. สุวัณณกักกฏกชาดก (๓๘๙) (จูฬตุณฑิลสุกรถามว่า)
อะไรหนอคือห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตม อะไรเล่าที่เรียกว่าเหงื่อและมลทิน และอะไรเล่าคือเครื่องลูบไล้ชนิดใหม่ ที่มีกลิ่นหอมไม่จางหายไปในกาลไหนๆ (มหาตุณฑิลสุกรโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ธรรมะคือห้วงน้ำที่ไม่มีโคลนตม บาปเรียกว่าเหงื่อและมลทิน อนึ่ง ศีลคือเครื่องลูบไล้ชนิดใหม่ ที่มีกลิ่นหอมไม่จางหายไปในกาลไหนๆ
คนที่ฆ่าสัตว์ย่อมพอใจ ส่วนสัตว์ที่ถูกฆ่าย่อมไม่พอใจ ในคืนเดือนเพ็ญแห่งวันอุโบสถ สัตว์ทั้งหลายเช่นเรายินดีสละชีพตุณฑิลชาดกที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ ตุณฺฑิลชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. ตุณฑิลชาดก ธรรมเหมือนน้ำ บาปธรรมเหมือนเหงื่อไคล
นวจฺฉทฺทเก ทานิ ทิยฺยติ ปุณฺณายํ โทณิ สุวามินี ฐิตา พหุโก ชโน ปาสปาณิโก โน จ โข เม ปฏิภาติ ภุญฺชิตุํ ฯ
วันนี้ มารดาให้ข้าวที่เทลงใหม่ๆ รางข้าวก็เต็ม มารดาก็ยืนอยู่ใกล้ๆ รางข้าวนั้น ใช่แต่เท่านั้น ยังมีคนเป็นอันมากยืนถือบ่วงอยู่ ฉันไม่พอใจ จะบริโภคข้าวนั้นเลย.
ตสสิ ภมสิ เลณมิจฺฉสิ อตาโณสิ กุหึ คมิสฺสสิ อปฺโปสฺสุโก ภุญฺช ตุณฺฑิล มํสตฺถาย โปสิยามเส ฯ
เจ้าสะดุ้งกลัวภัย หมุนไปมา ปรารถนาที่ซ่อนเร้น เป็นผู้ไร้ที่พึ่ง จะไป ไหนเล่า ดูกรน้องตุณฑิละ เจ้าจงมีความขวนขวายน้อยบริโภคอาหาร เสียเถิด เราทั้งสองมารดาเลี้ยงไว้ ก็เพื่อจะต้องการเนื้อ.
โอคห รหทํ อกทฺทมํ สพฺพํ เสทมลํ ปวาหย คณฺหาหิ นวํ วิเลปนํ ยสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชติ ฯ
เจ้าจงหยั่งลงยังห้วงน้ำที่ไม่มีเปือกตม แล้วชำระเหงื่อและมลทินทั้งปวง เสีย จงถือเอาเครื่องลูบไล้ใหม่ๆ ที่มีกลิ่นหอม ไม่รู้จักหายในกาล ไหนๆ เถิด.
กตโม นุ รหโท อกทฺทโม กึสุ เสทมลนฺติ วุจฺจติ กตมญฺจ นวํ วิเลปนํ กสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชติ ฯ
อะไรหนอ ที่ท่านกล่าวว่า ห้วงน้ำไม่มีเปือกตม อะไรเล่า ท่านกล่าวว่า เหงื่อไคลและมลทิน และอะไรเล่า ท่านกล่าวว่า เครื่องลูบไล้ใหม่ๆ ที่มีกลิ่นหอม ไม่รู้จักหายในกาลไหนๆ?
ธมฺโม รหโท อกทฺทโม ปาปํ เสทมลนฺติ วุจฺจติ สีลญฺจ นวํ วิเลปนํ ตสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชติ ฯ
ธรรมบัณฑิตกล่าวว่า เป็นห้วงน้ำไม่มีเปือกตม บาปธรรมบัณฑิตกล่าวว่า เหงื่อไคลและมลทิน และศีลบัณฑิตกล่าวว่า เป็นเครื่องลูบไล้ใหม่ที่มี กลิ่นหอม ไม่รู้จักหายในกาลไหนๆ.
นนฺทนฺติ สรีรฆาติโน น จ นนฺทนฺติ สรีรธาริโน ปุณฺณาย ปุณฺณมาสิยา รมมานาว ชหนฺติ ชีวิตนฺติ ฯ ตุณฺฑิลชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
มนุษย์ทั้งหลาย ผู้โง่เขลา ฆ่าตัวเอง ย่อมพอใจทำบาป ส่วนสัตว์ผู้รักษาตัวเอง ย่อมไม่พอใจทำบาป สัตว์ทั้งหลาย รื่นเริงในเดือนมีพระจันทร์เต็มดวง ย่อมสละชีวิตได้. จบ ตุณฑิลชาดกที่ ๓.