๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) ว่าด้วยปัณฑรกนาคราช (ปัณฑรกนาคราชคร่ำครวญว่า)
ภัยที่ตนเองก่อขึ้นย่อมติดตามคนไร้ปัญญา พูดจาพล่อยๆ ไม่ปกปิดความรู้ ขาดความระมัดระวัง ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ เหมือนพญาครุฑไล่จับปัณฑรกนาคราช
นรชนใดพอใจบอกมนต์ที่ลี้ลับ ที่ตนควรจะปกปิดรักษา เพราะความเขลา ภัยย่อมติดตามเขาผู้เปิดเผยมนต์โดยพลัน เหมือนพญาครุฑไล่จับปัณฑรกนาคราช
มิตรเทียมไม่ควรจะรู้เนื้อความสำคัญซึ่งเป็นความลับ แต่มิตรแท้ผู้ไม่รู้หรือรู้สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะรู้ความลับนั้น
เราไว้วางใจอเจลก(ชีเปลือย)ว่า ผู้นี้เป็นสมณะ ชาวโลกนับถือ อบรมตนดีแล้ว ได้เปิดเผยบอกความลับแก่เขา จึงล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ
พญาครุฑผู้ประเสริฐ สำหรับเขา ข้าพเจ้าไม่อาจจะระวังวาจาที่เร้นลับอย่างยิ่งนี้ได้ เพราะเหตุนั้น ภัยจากฝ่ายเขาจึงมาถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ
นรชนใดสำคัญผู้นี้ว่า เป็นคนมีใจดี บอกความลับกับคนที่เกิดในสกุลต่ำทราม เพราะความรัก ความชัง หรือเพราะความเกรงกลัว นรชนนั้นเป็นคนโง่ ต้องย่อยยับโดยไม่ต้องสงสัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
นรชนใดมีปกติพูดนอกเรื่อง นับเนื่องเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชน นรชนนั้นปราชญ์กล่าวว่า คนมีพิษร้าย ปากเสีย ควรระมัดระวังคนเช่นนั้นให้ห่างไกล
ข้าพเจ้าได้ละทิ้งสิ่งที่น่าปรารถนาทั้งหมดไปแล้ว คือ ข้าว น้ำ ผ้าแคว้นกาสี จุรณแก่นจันทน์แดง หญิงที่เจริญใจ พวงดอกไม้ และเครื่องชโลมทา ข้าแต่พญาครุฑ ข้าพเจ้าขอมอบชีวิตแก่ท่าน (พญาครุฑกล่าวคาถาตำหนิปัณฑรกนาคราชว่า)
บรรดาเราทั้ง ๓ ในที่นี้ ใครหนอย่อมถูกตำหนิ นาคราช เราทั้งหลายเป็นสัตว์มีชีวิตในโลกนี้ คือ สมณะ ครุฑ หรือว่าท่านกันแน่ย่อมถูกตำหนิ ปัณฑรกนาคราช ท่านถูกข้าพเจ้าจับเพราะเหตุไร (ปัณฑรกนาคราชฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
อเจลกนั้นเป็นผู้ที่ข้าพเจ้ายกย่องว่า เป็นสมณะ เป็นที่รักของข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายกย่องด้วยใจจริง ข้าพเจ้าจึงได้เปิดเผยบอกความลับแก่เขา จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ ร้องไห้อยู่อย่างลำเค็ญ (พญาครุฑกล่าวว่า)
แท้จริง สัตว์ชื่อว่าจะไม่ตายไม่มีในแผ่นดิน ปัญญามีอยู่หลายอย่าง บุคคลไม่ควรนินทา นรชนในโลกนี้ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่บรรลุ ได้ด้วยสัจจะ ๑ ธรรมะ ๑ ปัญญา ๑ ทมะ ๑
มารดาบิดานับว่าเป็นผู้ยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ บุคคลที่ ๓ ผู้ช่วยเหลือเขาไม่มี เมื่อระแวงสงสัยว่า ความลับที่ปรึกษาไว้จะแตก ก็ไม่พึงบอกความลับที่สำคัญ แม้แก่มารดาบิดาเหล่านั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
เมื่อสงสัยว่า มนต์จะแตกทำลาย บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่มารดาบิดา พี่สาวน้องสาว พี่ชายน้องชาย เพื่อนสหาย หรือญาติพวกพ้องของตน
ถึงภรรยาจะยังสาวพูดจาไพเราะ ถึงพร้อมด้วยบุตรธิดา มีรูปร่างสวยงาม มีเกียรติยศชื่อเสียง มีหมู่ญาติแวดล้อม พูดอ้อนสามี เมื่อสงสัยว่า ความลับที่ปรึกษาไว้จะแตก บัณฑิตไม่พึงบอกความลับที่สำคัญแม้แก่นาง
บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่ไม่เปิดเผยได้เป็นการดี
บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ๑ ศัตรู ๑ คนที่ใช้อามิสล่อ ๑ คนผู้ล้วงความลับ ๑
คนผู้รู้ความลับที่ผู้อื่นไม่รู้ เพราะกลัวความลับที่ปรึกษาหารือกันไว้จะแตก ย่อมอดกลั้นไว้ดุจบุคคลผู้เป็นทาสเขา
คนมีประมาณเท่าใดล่วงรู้ความลับที่เขาปรึกษากัน คนมีประมาณเท่านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวของเขา เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับ
เวลากลางวันควรพูดความลับในที่สงัด เวลากลางคืนไม่ควรพูดดังเกินไป เพราะเหตุว่าคนแอบฟังได้ยินความลับที่ปรึกษากันเข้า ความลับนั้นจะถึงการแพร่งพรายโดยเร็วพลัน
นครใหญ่ที่สร้างด้วยเหล็ก ไม่มีประตู มีโรงเรือนล้วนสร้างด้วยเหล็ก มีคูขุดไว้ล้อมรอบ ย่อมปรากฏแม้ฉันใด แม้ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ก็ปรากฏแก่เราฉันนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
นาคราชผู้มีลิ้นสองแฉก นรชนเหล่าใดปกปิดความคิดไว้ ไม่พูดพล่อย มั่นคงอยู่ในประโยชน์ของตน ศัตรูทั้งหลายย่อมหลีกห่างไกลจากนรชนเหล่านั้น เหมือนคนรักชีวิตหลีกห่างไกลจากหมู่สัตว์อสรพิษฉะนั้น (เมื่อพญาครุฑกล่าวอย่างนั้นแล้ว ปัณฑรกนาคราชจึงกล่าวว่า)
อเจลกละทิ้งบ้านเรือนแล้วบวช มีศีรษะโล้น ประพฤติเป็นคนเปลือยเพราะเหตุแห่งการหากิน เพราะข้าพเจ้าเปิดเผยความลับกับเขาแล จึงได้เสื่อมจากอรรถและธรรม
พญาครุฑ บุคคลกระทำอย่างไร มีศีลอย่างไร บำเพ็ญวัตรอะไร ประพฤติละความยึดมั่นว่าเป็นของเราอย่างไร จึงจะเป็นสมณะได้ อนึ่ง สมณะกระทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์ได้ (พญาครุฑกล่าวว่า)
บุคคลประกอบด้วยหิริ ด้วยความอดกลั้น ด้วยการฝึกตน ไม่โกรธ ละคำส่อเสียด ประพฤติละความยึดมั่นว่าเป็นของเราเสีย จึงจะเป็นสมณะได้ สมณะกระทำอย่างนี้จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์ได้ (ปัณฑรกนาคราชเมื่อจะขอชีวิต จึงกล่าวว่า)
มารดากอดสัมผัสบุตรอ่อนซึ่งเกิดแต่ตน แผ่ซ่านเรือนร่างทุกส่วนสัดปกป้องฉันใด ท่านผู้เป็นจอมแห่งนก ท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้าแม้ฉันนั้น เหมือนมารดาเอ็นดูบุตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘) (พญาครุฑเมื่อจะให้ชีวิตแก่ปัณฑรกนาคราช จึงกล่าวว่า)
เอาเถิด ท่านผู้มีลิ้นสองแฉก วันนี้ท่านจงพ้นจากการถูกฆ่า ธรรมดาลูกมี ๓ ประเภท คือ (๑) ลูกศิษย์ (๒) ลูกบุญธรรม (๓) ลูกในไส้ อย่างอื่นหามีไม่ ท่านจงยินดีเถิด ท่านได้เป็นบุตรประเภทหนึ่งของข้าพเจ้าแล้ว (พระศาสดาตรัสพระคาถาแล้วทรงประกาศความนั้นว่า)
พญาครุฑกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็โผลงจับภาคพื้นปล่อยพญานาค กล่าวว่า วันนี้ท่านรอดพ้นภัยทั้งปวงแล้ว จงเป็นผู้มีข้าพเจ้าคุ้มครองทั้งทางบกทางน้ำเถิด
หมอผู้ฉลาดเป็นที่พึ่งของคนไข้ได้ฉันใด ห้วงน้ำเย็นเป็นที่พึ่งของคนผู้กระหายได้ฉันใด ที่พักเป็นที่พึ่งของคนผู้ถูกความเย็นเพราะหิมะรบกวนฉันใด แม้ข้าพเจ้าก็จะเป็นที่พึ่งของท่านฉันนั้น (พญาครุฑเห็นเหตุนั้นแล้ว จึงกล่าวว่า)
นี่พญานาคผู้เกิดในครรภ์ ท่านเชื่อมสัมพันธ์กับพญาครุฑ ผู้เกิดในฟองไข่ที่เป็นศัตรู ยังนอนแยกเขี้ยวอยู่ ภัยนั้นมีมาแต่ไหนหนอ (พญานาคกล่าวว่า)
ในศัตรูบุคคลพึงระแวงไว้ก่อน แม้ในมิตรก็ไม่พึงวางใจ ภัยที่เกิดขึ้นจากคนไม่มีภัยย่อมกัดกร่อนจนถึงโคนราก
บุคคลจะพึงวางใจในคนผู้เคยทำการทะเลาะกันมาแล้วได้ อย่างไรเล่า บุคคลผู้ดำรงอยู่ด้วยการเตรียมตัวอยู่เป็นนิตย์ ย่อมไม่ยินดีกับศัตรู
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก (๕๑๘)
พึงทำให้ผู้อื่นวางใจตน แต่ตนเองไม่พึงวางใจเขา ไม่พึงให้ผู้อื่นระแวงตน แต่ตนพึงระแวงผู้อื่น วิญญูชนพึงพยายามโดยที่ผู้อื่นจะไม่รู้ความเป็นไปของตน (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)
สัตว์ผู้ประเสริฐทั้ง ๒ นั้นมีเพศพรรณดุจเทพยดาสุขุมาลชาติ มีทรวดทรงสัณฐานและวัยงามเสมอกัน บริสุทธิ์ มีกองกุศลผลบุญ คลอเคลียกันไป เหมือนพาหนะเทียมด้วยม้า ได้เข้าไปหากรัมปิยอเจลก
ลำดับนั้นแล ปัณฑรกนาคราชได้เข้าไปหาอเจลก ตามลำพังตนเองแล้วได้กล่าวอย่างนี้ว่า วันนี้ ข้าพเจ้ารอดตาย ผ่านพ้นภัยทั้งปวงมาได้ คงไม่เป็นที่พอใจของท่านแน่นอน (อเจลกกล่าวว่า)
ก็พญาครุฑเป็นที่รักของเราอย่างแท้จริง ยิ่งกว่าปัณฑรกนาคราชโดยไม่ต้องสงสัย เรานั้นมีความรักใคร่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ ก็ได้กระทำกรรมชั่วช้านั้นลงไป หาทำไปเพราะความโง่เขลาไม่ (นาคราชกล่าวว่า)
ธรรมดาบรรพชิตผู้พิจารณาเห็นโลกนี้และโลกหน้า ย่อมจะไม่มีความคิดว่า สิ่งนี้เป็นที่รักของเรา หรือสิ่งนี้ไม่เป็นที่รักของเรา ก็ท่านเป็นผู้ไม่สำรวม แต่ประพฤติลวงชาวโลกนี้ด้วยเพศแห่งผู้มีความสำรวมด้วยดี
ท่านมิใช่พระอริยะ แต่ทำเหมือนพระอริยะ มิใช่คนสำรวม แต่ทำเหมือนคนสำรวม มีชาติต่ำทราม หาใช่ผู้ประเสริฐไม่ ได้ประพฤติชั่วช้าลามกเป็นอันมาก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๙. สัมพุลาชาดก (๕๑๙) (ครั้นตำหนิแล้วเมื่อจะสาป จึงกล่าวว่า)
เจ้าคนผู้มีนิสัยประทุษร้าย เจ้าเป็นคนประทุษร้ายมิตร ผู้ไม่ประทุษร้าย ทั้งเป็นคนพูดจาส่อเสียด ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอศีรษะของเจ้าจงแตก ๗ เสี่ยง (พระศาสดาทรงประกาศความที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ จึงตรัสว่า)
เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควรประทุษร้ายมิตร เพราะว่าคนอื่นที่จะเลวกว่าคนผู้ประทุษร้ายมิตรไม่มี อเจลกถูกสัตว์มีพิษสาปกำจัดลงแล้วในแผ่นดิน ทั้งๆ ที่ปฏิญญาว่า เรามีความสำรวม ก็ถูกทำลายแล้วด้วยคำของจอมนาคินทร์ปัณฑรกนาคราชชาดกที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ ปณฺฑรกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. ปัณฑรกชาดก ไม่ควรบอกความลับแก่คนอื่น
วิกิณฺณวาจํ อนิคุยฺหมนฺตํ อสญฺญตํ อปริจกฺขิตารํ ภยนฺตมเนฺวติ สยํ อโพธํ นาคํ ยถา ปณฺฑรกํ สุปณฺโณ ฯ โย คุยฺหมนฺตํ ปริรกฺขเนยฺยํ โมหา นโร สํสติ หาสมาโน ตํ ภินฺนมนฺตํ ภยมเนฺวติ ขิปฺปํ นาคํ ยถา ปณฺฑรกํ สุปณฺโณ ฯ นานุมิตฺโต ครุํ อตฺถํ คุยฺหํ เวทิตุมรหติ สุมิตฺโต จ อสมฺพุทฺธํ สมฺพุทฺธํ วา อนตฺถวา ฯ วิสฺสาสมาปชฺชิมหํ อเจลํ สมโณ อยํ สมฺมโต ภาวิตตฺโต ตสฺสาหมกฺขึ วิวรึ คุยฺหมตฺถํ อตีตมตฺโถ กปณํ รุทามิ ฯ ตสฺสาหํ ปรมํ พฺรเหฺม คุยฺหํ วาจญฺหิมํ นาสกฺขึ สํยเมตุํ ตปฺปกฺขโต หิ ภยมาคตํ มม อตีตมตฺโถ กปณํ รุทามิ ฯ โย เว นโร สุหทํ มญฺญมาโน คุยฺหมตฺถํ สํสติ ทุกฺกุลีเน โทสา ภยา อถวา ราครตฺโต ปลฺลิตฺถิโต พาโล อสํสยํ โส ฯ ติโรกฺขวาโจ อสตํ ปวิฏฺโฐ โย สงฺคตีสุ มุทิเรติ วากฺยํ อาสีวิโส ทุมฺมุโขตฺยาหุ ตํ นรํ อารา อารา สํยเม ตาทิสมฺหา ฯ อนฺนํ ปานํ กาสิกจนฺทนญฺจ มนาปิตฺถิโย มาลมุจฺฉาทนญฺจ โอหาย คจฺฉามเส สพฺพกาเม สุปณฺณ ปาณูปคตาว ตฺยมฺหา ฯ
ภัยเกิดจากตนเอง ย่อมตามถึงบุคคลผู้ไร้ปัญญา พูดพล่อยๆ ไม่ปิดบัง ความรู้ หาความระวังมิได้ ไม่มีการพิจารณา เหมือนครุฑตามถึงเราผู้ ปัณฑรกนาคฉะนั้น. นรชนใดยินดีบอกมนต์ลับที่ตนควรจะรักษา เพราะ ความหลง ภัยย่อมตามถึงนรชนนั้นผู้มีมนต์อันแพร่งพรายแล้วโดยพลัน เหมือนครุฑตามถึงเราผู้ปัณฑรกนาคราชฉะนั้น. มิตรเทียมไม่ควรจะให้รู้ เหตุสำคัญอันลึกลับ ถึงมิตรแท้แต่เป็นคนโง่ หรือมีปัญญาแต่ประพฤติ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะให้รู้ความลับเหมือนกัน. เราได้ถึง ความคุ้นเคยกับชีเปลือยด้วยเข้าใจว่า สมณะนี้โลกเขานับถือ มีตนอัน อบรมแล้ว ได้บอกเปิดเผยความลับแก่มัน จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้อง ไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น. ดูกรพญาครุฑผู้ตัวประเสริฐ เราไม่อาจจะ ระวังวาจาลับอย่างยิ่งนี้แก่มันได้ ภัยได้มาถึงเราจากสำนักของมัน เรา จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น นรชนใดสำคัญว่า ผู้นี้มีใจดี บอกความลับกะคนสกุลทราม นรชนนั้นเป็นคนโง่เขลาทรุด โทรมลงโดยไม่ต้องสงสัย เพราะโทสาคติ ภยาคติ หรือเพราะฉันทาคติ. ผู้ใดปากบอนนับเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชน นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า ผู้มีปากชั่วร้ายคล้ายอสรพิษ บุคคลควร ระมัดระวังคนเช่นนั้นเสียให้ห่างไกล. เราได้ละทิ้งข้าวน้ำ ผ้าแคว้นกาสี และจรุณจันทน์ สตรีที่เจริญใจ ดอกไม้และเครื่องชโลมทา ซึ่งเป็น ส่วนกามารมณ์ทั้งปวงไปหมดแล้ว ดูกรพญาครุฑ เราขอถึงท่านเป็นสรณะ ตลอดชีวิต.
โกนีธ ติณฺณํ ครหํ อุเปติ อสฺมึธ โลเก ปาณภู นาคราช สมโณ สุปณฺโณ อถวา ตฺวเมว กึการณา ปณฺฑรก คหิโต ฯ
ดูกรบัณฑรกนาคราช บรรดาสัตว์ทั้ง ๓ จำพวก คือ สมณะ ครุฑและ นาค ใครหนอควรจะได้รับความติเตียนในโลกนี้ ที่จริงตัวท่านแหละควร จะได้รับ ท่านถูกครุฑจับเพราะเหตุไร?
สมโณ หิ เม สมฺมตตฺโต อโหสิ ปิโย จ เม มนสา ภาวิตตฺโต ตสฺสาหมกฺขึ วิวรึ คุยฺหมตฺถํ อตีตมตฺโถ กปณํ รุทามิ ฯ
ชีเปลือยเป็นผู้มีอัตภาพที่เรายกย่องว่าเป็นสมณะ เป็นที่รักของเรา ทั้ง เป็นผู้อันเรายกย่องด้วยใจจริง เราจึงบอกเปิดเผยความลับแก่มัน เรา เป็นคนล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.
น จตฺถิ สตฺโต อมโร ปฐพฺยา ปญฺญาวิธา นตฺถิ น นินฺทิตพฺพา สจฺเจน จ ธมฺเมน ธิติยา ทเมน อลพฺภมพฺยาหรตี นโร อิธ ฯ มาตาปิตา ปรมา พนฺธวานํ นาสฺส ตติโย อนุกมฺปกตฺถิ เตสมฺปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ มาตาปิตา ภคินีภาตโร จ สหายา วา ยสฺส โหนฺติ สปกฺขา เตสมฺปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ ภริยา เจ ปุริสํ วชฺชา โกมารี ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา ญาติสงฺฆปุรกฺขตา ตสฺสาปิ คุยฺหํ ปรมํ น สํเส มนฺตสฺส เภทํ ปริสงฺกมาโน ฯ
แท้จริง สัตว์ที่จะไม่ตายไม่มีเลยในแผ่นดิน ธรรมชาติเช่นกับปัญญาไม่ ควรติเตียน คนในโลกนี้ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้ เพราะสัจจธรรม ปัญญา และทมะ. มารดาบิดาเป็นยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ คนที่สามชื่อ ว่ามีความอนุเคราะห์แก่บุคคลนั้น เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควร บอกความลับสำคัญแม้แก่มารดาบิดานั้น. เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตกก็ไม่ ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่มารดา บิดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย น้องชาย สหาย หรือพวกพ้องเลย. ถ้าภรรยาสาวพูดเพราะ ถึงพร้อม ด้วยบุตรธิดา รูปและยศ ห้อมล้อมด้วยหมู่ญาติ พึงกล่าวอ้อนวอน สามีให้บอกความลับ เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรบอกความลับ สำคัญแม้แก่ภรรยานั้น.
น คุยฺหมตฺถํ วิวเรยฺย รกฺเขยฺย นํ ยถา นิธึ น หิ ปาตุกโต สาธุ คุโยฺห อตฺโถ ปชานตา ฯ ถิยา คุยฺหํ น สํเสยฺย อมิตฺตสฺส จ ปณฺฑิโต โย จามิเสน สํหีโร หทยตฺเถโน จ โย นโร ฯ คุยฺหมตฺถมสมฺพุทฺธํ สมฺโพธยติ โย นโร มนฺตเภทภยา ตสฺส ทาสภูโต ติติกฺขติ ฯ ยาวนฺโต ปุริสสฺสตฺถํ คุยฺหํ ชานนฺติ มนฺตินํ ตาวนฺโต ตสฺส อุพฺเพคา ตสฺมา คุยฺหํ น วิสฺสเช ฯ วิวิจฺจ ภาเสยฺย ทิวา รหสฺสํ รตฺตึ คิรํ นาติเวลํ ปมุญฺเจ อุปสฺสุติกา หิ สุณนฺติ มนฺตํ ตสฺมา มนฺโต ขิปฺปมุเปติ เภทํ ฯ
บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับเลย ควรรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษา ขุมทรัพย์ไว้ฉะนั้น ความลับอันบุคคลอื่นรู้เข้า ทำให้แพร่งพรายแล้ว ไม่ดีเลย. บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ศัตรู คนมุ่งอามิส และ คนผู้มุ่งหมายล้วงดวงใจ. คนใดให้คนโง่เขลารู้ความลับ ถึงแม้คนโง่ เขลานั้นจะเป็นทาสของตน ก็จำต้องอดกลั้นไว้ เพราะกลัวความคิดจะ แตก. คนมีประมาณเท่าใดรู้ความลับที่ปรึกษากันของบุรุษ คนประมาณ เท่านั้น ย่อมขู่ให้บุรุษนั้นหวาดเสียวได้ เพราะเหตุนั้นจึงไม่ควรขยาย ความลับ กลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี ควรพูดเปิดเผยความลับในที่สงัด ไม่ควรเปล่งวาจาให้ล่วงเวลา เพราะคนที่คอยแอบฟังก็จะได้ยินข้อความ ที่ปรึกษากัน เพราะเหตุนั้น ข้อความที่ปรึกษากัน ก็จะถึงความแพร่ง พรายทันที.
ยถาปิ อโยนครํ มหนฺตํ อทฺวารกํ อายสํ ภทฺทสาลํ สมนฺตขาตาปริขาอุเปตํ เอวมฺปิ เม เต อิธ คุยฺหมนฺตา ฯ เย คุยฺหมนฺตา อวิกิณฺณวาจา ทฬฺหา สทตฺเถสุ นรา ทุชิวฺหา อารา อมิตฺตา พฺยวชนฺติ เตหิ อาสีวิสา วาริว สตฺตสงฺฆา ฯ
ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ ย่อมปรากฏแก่เรา เปรียบเหมือนนครอัน ล้วนแล้วด้วย เหล็กใหญ่โต ไม่มีประตู เจริญด้วยเรือนโรง ล้วนแต่ เหล็ก ประกอบด้วยคูอันขุดไว้โดยรอบฉะนั้น. ดูกรนาคราช ผู้มีความคิด อันลี้ลับต้องไม่พูดแพร่งพราย มั่นคงในประโยชน์ของตน ย่อมหลีกจาก ศัตรูเหล่านั้นแต่ไกล เหมือนหมู่มนุษย์หลีกจากอสรพิษแต่ไกลฉะนั้น.
หิตฺวา ฆรํ ปพฺพชิโต อเจโล นคฺโค มุณฺโฑ จรติ ฆาสเหตุ ตมฺหิ นุโข วิวรึ คุยฺหมตฺถํ อตฺถา จ ธมฺมา จ อปคตมฺหา ฯ กถํกโร โหติ สุปณฺณราช กึสีโล เกน วเตน วตฺตํ สมโณ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ กถํกโร สคฺคมุเปติ ฐานํ ฯ
อเจลกชีเปลือย ละเรือนออกบวช มีศีรษะโล้น เที่ยวไปเพราะเหตุแห่ง อาหาร เราได้ขยายความลับแก่มันซิหนอ เราจึงเป็นผู้ปราศจากประโยชน์ และธรรม. ดูกรพญาครุฑ บุคคลผู้ละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มา ประพฤติเป็นนักบวช มีการทำอย่างไร มีศีลอย่างไร ประพฤติพรต อย่างไร จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำอย่างไร จึงจะเข้าถึง แดนสวรรค์?
หิริยา ติติกฺขาย ทเมน ขนฺติยา อกฺโกธโน เปสุณิยํ ปหาย สมโณ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ เอวํกโร สคฺคมุเปติ ฐานํ ฯ
บุคคลผู้สละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช ต้อง ประกอบด้วยความละอาย ความอดกลั้น ความฝึกตน ความอดทน ไม่โกรธง่าย ละวาจาส่อเสียด จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำ อย่างนี้ จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์.
มาตาว ปุตฺตํ ตรุณํ ตนุชฺชํ สมฺผสฺสตา สพฺพคตฺตํ ผเรติ เอวมฺปิ เม ตฺวํ ปาตุรหุ ทิชินฺท มาตาว ปุตฺตํ อนุกมฺปมาโน ฯ
ข้าแต่พญาครุฑ ขอท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้าเหมือนมารดาที่กกกอดลูก อ่อนที่เกิดแต่ตน แผ่ร่างกายทุกส่วนปกป้องหรือดุจมารดาผู้เอ็นดูบุตร ฉะนั้นเถิด.
หนฺทชฺช ตฺวํ มุจฺจ วธา ทุชิวฺห ตโย หิ ปุตฺตา นหิ อญฺโญ อตฺถิ อนฺเตวาสี ทินฺนโก อตฺรโช จ รชสฺสุ ปุตฺตญฺญตโร เม อโหสิ ฯ
ดูกรนาคราช เอาเถอะ ท่านจงพ้นจากการถูกฆ่าในวันนี้ ก็บุตรมี ๓ จำพวก คือ ศิษย์ ๑ บุตรบุญธรรม ๑ บุตรตัว ๑ บุตรอื่นหามีไม่ ท่านยินดีจะเป็น บุตรจำพวกไหนของเรา.
อิจฺเจว วากฺยํ วิสชฺชิ สุปณฺโณ ภูมฺยํ ปติฏฺฐาย ทิโช ทุชิวฺหํ มุตฺตชฺช ตฺวํ สพฺพภยาติวตฺโต ถลูทเก โหหิ มยาภิคุตฺโต ฯ อาตงฺกินํ ยถา กุสโล ภิสกฺโก ปิปาสิตานํ รหโทว สีโต เวสฺมํ ยถา หิมสีตฏฺฏิตานํ เอวมฺปิ เต สรณมหํ ภวามิ ฯ
พญาครุฑจอมทิชาชาติ กล่าวอย่างนี้โผลงจับที่แผ่นดินแล้วปล่อยพญา- นาคไปด้วยกล่าวว่า วันนี้ ท่านรอดพ้นแล้วจากสรรพภัย จงเป็นผู้อัน เราคุ้มครองแล้วทั้งทางบกและทางน้ำ. หมอผู้ฉลาดเป็นที่พึ่งของคนไข้ได้ ฉันใด ห้องน้ำอันเย็นเป็นที่พึ่งของคนหิวกระหาย ฉันใด สถานที่พักเป็น ที่พึ่งของคนเดินทาง ฉันใด เราจะเป็นที่พึ่งของท่านฉันนั้น.
สทฺธึ กตฺวา อมิตฺเตน อณฺฑเชน ชลาพุช วิวริย ทาฐํ ปสฺสสิ กุโต ตํ ภยมาคตํ ฯ
แน่ะท่านผู้ชลาพุชชาติ ท่านแยกเขี้ยวมองดูดังจะทำกับศัตรูผู้อัณฑชชาติ ภัยนี้มีมาแต่ไหน.
สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมึปิ น วิสฺสเส อภยา ภยมุปฺปนฺนํ อปิ มูลานิ กนฺตติ ฯ กถํ นุ วิสฺสเส ตฺยมฺหิ เยนาสิ กลโห กโต นิจฺจยตฺเตน ฐาตพฺพํ โส ทิสพฺภิ น รชฺชติ ฯ วิสฺสาสเย น จ นํ วิสฺสเสยฺย อสงฺกิโต สงฺกิโต จ ภเวยฺย ตถา ตถา วิญฺญู ปรกฺกเมยฺย ยถา ยถา ภาวํ ปโร น ชญฺญา ฯ
บุคคลพึงรังเกียจในศัตรูทีเดียว แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้วางใจ ภัยเกิดขึ้นได้ จากที่ที่ไม่มีภัย มิตรย่อมตัดโค่นรากได้ จะพึงไว้วางใจในบุคคลที่ทำการ ทะเลาะกันมาแล้วอย่างไรได้เล่า ผู้ใดดำรงอยู่ด้วยการเตรียมตัวเป็นนิตย์ ผู้นั้นย่อมไม่ยินดีกับศัตรูของตน บุคคลพึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจของคนอื่น แต่ไม่ควรจะไว้วางใจคนอื่นเกินไป ตนเองอย่าให้คนอื่นรังเกียจได้ แต่ควรรังเกียจเขา วิญญูชนพึงพากเพียรไปด้วยอาการอันลึกซึ้ง ซึ่งฝ่าย อื่นจะล่วงรู้ไม่ได้.
เต เทววณฺณา สุขุมาลรูปา อุโภ สมา สุชยา ปุญฺญกฺขนฺธา อุปาคมุํ กรมฺปิยํ อเจลํ มิสฺสีภูตา อสฺสวาหาว นาคา ฯ
สัตว์ทั้ง ๒ ผู้มีเพศพรรณดุจเทวดา สุขุมาลชาติเช่นเดียวกัน บริสุทธิ์ดุจ กองบุญ เคล้าคลึงกันไปดุจม้าเทียมรถ ได้จับมือพากันเข้าไปหากรัม- ปิยอเจลก.
ตโต หเว ปณฺฑรโก อเจลํ สยเมวุปาคมฺม อิทํ อโวจ มุตฺตชฺชหํ สพฺพภยาติวตฺโต น หิ นูน ตุยฺหํ มนโส ปิยมฺหา ฯ
ลำดับนั้น ปัณฑรกนาคราช เข้าไปหาชีเปลือยแต่ลำพังตนเท่านั้น แล้ว ได้กล่าวว่า วันนี้เรารอดพ้นจากความตายล่วงภัยทั้งปวง แล้วคงไม่เป็น ที่รักที่พอใจท่านเสียเลยเป็นแน่.
ปิโย หิ เม อาสิ สุปณฺณราชา อสํสยํ ปณฺฑรเกน สจฺจํ โส ราครตฺโต จ อกาสิ เอตํ ปาปกมฺมํ สมฺปชาโน น โมหา ฯ
พญาครุฑเป็นที่รักของเรายิ่งกว่าปัณฑรกนาคราชอย่างแท้จริง โดยไม่ต้อง สงสัย เรามีความรักใคร่ในพญาครุฑ ทั้งที่รู้ก็ได้ทำกรรมอันลามก ไม่ใช่ ทำเพราะความหลุ่มหลงเลย.
น เม ปิยํ อปฺปิยํ วาปิ โหติ สมฺปสฺสโต โลกมิมํ ปรญฺจ สุสญฺญตานญฺหิ วิยญฺชเนน อสญฺญโต โลกมิมํ จราสิ ฯ อริยาวกาโสสิ อนริโยว โหสิ อสญฺญโต สญฺญตสนฺนิกาโส กณฺหาภิชาติโก อนรียรูโป ปาปํ พหุํ ทุจฺจริตํ อจาริ ฯ
ความถือว่าสิ่งนี้เป็นที่รัก หรือว่าไม่เป็นที่รักของเรา ย่อมไม่มีแก่บรรพชิต ผู้พิจารณาเห็นโลกนี้ และโลกหน้า ก็ท่านเป็นคนไม่สำรวม แต่ประพฤติ ลวงโลกด้วยเพศของผู้สำรวมดีทั้งหลาย ไม่ได้เป็นอริยะเลย แต่ปลอม ตัวเป็นอริยะ ไม่ใช่คนสำรวม แต่ทำคล้ายคนสำรวม ท่านเป็นคนชาติ เลวทราม มิใช่คนประเสริฐได้ประพฤติบาปทุจริตเป็นอันมาก.
อทุฏฺฐสฺส ตุวํ ทุพฺภิ ทุพฺภี จ ปิสุโณ จสิ เอเตน สจฺจวชฺเชน มุทฺธา เต ผลตุ สตฺตธา ฯ
แน่ะเจ้าคนเลวทราม เจ้าประทุษร้ายต่อผู้มิได้ประทุษร้ายทั้งเป็นคนส่อเสียด ด้วยคำสัตย์นี้ ขอศีรษะของเจ้าจงแตกออกเป็น ๗ เสี่ยง.
ตสฺมา หิ มิตฺตานํ น ทุพฺภิตพฺพํ มิตฺตทุพฺภา หิ ปาปิโย นตฺถิ อญฺโญ อาสิตฺตสตฺโต นิหโต ปฐพฺยา อินฺทสฺส วาเกฺยน หิ สํวโร หโตติ ฯ ปณฺฑรกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
เพราะเหตุนั้นแล บุคคลไม่พึงประทุษร้ายต่อมิตร เพราะผู้ประทุษร้าย ต่อมิตรเป็นคนเลวทรามที่สุด จะหาคนอื่นที่เลวกว่าเป็นไม่มี ชีเปลือย ถูกอสรพิษกำจัดในแผ่นดิน ทั้งที่ได้ปฏิญาณว่าเรามีสังวร ก็ได้ถูกทำลาย แล้วด้วยถ้อยคำของนาคราช จบ ปัณฑรกชาดกที่ ๘.