๑๔. อโยฆรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔. อโยฆรชาดก (๕๑๐) ว่าด้วยมหาสัตว์อโยฆรราช (พระโพธิสัตว์อโยฆรราชเมื่อจะแสดงธรรมโปรดพระราชบิดา จึงตรัสว่า)
สัตว์ถือปฏิสนธิครั้งแรก อยู่ในครรภ์ตลอดคืนหนึ่ง ดำเนินไปไม่หวนกลับเหมือนเมฆหมอกที่ตั้งขึ้นแล้วลอยผ่านไป
นรชนทั้งหลายประกอบพร้อมด้วยกำลังพล สู้รบอยู่ในสงคราม จะไม่แก่ไม่ตายก็หาไม่ เพราะว่ามณฑลแห่งปาณสัตว์นั้นล้วนถูกชาติและชราเบียดเบียน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
พระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น ทรงข่มขี่ราชศัตรู ผู้มีเสนาประกอบด้วยองค์ ๔ มีรูปร่างน่าสะพรึงกลัว เอาชนะไปได้ แต่ไม่ทรงสามารถชนะเสนาแห่งพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๔. อโยฆรชาดก (๕๑๐)
พระราชาบางพวกแวดล้อมด้วยกองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ กองทัพพลเดินเท้า ย่อมพ้นจากเงื้อมมือของปัจจามิตรได้ แต่ไม่อาจจะทรงพ้นจากพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
พระราชาทั้งหลายผู้ทรงกล้าหาญ ทรงหักค่าย ทำลายนคร กำจัดมหาชนได้ด้วยกองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ กองทัพพลเดินเท้า แต่ไม่อาจจะทรงหักราญพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
คชสารทั้งหลายตัวตกมัน มีมันแตกไหลเยิ้ม ย่อมย่ำยีบ้านเมือง เข่นฆ่าประชาชนได้ แต่ไม่อาจจะย่ำยีพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
นายขมังธนูทั้งหลายผู้มีฝีมือฝึกปรือดีแล้ว เป็นผู้กล้าหาญ สามารถยิงไปได้ไกล แม่นยำไม่ผิดพลาด แต่ไม่อาจจะยิงพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
สระทั้งหลายย่อมเสื่อมสิ้นไป พื้นปฐพีพร้อมทั้งภูเขาและราวป่าก็หมดสิ้นไป ถึงทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตลอดกาลนานเข้าก็เสื่อมสิ้นไป เพราะสังขารทั้งปวงนั้นย่อมแตกสลายไปตามกาลกำหนด เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
แท้จริง ชีวิตของเหล่าสัตว์ทั้งปวงทั้งหญิงชายในโลกนี้ มีสภาพหวั่นไหว ปั่นป่วน เหมือนแผ่นผ้าของนักเลง เหมือนต้นไม้ที่เกิดใกล้ฝั่ง เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๔. อโยฆรชาดก (๕๑๐)
ทั้งคนหนุ่ม ทั้งคนแก่ ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งบัณเฑาะก์ (กะเทย) ย่อมมีกายแตกทำลายไปเหมือนผลไม้หล่นจากต้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
ดวงจันทร์ซึ่งเป็นราชาแห่งดวงดาวเป็นฉันใด วัยนี้หาเป็นฉันนั้นไม่ เพราะส่วนใดล่วงไปแล้ว ส่วนนั้นเป็นอันล่วงไปแล้วในบัดนี้ อนึ่ง คนแก่เฒ่าชราแล้วหามีความยินดีไม่ ความสุขจะมีแต่ที่ไหน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
ยักษ์ ปีศาจ หรือแม้เปรตทั้งหลายเหล่านั้นโกรธขึ้นมาแล้ว ย่อมเข้าสิงมนุษย์ทั้งหลายได้ แต่ไม่อาจจะเข้าสิงพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
ยักษ์ ปีศาจ หรือแม้เปรตทั้งหลายเหล่านั้นโกรธขึ้นมาแล้ว มนุษย์ทั้งหลายย่อมกระทำให้อดโทษได้ด้วยพลีกรรม แต่จะทำพญามัจจุราชให้อดโทษด้วยพลีกรรมหาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
พระราชาทั้งหลายทรงทราบความผิดอย่างชัดแจ้งแล้ว จึงทรงลงอาชญาคนผู้มีความผิด ผู้ประทุษร้าย และผู้เบียดเบียนประชาชน แต่ไม่ทรงสามารถจะลงอาชญาพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
ชนทั้งหลายผู้กระทำความผิด ผู้ประทุษร้าย และผู้เบียดเบียนเหล่านั้น ย่อมได้เพื่อจะทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ แต่จะทำพญามัจจุราชให้อภัยโทษหาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๔. อโยฆรชาดก (๕๑๐)
ความเพ่งเล็งด้วยความหวังดีว่า ผู้นี้เป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์ ผู้นี้เป็นคนมั่งคั่ง เป็นคนมีพลัง หรือเป็นคนมีเดช ไม่ได้มีแก่พญามัจจุราชเลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
สิงโต เสือโคร่ง และแม้เสือเหลืองทั้งหลาย ย่อมข่มขี่กัดกินสัตว์ที่ดิ้นรนไปมาได้ แต่ไม่อาจจะกัดกินพญามัจจุราชได้เลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
นักมายากลทั้งหลายเมื่อแสดงมายากลท่ามกลางสนาม ย่อมลวงตาประชาชนให้หลงใหลได้เพียงนั้น แต่ไม่อาจจะลวงตาพญามัจจุราชให้หลงใหลได้เลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
อสรพิษทั้งหลายตัวที่มีพิษร้ายกาจ โกรธขึ้นมาแล้วย่อมขบกัดมนุษย์ทั้งหลายให้ตายได้ แต่ไม่อาจจะขบกัดพญามัจจุราชได้เลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
อสรพิษทั้งหลายโกรธขึ้นมาแล้วย่อมขบกัดผู้ใด หมอผู้เยียวยายังถอนพิษในร่างกายของผู้นั้นได้ แต่ถอนพิษอันร้ายกาจของพญามัจจุราชหาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
นายแพทย์ธรรมมนตรี ๑ นายแพทย์เวตดรุณ ๑ นายแพทย์โภชะ ๑ กำจัดพิษพญานาคทั้งหลายได้ แต่นายแพทย์เหล่านั้น ได้ยินว่า ได้ตายไปแล้วเช่นกันแล เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๔. อโยฆรชาดก (๕๑๐) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ แต่นายแพทย์เหล่านั้น ได้ยินว่า ได้ตายไปแล้วเช่นกันแล เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
วิทยาธรทั้งหลาย เมื่อร่ายเวทย์ชื่อโฆรมนต์ ย่อมหายตัวไปได้ด้วยโอสถทั้งหลาย แต่จะร่ายเวทย์ไม่ให้พญามัจจุราชเห็นหาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงมีความคิดว่า จะประพฤติธรรม
ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ นี้เป็นอานิสงส์ในธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ผู้มีปกติประพฤติธรรมย่อมไม่ไปสู่ทุคติ
สภาวะทั้ง ๒ คือ ธรรมและอธรรม หามีผลวิบากเสมอกันได้ไม่ เพราะอธรรมนำสัตว์ไปนรก ส่วนธรรมยังสัตว์ให้ถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังนี้ อโยฆรชาดกที่ ๑๔ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. มาตังคชาดก ๒. จิตตสัมภูตชาดก ๓. สีวิราชชาดก ๔. สิรีมันตชาดก ๕. โรหณมิคชาดก ๖. จูฬหังสชาดก ๗. สัตติคุมพชาดก ๘. ภัลลาติยชาดก ๙. โสมนัสสชาดก ๑๐. จัมเปยยชาดก ๑๑. มหาปโลภนชาดก ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก ๑๓. หัตถิปาลชาดก ๑๔. อโยฆรชาดก วีสตินิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔ อโยฆรชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๔. อโยฆรชาดก ว่าด้วยอำนาจของมัจจุราช
ยเมกรตฺตึ ปฐมํ คพฺเภ วสติ มาณโว อพฺภุฏฺฐิโตว โส ยาติ ส คจฺฉํ น นิวตฺตติ ฯ
สัตว์ถือปฏิสนธิกลางคืนก็ตาม ย่อมอยู่ในครรภ์มารดาก่อน สัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะกำลังลม ย่อมไปสู่ความเป็นกลละเป็นต้น ย่อมไม่ กลับมาสู่ความเป็นกลละเป็นต้นอีก.
น ยุชฺฌมานา น พเลน วสฺสิตา นรา น ชีรนฺติ น จาปิ มิยฺยเร สพฺพญฺหิ ตํ ชาติชรายุปทฺทุตํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
นรชนผู้ประกอบด้วยกำลังกาย หรือกำลังทหารก็ตาม จะสู้รบกับชราและ มรณะแล้วไม่แก่ ไม่ตาย ไม่มีเลย เพราะว่า ชีวิตของสัตว์นี้ทั้งมวล ถูก ความเกิดและความแก่เบียดเบียน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิด ว่า จะบวชประพฤติธรรม.
จตุรงฺคินึ เสน สุภึสรูปํ ชยนฺติ รฏฺฐาธิปตี ปสยฺห น มจฺจุโน ชยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาผู้เป็นอธิบดีแห่งรัฐทั้งหลาย ย่อมจะข่มขี่หมู่เสนาประกอบด้วย องค์ ๔ อันน่าสะพรึงกลัว เอาชัยชนะได้ แต่ไม่สามารถจะชนะเสนาแห่ง มัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติ ธรรม.
หตฺถีหิ อสฺเสหิ รเถหิ ปตฺติหิ ปริวาริตา มุญฺจเร เอกจฺเจยฺยา น มจฺจุโน มุญฺจิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาบางจำพวกแวดล้อมด้วยพลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้า ย่อมพ้นจากเงื้อมมือของข้าศึก แต่ก็ไม่อาจจะพ้นจากสำนักของมัจจุราช ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
หตฺถีหิ อสฺเสหิ รเถหิ ปตฺติหิ สูรา ปภญฺชนฺติ ปธํสยนฺติ น มจฺจุโน ภญฺชิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาทั้งหลายผู้กล้าหาญ ย่อมหักราญพระนครแห่งราชศัตรูให้ ย่อยยับได้ และกำจัดมหาชนได้ ด้วยพลช้าง พลม้า พลรถ และพล เดินเท้า แต่ไม่สามารถจะหักราญเสนาแห่งมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม
มตฺตา คชา ภินฺนคฬา ปภินฺนา นครานิ มทฺทนฺติ ชนํ หนนฺติ น มจฺจุโน มทฺทิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
คชสารทั้งหลายเชือกตกมัน มีมันไหลเยิ้มแตกซาบซ่าน ย่อมย่ำยีนคร ทั้งหลาย และเข่นฆ่าประชาชนได้ แต่ไม่สามารถจะย่ำยีเสนาแห่ง มัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อิสฺสาสิโน กตหตฺถาปิ วีรา ทูเรปาตี อกฺขณเวธิโนปิ น มจฺจุโน วิชฺฌิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
นายขมังธนูทั้งหลาย แม้มีมืออันได้ฝึกฝนมาดีแล้ว สามารถยิงธนูได้ไกล และยิงไม่พลาด ก็ไม่สามารถจะยิงต่อต้านมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
สรานิ ขียนฺติ สเสลกานนา สพฺพํปิ ตํ ขียติ ทีฆมนฺตรํ สพฺพํ หิ ตํ ภญฺชเร กาลปริยายํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
สระทั้งหลาย และมหาปฐพีกับทั้งภูเขาราวป่า ย่อมเสื่อมสิ้นไป สังขาร ทั้งปวงนั้น จะตั้งอยู่นานสักเท่าไร ก็ย่อมเสื่อมสิ้นไป เพราะสังขาร ทั้งปวงนั้น ครั้นถึงการกำหนดแล้วย่อมจะแตกทำลายไป เพราะเหตุ นั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
สพฺเพสเมวํ หิ นรีนรานํ จลาจลํ ปาณภุโนธ ชีวิตํ ปโฏว ธุตฺตสฺส ทุโมว กูลโช ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
แท้จริง ชีวิตของสัตว์ทั้งมวล ทั้งเป็นสตรีและบุรุษในโลกนี้ เป็นของ หวั่นไหว เหมือนแผ่นผ้าของนักเลงสุรา และต้นไม้เกิดใกล้ฝั่ง เป็นของ หวั่นไหว ไม่ยั่งยืนฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
ทุมปฺผลาเนว ปตนฺติ มาณวา ทหรา จ วุฑฺฒา จ สรีรเภทา นาริโย นรา มชฺฌิมโปริสา จ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ผลไม้ที่สุกแล้วย่อมหล่นร่วง ฉันใด สัตว์ทั้งหลาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่ ทั้ง ปานกลาง ทั้งหญิง ทั้งชาย ย่อมเป็นผู้มีสรีระทำลายหล่นไป ฉันนั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
นายํ วโย ตารกราชสนฺนิโภ ยทพฺภตีตํ คตเมวทานิ ตํ ชิณฺณสฺส หี นตฺถิ รตี กุโต สุขํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระจันทร์ ผู้เป็นราชาแห่งดวงดาวเป็นฉันใด วัยนี้หาเป็นฉันนั้นไม่ เพราะส่วนใดล่วงลงไปแล้ว ส่วนนั้นก็เป็นอันล่วงไปแล้ว ในบัดนี้ แม้ความยินดีในกามคุณของคนแก่ย่อมไม่มี ความสุขจะมีมาแต่ไหน เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ยกฺขา ปิสาจา อถวาปิ เปตา กุปฺปิตา เต อสฺสสนฺติ มนุสฺเส น มจฺจุโน อสฺสสิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ยักษ์ก็ดี ปีศาจก็ดี หรือเปรตก็ดี โกรธเคืองแล้วย่อมเข้าสิงมนุษย์ได้ แต่ไม่สามารถจะเข้าสิงมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิด ว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ยกฺเข ปิสาเจ อถวาปิ เปเต กุปฺปิเตปิ เต นิชฺฌปนํ กโรนฺติ น มจฺจุโน นิชฺฌปนมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
มนุษย์ทั้งหลายย่อมกระทำการบวงสรวงยักษ์ ปีศาจ หรือเปรตทั้งหลาย ผู้โกรธเคืองแล้วได้ แต่ไม่สามารถจะบวงสรวงแก่มัจจุราชได้ เพราะ เหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อปราธเก ทูสเก เหฐเก จ ราชาโน ทณฺเฑนฺติ วิทิตฺวาน โทสํ น มจฺจุโน ทณฺฑยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พระราชาทรงรู้โทษแล้ว ย่อมลงอาชญากะบุคคลผู้กระทำความผิด ผู้ ประทุษร้ายต่อราชสมบัติ และผู้เบียดเบียนประชาชน ตามสมควร แต่ ไม่สามารถจะลงอาชญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึง คิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อปราธกา ทูสกา เหฐกา จ ลภนฺติ เต ราชาโน นิชฺฌเปตุํ น มจฺจุโน นิชฺฌปนํ กโรนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ชนทั้งหลายผู้กระทำความผิดก็ดี ผู้ประทุษร้ายราชสมบัติก็ดี ผู้เบียดเบียน ประชาชนก็ดี ย่อมจะยังพระราชาให้ทรงพระกรุณาได้ แต่หาทำให้ มัจจุราชกรุณาได้ไม่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
น ขตฺติโยปิ น จ พฺราหฺมโณปิ น อฑฺฒกา พลวา เตชวาปิ น มจฺจุราชสฺส อเปกฺขมตฺถิ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
มัจจุราชมิได้มีความอาลัยใยดีว่า ผู้นี้เป็นกษัตริย์ ผู้นี้เป็นพราหมณ์ ผู้นี้มั่งคั่ง ผู้นี้มีกำลัง ผู้นี้มีเดชานุภาพ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
สีหา จ พฺยคฺฆา จ อโถปิ ทีปิโย ปสยฺห ขาทนฺติ วิผนฺทมานํ น มจฺจุโน ขาทิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
ราชสีห์ก็ดี เสือโคร่งก็ดี เสือเหลืองก็ดี ย่อมข่มขี่เคี้ยวกินสัตว์ผู้ดิ้นรน อยู่ได้ แต่ไม่สามารถจะเคี้ยวกินมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
มายาการา รงฺคมชฺเฌ กโรนฺตา โมเหนฺติ จกฺขูนิ ชนสฺส ตาวเท น มจฺจุโน โมหยิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
นักเล่นกลทั้งหลาย เมื่อกระทำกลมายา ณ ท่ามกลางสนาม ย่อมลวง นัยน์ตาของประชาชนในที่นั้นๆ ให้หลงเชื่อได้ แต่ไม่สามารถจะลวง มัจจุราชให้หลงเชื่อได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
อาสีวิสา กุปฺปิตา อุคฺคเตชา ฑํสนฺติ มาเรนฺติปิ เต มนุสฺเส น มจฺจุโน ฑํสิตุมุสฺสหนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
อสรพิษที่มีพิษร้าย โกรธขึ้นมาแล้วย่อมขบกัดมนุษย์ให้ถึงตายได้ แต่ ไม่สามารถจะขบกัดมัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
อาสีวิสา กุปฺปิตา ยํ ฑํสนฺติ ติกิจฺฉกา เตส วิสํ หนนฺติ น มจฺจุโน ทฏฺฐวิสํ หนนฺติ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
อสรพิษโกรธขึ้นแล้วขบกัดผู้ใด หมอทั้งหลาย ย่อมถอนพิษที่ผู้นั้นได้ แต่จะถอนพิษ ของผู้ถูกมัจจุราชประทุษร้ายหาไม่ได้ เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ธมฺมนฺตรี เวตฺตรุโณ จ โภโช วิสานิ หนฺตฺวาน ภุชงฺคมานํ สุยฺยนฺติ เต กาลกตา ตเถว ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
แพทย์ผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ คือ แพทย์ธรรมมนตรี แพทย์เวตตรุณ แพทย์โภชะ กำจัดพิษพระยานาคได้ แต่แพทย์เหล่านั้นต้องทำ กาลกิริยานอนตาย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจึงคิดว่า จะบวช ประพฤติธรรม.
วิชฺชาธรา โฆรมธียมานา อทสฺสนํ โอสเธภิ วชนฺติ น มจฺจุราชสฺส วชนฺติ อทสฺสนํ ตมฺเม มตี โหติ จรามิ ธมฺมํ ฯ
พวกวิชาธร เมื่อร่ายวิชาชื่อโฆระ ย่อมหายตัวไปได้ด้วยโอสถทั้งหลาย แต่จะหายตัวไม่ให้มัจจุราชเห็นไม่ได้เลย เพราะเหตุนั้น ข้าพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า จะบวชประพฤติธรรม.
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ เอสานิสํโส ธมฺเม สุจิณฺเณ น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี ฯ
ธรรมแล ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อม นำความสุขมาให้ นี้เป็นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้มีปกติ ประพฤติธรรม ย่อมไม่ไปสู่ทุคติ.
นหิ ธมฺโม อธมฺโม จ อุโภ สมวิปากิโน อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคฺคตินฺติ ฯ อโยฆรชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ มาตงฺค สมฺภูต สีวิ สิริมนฺโต โรหน หํส สตฺติคุมฺโพ ภลฺลาติย โสมนสฺส จมฺเปยฺย พฺรหฺม ปญฺจ- ปณฺฑิต จิรสฺสํวต อโยฆราติ ฯ วีสตินิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สภาพทั้ง ๒ คือ ธรรมและอธรรม มีวิบากไม่เสมอกัน อธรรมย่อมนำ ไปสู่นรก ธรรมย่อมให้ถึงสุคติ. จบ อโยฆรชาดกที่ ๑๔. -----------------------------------------------------รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. มาตังคชาดก ๒. จิตตสัมภูตชาดก ๓. สีวิราชชาดก ๔. ศิริมันทชาดกรวมชาดกที่มีในวรรคนี้ ๕. โรหนมิคชาดก ๖. หังสชาดก ๗. สัตติคุมพชาดก ๘. ภัลลาติยชาดก ๙. โสมนัสสชาดก ๑๐. จัมเปยยชาดก ๑๑. มหาโลภนชาดก ๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก ๑๓. หัตถิปาลชาดก ๑๔. อโยฆรชาดก. จบ วีสตินิบาตชาดก. -----------------------------------------------------