๔. กามชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. กามชาดก (๔๖๗) ว่าด้วยกามและโทษของกาม (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
หากสิ่งที่สัตวโลกต้องการนั้นสำเร็จแก่เขาผู้ต้องการกาม เขาได้แล้วย่อมจะอิ่มใจแน่นอน
หากสิ่งที่ต้องการนั้นสำเร็จแก่เขาผู้ต้องการกาม เมื่อความปรารถนาสำเร็จแล้ว เขายังปรารถนาต่อไปอีก ย่อมประสบความอยากยิ่งๆ ขึ้นไป เหมือนคนตรากตรำลมและแดดในฤดูร้อน ประสบความกระหายยิ่งๆ ขึ้นไป
ความอยากและความกระหายย่อมพอกพูนโดยยิ่ง แก่คนผู้โง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้พระสัทธรรม ผู้มีร่างกายกำลังเจริญเติบโต เหมือนเขาเจริญแก่โคตัวที่กำลังมีเขาเจริญเติบโต
แม้จะให้นาข้าวสาลี นาข้าวเหนียว โค ม้า และทาสชายหญิงทั้งแผ่นดิน ก็ไม่เพียงพอสำหรับคนคนเดียว บุคคลรู้อย่างนี้แล้วพึงประพฤติธรรมให้สม่ำเสมอ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๔. กามชาดก (๔๖๗)
พระราชาทรงปราบปรามข้าศึก ชนะทั่วทั้งแผ่นดิน ทรงปกครองแผ่นดินอันมีสมุทรสาครเป็นที่สุด ยังมิทรงอิ่มพระทัยมหาสมุทรฝั่งนี้ ทรงปรารถนาแม้มหาสมุทรฝั่งโน้นอีก
บุคคลไม่ประสบความอิ่มใจ ตลอดเวลาที่ยังหวนระลึกถึงกามทั้งหลายอยู่ บุคคลเหล่าใดกลับใจ มีกายหลีกออกจากกามนั้น เห็นโทษในกามทั้งหลาย เป็นผู้อิ่มแล้วด้วยปัญญา บุคคลเหล่านั้นแลชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐที่สุด เพราะบุคคลผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นไม่เดือดร้อนเพราะกามทั้งหลาย คนที่อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาทำให้อยู่ในอำนาจไม่ได้
บุคคลไม่พึงสั่งสมกาม ควรเป็นคนปรารถนาน้อย ไม่โลเลเหลาะแหละ คนผู้มีปัญญาเพียงดังมหาสมุทรไม่เร่าร้อนเพราะกามทั้งหลาย
ส่วนใดๆ ของกามทั้งหลายที่ละได้ ส่วนนั้นๆ ก็บันดาลให้เป็นสุขได้ ถ้าปรารถนาสุขทุกส่วนก็ควรละกามให้หมด เหมือนช่างหนังตัดเอาหนังมาทำรองเท้า (พระราชาตรัสว่า)
ท่านมหาพราหมณ์ คาถาทั้งหมดที่ท่านกล่าวแล้ว ๘ คาถา มีค่านับเป็นพันๆ กหาปณะ ท่านจงรับทรัพย์ไปเถิด ภาษิตของท่านนี้ดีนักแล (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ข้าพระองค์ไม่ต้องการทรัพย์เป็นร้อย เป็นพัน หรือเป็นหมื่น เพราะเมื่อข้าพระองค์กล่าวคาถาสุดท้าย ใจไม่ยินดีในกามเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๘๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๕. ชนสันธชาดก (๔๖๘) (พระราชาทรงสรรเสริญพระโพธิสัตว์ว่า)
มาณพคนนี้เป็นผู้เจริญหนอ เป็นนักปราชญ์ รู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นบัณฑิต กำหนดรู้ตัณหาอันให้เกิดทุกข์ได้กามชาดกที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔ กามชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. กามชาดก ว่าด้วยกามและโทษของกาม
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ อทฺธา ปีติมโน โหติ ลทฺธา มจฺโจ ยทิจฺฉติ ฯ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ สัตว์ปรารถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้นแล้ว ย่อมมีใจอิ่มเอิบแท้.
กามํ กามยมานสฺส ตสฺส เจ ตํ สมิชฺฌติ ตโต นํ อปรํ กาเม ฆมฺเม ตณฺหํว วินฺทติ ฯ
เมื่อบุคคลปรารถนากาม ถ้าสิ่งที่ปรารถนาของบุคคลนั้นย่อมสำเร็จได้ ครั้นสิ่งที่ปรารถนานั้นสำเร็จ บุคคลยังปรารถนาต่อไปอีก ก็ย่อมได้ประ สบกามตัณหา เหมือนบุคคลที่ถูกลมแดดแผดเผาในฤดูร้อน ย่อมเกิด ความกระหายใคร่จะดื่มน้ำ ฉะนั้น.
ควํว สิงฺคิโน สิงฺคํ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต ภิยฺโย ตณฺหา ปิปาสา จ วฑฺฒมานสฺส วฑฺฒติ ฯ
ตัณหาก็ดี ความกระหายก็ดี ของคนพาลมีปัญญาน้อย ไม่รู้อะไร ย่อม เจริญยิ่งขึ้นทุกที เหมือนเขาโคย่อมเจริญขึ้นตามตัว ฉะนั้น.
ปฐพฺยา สาลิยวกํ ควาสฺสํ ทาสโปริสํ ทตฺวาปิ นาลเมกสฺส อิติ วิทฺธา สมํ จเร ฯ
แม้จะให้ทรัพย์สมบัติ ข้าวสาลี ข้าวเหนียว โค ม้า ข้าทาสหญิงชาย ทั้งแผ่นดิน ก็ยังไม่พอแก่คนๆ เดียว รู้อย่างนี้แล้วพึงประพฤติธรรมสม่ำ เสมอ.
ราชา ปสยฺห ปฐวึ วิชิตฺวา สสาครนฺตํ มหิมาวสนฺโต โอรํ สมุทฺทสฺส อติตฺตรูโป ปารํ สมุทฺทสฺสปิ ปตฺถเยว ฯ
พระราชาทรงปราบปรามชนะทั่วแผ่นดิน ทรงครอบครองแผ่นดินใหญ่ มีมหาสมุทรเป็นขอบเขต ทรงครอบครองมหาสมุทรฝั่งนี้แล้ว มีพระทัย ไม่อิ่ม ยังปรารถนาแม้มหาสมุทรฝั่งโน้นต่อไปอีก.
ยาว อนุสฺสรํ กาเม มนสา ติตฺติ นาชฺฌคา ตโต นิวตฺตา ปฏิกฺกมฺม ทิสฺวา เต เว ติตฺตา เย ปญฺญาย ติตฺตา ฯ
เมื่อยังระลึกถึงกามอยู่ตราบใด ก็ไม่ได้ความอิ่มด้วยใจตราบนั้น ชนเหล่า ใดบริบูรณ์ด้วยปัญญา มีกายและใจหลีกเว้นจากกามทั้งหลาย เห็นโทษ ด้วยญาณ ชนเหล่านั้นแลชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม.
ปญฺญาย ติตฺตีนํ เสฏฺฐํ น โส กาเมหิ ตปฺปติ ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ ตณฺหา น กุรุเต วสํ ฯ
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ เพราะผู้อิ่มด้วย ปัญญานั้น ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย คนผู้อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาย่อมกระทำให้อยู่ในอำนาจไม่ได้.
อปจิเนเถว กามานิ อปฺปิจฺฉสฺส อโลลุโป สมุทฺทมตฺโต ปุริโส น โส กาเมหิ ตปฺปติ ฯ
ไม่พึงสั่งสมกามทั้งหลาย พึงเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย ไม่มีความละโมภ บุรุษผู้มีปัญญาเปรียบด้วยมหาสมุทร ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกามทั้งหลาย.
รถกาโรว จมฺมสฺส ปริกนฺตํ อุปาหนํ ยํ ยํ ชหติ กามานํ ตํ ตํ สมฺปชฺชเต สุขํ สพฺพญฺเจ สุขมิจฺเฉยฺย สพฺเพ กาเม ปริจฺจเช ฯ
ช่างทำรองเท้าหนังเลี้ยงชีพ เมื่อประกอบรองเท้า ส่วนใดควรเว้นก็เว้น เลือกเอาแต่ส่วนที่ดีๆ มาทำรองเท้าขายได้ราคาแล้ว ย่อมมีความสุข เรา ก็ฉันนั้นเหมือนกัน พิจารณาด้วยปัญญาแล้ว ละทิ้งส่วนแห่งกามเสีย ย่อมถึงความสุข ถ้าพึงปรารถนาความสุขทั้งปวง ก็พึงละกามทั้งปวงเสีย.
อฏฺฐ เต ภาสิตา คาถา สพฺพา โหนฺติ สหสฺสิโย ปฏิคฺคณฺห มหาพฺรเหฺม สาเธตํ ตว ภาสิตํ ฯ
คาถาทั้งหมด ๘ คาถา ที่ท่านกล่าวแล้วขอท่านจงรับเอาทรัพย์ ๘ พันนี้ เถิด คำที่ท่านกล่าวนี้ เป็นคำยังประโยชน์ให้สำเร็จ.
น เม อตฺโถ สหสฺเสหิ สเตหิ นหุเตหิ วา ปจฺฉิมํ ภาสโต คาถํ กาเม เม นิรโต มโน ฯ
ข้าพระบาทไม่ต้องการด้วยทรัพย์ร้อย ทรัพย์พัน หรือทรัพย์หมื่น เมื่อ ข้าพระบาทกล่าวคาถาสุดท้าย ใจของข้าพระบาทไม่ยินดีในกาม.
ภทฺรโก วตายํ มาณวโก สพฺพโลกวิทู มุนิ โย ตณฺหํ ทุกฺขชนนึ ปริชานาติ ปณฺฑิโตติ ฯ กามชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------
มาณพใดเป็นบัณฑิต กำหนดรู้ตัณหาอันยังความทุกข์ให้เกิดแล้ว นำออก ได้ มาณพนี้เป็นคนดี เป็นมุนีผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง. จบกามชาดกที่ ๔.