๓. ชยัททิสชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) ว่าด้วยพระเจ้าปัญจาละพระนามว่าชัยทิศ (ยักษ์จับพระหัตถ์ของพระราชาแล้วกราบทูลว่า)
นานจริงหนอ วันนี้ภักษาเป็นอันมากได้เกิดขึ้นแก่เรา ในเวลาอาหารในวัน ๗ ค่ำ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอกเนื้อความนั้นและชาติสกุลตามที่ท่านทราบเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (พระราชาทรงเห็นยักษ์แล้ว ตกพระทัย ต่อมาทรงรวบรวมสติได้แล้วจึงตรัสว่า)
ข้าพเจ้าคือพระเจ้าปัญจาละนามว่าชัยทิศ เข้ามาล่าสัตว์ บางทีท่านจะได้ยินมาแล้วบ้าง เราเที่ยวไปตามเชิงเขาแนวป่า วันนี้ท่านจงกินเนื้อฟานนี้ ปล่อยข้าพเจ้าไปเถิด (ยักษ์กราบทูลว่า)
พระองค์เมื่อถูกข้าพระองค์เบียดเบียน กลับทรงแลกพระองค์กับของที่ข้าพระองค์มีอยู่ เนื้อฟานที่พระองค์กล่าวถึงเป็นภักษาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เคี้ยวกินพระองค์แล้วอยากกินเนื้อฟาน ก็จักเคี้ยวกินในภายหลัง เวลานี้ไม่ใช่เวลาพร่ำเพ้อรำพัน (พระราชาทรงหวนระลึกถึงนันทพราหมณ์ จึงตรัสว่า)
ถ้าว่า ข้าพเจ้ารอดพ้นไปไม่ได้ด้วยการแลกเปลี่ยน เพื่อไปแล้วจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ กติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้นข้าพเจ้าทำไว้แล้ว ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก (ยักษ์กราบทูลว่า)
พระมหาราช กรรมอะไรเล่า ที่ทำให้พระองค์ผู้ใกล้ถึงการสวรรคตต้องทรงเดือดร้อน ขอพระองค์ตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ บางทีข้าพระองค์อาจจะอนุญาตให้พระองค์ไป เพื่อจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ได้บ้าง (พระราชาตรัสว่า)
ข้าพเจ้าได้ให้ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์ไว้แก่พราหมณ์ กติกานั้นข้าพเจ้าได้รับรองไว้แล้ว ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (ยักษ์กราบทูลว่า)
ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์อันใดพระองค์ได้สร้างไว้ให้แก่พราหมณ์ กติกานั้นพระองค์ทรงรับรองไว้แล้ว ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์เลย ขอพระองค์จงทรงรักษาความสัตย์เสด็จกลับมาอีก (พระศาสดาเมื่อทรงแสดงความนั้น จึงได้ตรัสว่า)
ก็พระเจ้าชัยทิศนั้นรอดพ้นจากเงื้อมมือของยักษ์โปริสาทแล้ว ทรงรีบเสด็จไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ ทรงหวังจะปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ รับสั่งเรียกหาอลีนสัตตุราชบุตรเข้ามาเฝ้า ตรัสว่า
ลูกจงอภิเษกราชสมบัติในวันนี้ จงประพฤติธรรมในบริวารของตนและแม้ในบุคคลเหล่าอื่น อนึ่ง การประพฤติอธรรมขออย่าได้มีในแคว้นของลูก ส่วนพ่อจะไปสำนักของยักษ์โปริสาท (พระราชกุมารกราบทูลว่า)
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท หม่อมฉันทำกรรมอะไร จึงทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัย และวันนี้พระราชบิดาจะให้หม่อมฉันดำรงราชสมบัติ เพราะการงานที่ทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัยอันใด หม่อมฉันปรารถนาจะสดับข้อนั้นๆ แม้ราชสมบัติเว้นพระราชบิดาหม่อมฉันก็ไม่พึงปรารถนา (พระราชาตรัสว่า)
ลูกรัก พ่อมิได้ระลึกถึงความผิดของลูก เพราะการกระทำหรือเพราะคำพูดของลูกนี้เลย เพราะให้สัจจะไว้กับยักษ์โปริสาท พ่อต้องรักษาความสัตย์ จักต้องกลับไปอีก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (พระราชกุมารกราบทูลว่า)
หม่อมฉันจักไปแทน ขอพระองค์ประทับอยู่ที่นี้ การที่จะรอดชีวิตพ้นมาจากสำนักยักษ์โปริสาทย่อมไม่มี ขอเดชะ ถ้าพระราชบิดาจะเสด็จไปจริงๆ หม่อมฉันก็จะตามเสด็จด้วย แม้เราทั้ง ๒ จะไม่รอดชีวิต (พระราชาตรัสว่า)
ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษอย่างแท้จริง แต่เมื่อใดยักษ์โปริสาทเท้าด่าง ข่มขี่ทำลายลูกแล้วย่างกินที่โคนต้นไม้ ข้อนั้นพึงเป็นทุกข์ยิ่งกว่าการตายของพ่อเสียอีก (พระราชกุมารกราบทูลว่า)
หม่อมฉันจักเอาชีวิตแลกเปลี่ยนชีวิตของเสด็จพ่อ เสด็จพ่ออย่าได้เสด็จไปสำนักยักษ์โปริสาทเลย ก็หม่อมฉันจักแลกเปลี่ยนเอาชีวิตของเสด็จพ่อนั้นไว้ เพราะเหตุนั้น จึงขอยอมตายเพื่อชีวิตของเสด็จพ่อ (พระศาสดาเมื่อจะประกาศความนั้น จึงตรัสว่า)
ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงมีพระปรีชา ถวายบังคมพระยุคลบาทพระมารดาพระบิดาแล้วเสด็จไป พระมารดาของท้าวเธอทรงระทมทุกข์ ล้มลงที่พื้นปฐพี ส่วนพระบิดานั้นเล่าทรงประคองพระพาหาทั้ง ๒ แล้วทรงกันแสง (และเมื่อจะประกาศสัจจะ จึงได้ตรัสต่อไปอีกว่า)
พระบิดาทรงทราบชัดว่าพระโอรสกำลังมุ่งหน้าเสด็จไป จึงบ่ายพระพักตร์ต่อเบื้องพระปฤษฎางค์ ประคองอัญชลี นมัสการว่า ลูกรัก ขอลูกจงมีเทพเหล่านี้ คือ ท้าวโสมะ ท้าววรุณ ท้าวปชาบดี พระจันทร์ และสุริยเทพคุ้มครอง ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาจากสำนักยักษ์โปริสาทด้วยความสวัสดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (พระชนนีทรงทำสัจจกิริยาว่า)
ลูกรัก มารดาของพ่อรามได้รับการคุ้มครองอย่างดี ได้กระทำความสวัสดีอันใดให้แก่พ่อรามผู้ไปยังแคว้นของพระเจ้า ทัณฑกี แม่ขอกระทำความสวัสดีอันนั้นให้แก่ลูก ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพเจ้าโปรดระลึกถึงลูก ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (พระภคินีทรงทำสัจจกิริยาว่า)
น้องนึกไม่ออกเลย ถึงการคิดประทุษร้ายเจ้าพี่อลีนสัตตุในที่แจ้งหรือที่ลับ ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงเจ้าพี่ ขอเจ้าพี่ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (พระชายาทรงทำกิริยาว่า)
ขอเดชะพระสวามี ก็เพราะพระองค์มิได้ประพฤตินอกใจ หม่อมฉันเลย ฉะนั้น พระองค์มิได้เป็นที่รักจากใจหม่อมฉันก็หาไม่ ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงพระองค์ ขอพระองค์ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (ลำดับนั้น ยักษ์กล่าวว่า)
เจ้ามีร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้างาม มาจากไหน เจ้าไม่รู้หรือว่าเราอยู่ในป่า ใครๆ เขาก็รู้จักเราผู้ชั่วร้ายว่า เป็นยักษ์กินคน มีใครเล่าเมื่อรู้ถึงความปลอดภัยพึงมาที่นี้ (พระราชกุมารตรัสว่า)
นายพราน เรารู้ว่าท่านกินคน เราจะไม่รู้ว่าท่านอยู่ในป่าก็หาไม่ เราเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ เพราะต้องการจะปลดเปลื้องพระบิดา วันนี้ท่านจงปล่อยพระบิดา จงกินเราเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (ยักษ์กราบทูลว่า)
เรารู้ว่าท่านเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ เพราะใบหน้าและผิวพรรณของท่านทั้ง ๒ คล้ายคลึงกัน การที่บุคคลยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน นี้เป็นกรรมที่กระทำได้ยาก แต่ท่านได้กระทำแล้ว (พระราชกุมารตรัสว่า)
ในเรื่องนี้เรามิได้สำคัญว่าทำได้ยากอะไรนัก บุคคลใดยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน หรือเพราะเหตุแห่งมารดา บุคคลนั้นไปสู่ปรโลกแล้ว เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขและอารมณ์อันเลิศ (พระราชกุมารถูกยักษ์ถามถึงความไม่กลัวตาย จึงตรัสว่า)
ก็เราระลึกไม่ได้สักนิดเดียว ถึงการกระทำความชั่วของตนทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ เราเป็นผู้มีการเกิดและการตายตามกำหนด การพ้นจากความตายย่อมไม่มีในโลกนี้ฉันใด ในโลกหน้าก็ฉันนั้น
ท่านผู้มีอานุภาพมาก วันนี้ท่านจงกินเราบัดนี้เถิด จงทำกิจที่ควรทำกับสรีระนี้ หรือว่าเพื่อท่านเราจะตกจากยอดไม้ ท่านพอใจจงกินเนื้อของเราส่วนที่ท่านพอใจเถิด (ยักษ์ฟังพระดำรัสแล้วตกใจกลัว จึงกราบทูลว่า)
ท่านราชบุตร ถ้าท่านพอใจอย่างนี้ ท่านจะสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้องพระบิดา ฉะนั้น ท่านจงรีบหักฟืน ก่อไฟให้โพลงขึ้นในที่นี้ (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเหตุนั้น จึงตรัสว่า)
ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงปรีชาได้รวบรวมฟืน ก่อไฟกองใหญ่ขึ้นแล้ว จึงตรัสบอกให้ยักษ์ทราบว่า บัดนี้ไฟกองใหญ่เราได้ก่อแล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓) (พระราชกุมารทรงเห็นกิริยาของยักษ์นั้น จึงตรัสว่า)
บัดนี้ท่านจงข่มขี่กินเราในวันนี้เถิด ทำไมท่านจึงขนพองเพ่งดูเราบ่อยๆ เรากระทำตามคำของท่าน ตามที่ท่านพอใจจะกินเรา (ยักษ์กราบทูลว่า)
ใครเล่าควรที่จะกินคนผู้ดำรงอยู่ในธรรม มีปกติกล่าวคำสัตย์ รู้ถ้อยคำของผู้ขอเช่นท่าน บุคคลใดพึงกินคนผู้มีปกติกล่าวคำสัตย์เช่นนั้น แม้ศีรษะของบุคคลนั้นก็พึงแตกออก ๗ เสี่ยง (พระราชกุมารตรัสว่า)
เพราะสสบัณฑิตนั้นสำคัญท้าวสักกเทวราชนี้ว่าเป็นพราหมณ์ จึงได้ให้สิงอยู่ในสรีระของตน ยักษ์ เพราะเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตรนั้นจึงมีรูปกระต่ายปรากฏอยู่ ซึ่งให้ความพอใจแก่ชาวโลกตราบจนทุกวันนี้ (ยักษ์เมื่อจะปล่อยพระราชกุมาร จึงกราบทูลว่า)
ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พ้นจากปากราหูแล้วย่อมไพโรจน์ ในดิถีเพ็ญ ๑๕ ค่ำฉันใด ท่านผู้มีอานุภาพมาก แม้ท่านก็ฉันนั้น พ้นแล้วจากยักษ์โปริสาท ยังพระบิดาและพระมารดาให้ปลื้มพระทัย จงไพโรจน์ในกบิลรัฐเถิด อนึ่ง ขอพระประยูรญาติของพระองค์ทุกฝ่ายจงร่าเริงยินดีทั่วหน้า (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)
ลำดับนั้น พระราชบุตรทรงพระนามอลีนสัตตุผู้ทรงพระปรีชา ทรงประคองอัญชลี ถวายบังคมโปริสาทดาบส ทรงได้รับอนุญาตเสด็จกลับกบิลรัฐอย่างสุขสวัสดีและปลอดภัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๔. ฉัททันตชาดก (๕๑๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงแสดงกิริยาที่ชาวมคธถวายการต้อนรับพระราชกุมารจึงตรัสว่า)
ชาวนิคม ชาวชนบท พลช้าง พลรถ และพลเดินเท้าล้วนประคองอัญชลี เข้าเฝ้าถวายบังคม กราบทูลท้าวเธอว่า ขอถวายบังคมแด่พระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้กระทำกิจที่ทำได้ยาก ชยัททิสชาดกที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ ชยทฺทิสชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. ชัยทิศชาดก ว่าด้วยโปริสาทกับพระเจ้าชัยทิศ
จิรสฺสํ วต เม อุทปาทิ อชฺช ภกฺโข มหา สตฺตมิภตฺตกาเล กุโตสิ โก วาสิ ตทิงฺฆ พฺรูหิ อาจิกฺข ชาตึ วิทิโต ยถาสิ ฯ
ในเวลาที่เราบริโภคอาหารในวันที่ ๗ ภักษาหารเป็นอันมากเกิดขึ้นแล้ว แก่เรา ในวันนี้ นานนักหนอ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอก ขอท่านจงบอกถึงชาติตระกูลตามที่รู้กันเถิด?
ปญฺจาลราชา มิควํ ปวิฏฺโฐ ชยทฺทิโส นาม ยทิ สุโต เต จรามิ กจฺฉานิ วนานิ จาหํ ปสทํ อิมํ ขาท มมชฺช มุญฺจ ฯ
เราเป็นพระเจ้าปัญจาลราช มีนามว่าชัยทิศ ถ้าท่านได้ยินชื่อก็คงรู้จัก เราออกมาล่าเนื้อ เที่ยวมาตามข้างภูเขา และป่า ท่านจงกินเนื้อกวางนี้ เถิด ขอจงปล่อยเราเสียในวันนี้เถิด.
เสเนว ตฺวํ ปณสิ สยฺหมาโน มเมส ภกฺโข ปสโท ยํ วเทสิ ตํ ขาทิยาน ปสทํ ชิฆญฺญํ ขาทิสฺสํ ปจฺฉา น วิลาปกาโล ฯ
พระองค์ เอาของของข้าพระองค์เองมาแลกเปลี่ยน กวางที่พระองค์ ตรัสถึงนั้นเป็นอาหารของข้าพระองค์ ข้าพระองค์กินพระองค์แล้ว อยาก จะกินเนื้อกวาง ก็จักกินได้ในภายหลัง เวลานี้ ไม่ใช่เวลาขอร้อง.
น จตฺถิ โมกฺโข มม นิกฺกเยน คนฺตฺวาน ปจฺจาคมนาย ปเญฺห ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสปฺปทาย สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ ฯ
ถ้าความพ้นของเราย่อมไม่มีด้วยการแลกเปลี่ยน ขอให้เราได้กลับไปยัง พระนครเสียก่อน เราผลัดไว้แก่พราหมณ์ว่า จะให้ทรัพย์ เราจักรักษา คำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.
กึ กมฺมชาตํ อนุตปฺปเต ตํ ปตฺตํ สมีปํ มรณสฺส ราช อาจิกฺข เม ตํ อปิ สกฺกุเณมุ อนุชายิตุํ อาคมนาย ปเญฺห ฯ
ดูกรพระราชา พระองค์ใกล้จะถึงสวรรคตอยู่แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึง กรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์อาจจะ อนุญาตให้เสด็จกลับไปก่อนได้?
กตา มยา พฺราหฺมณสฺส ธนาสา ตํ สงฺครํ ปฏิโมกฺกํ น มุตฺตํ ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสปฺปทาย สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ ฯ
ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูก มัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะเราผลัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ เรา จักรักษาคำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.
ยา เต กตา พฺราหฺมณสฺส ธนาสา ตํ สงฺครํ ปฏิโมกฺกํ น มุตฺตํ ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสปฺปทาย สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชสฺสุ ฯ
ความหวังในทรัพย์ พระองค์ได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อ ผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะได้ผัดเพี้ยนไว้แก่พราหมณ์ว่า จะ พระราชทานทรัพย์ พระองค์จงรักษาคำสัตย์ไว้เสด็จกลับมาอีกเถิด.
มุตฺโต จ โส โปริสาทสฺส หตฺถา คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี ตํ สงฺครํ พฺราหฺมณสปฺปทาย อามนฺตยี ปุตฺตมลีนสตฺตุํ ฯ อชฺเชว รชฺชํ อภิเสจยสฺสุ ธมฺมญฺจ รฏฺเฐสุ ชเนสุ จาปิ อธมฺมกาโร จ เต มาหุ รฏฺเฐ คจฺฉามหํ โปริสาทสฺส ญนฺเต ฯ
ก็พระเจ้าชัยทิศนั้น หลุดพ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท แล้วรีบเสด็จ กลับไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ เพราะได้ทรงผัดเพี้ยนไว้แก่ พราหมณ์ว่า จะพระราชทานทรัพย์ ได้รับสั่งให้หาพระราชโอรสพระนาม ว่าอลีนสัตตุ ตรัสว่า เจ้าจงอภิเษกปกครองรัฐสีมา ในวันนี้ จงประพฤติ ธรรมในรัฐสีมา และในประชาชนทั้งหลาย บุคคลไม่ประพฤติธรรม อย่า ได้มีในแว่นแคว้นของเจ้า เราจะไปในสำนักโปริสาท.
กึ กมฺม กุพฺพํ ตว เทว ปาเท นาราธยึ ตํ ตทิจฺฉามิ โสตุํ ยมชฺช รชฺชมฺหิ อุทสฺสเย ตุวํ รชฺชํปิ นิจฺเฉยฺย ตยา วินาหํ ฯ
ขอเดชะ ข้าพระองค์ได้ทำความไม่พอพระทัยอะไรในใต้ฝ่าพระบาท ข้าพระองค์ปรารถนาจะได้สดับความที่พระองค์จะให้ขึ้นครองราชสมบัติ ในวันนี้ ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาแม้ราชสมบัติเว้นจากใต้ฝ่าพระบาท เลย.
น กมฺมุนา วา วจสา จ ตาต อปราธิโตหํ ตุวิยํ สรามิ สทฺธิญฺจ กตฺวา ปุริสาทเกน สจฺจานุรกฺขี ปุนหํ คมิสฺสํ ฯ
ลูกรัก พ่อไม่ได้นึกถึงความผิดทางกายกรรม และวจีกรรมของเธอเลย แต่พ่อได้ทำความตกลงไว้กับโปริสาท พ่อรักษาคำสัตย์ จึงต้องกลับ ไปอีก.
อหํ คมิสฺสามิ อิเธว โหหิ นตฺถิ ตโต ชีวโต วิปฺปโมกฺโข สเจ ตุวํ คจฺฉสิเยว ราช อหํปิ คจฺฉามิ อุโภ น โหม ฯ
ข้าพระบาทจักไปแทนเอง ขอใต้ฝ่าพระบาท จงประทับอยู่ ณ ที่นี้ การที่จะ รอดชีวิตหลุดพ้นจากสำนักนายโปริสาทนั้นไม่มีเลย ข้าแต่พระราชบิดา ถ้าใต้ฝ่าพระบาทจะเสด็จไปจริงๆ แม้ข้าพระบาทก็จะตามเสด็จไปด้วย เราทั้งสองจะไม่ยอมอยู่.
อทฺธา หิ ตาต สตาเนส ธมฺโม มรณา จ เม ทุกฺขตรํ ตทสฺส กมฺมาสปาโท ตํ ยทา ปจิตฺวา ปสยฺห ขาเท ภิทารุกฺขมูเล ฯ
ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษโดยแท้จริง แต่เมื่อไร นายโปริสาทข่มขี่ ทำลายเผาเธอกินเสียที่โคนไม้ นั่นเป็นความด่างพร้อยของพ่อ ข้อนี้ แหละ เป็นทุกข์ยิ่งกว่าความตายของพ่อเสียอีก.
ปาเณน เต ปาณมหํ นิมิสฺสํ มา ตฺวํ อคา โปริสาทสฺส ญนฺเต เอตญฺจ เต ปาณมหํ นิมิสฺสํ ตสฺมา มตํ ชีวิตสฺส วณฺเณมิ ฯ
ข้าพระบาท ขอเอาชีวิตของข้าพระบาทแลกพระชนมชีพของใต้ฝ่าพระบาท ไว้ ใต้ฝ่าพระบาทอย่าเสด็จไปในสำนักของโปริสาทเลย ข้าพระบาท จะขอเอาชีวิต ของข้า พระบาท แลกพระชนมชีพ ใต้ฝ่า พระบาทนี้ แหละไว้ เพราะฉะนั้น ข้าพระบาทขอยอมตายแทนใต้ฝ่าพระบาท พระเจ้าข้า.
ตโต หเว ธีติมา ราชปุตฺโต วนฺทิตฺวา มาตุญฺจ ปิตุญฺจ ปาเท ฯ ทุกฺขินิสฺส มาตา นิปตี ปฐพฺยา ปิตสฺส ปคฺคยฺห ภุชานิ กนฺทติ ฯ
ลำดับนั้นแล พระราชโอรสผู้ทรงพระปรีชา ถวายบังคมพระยุคลบาท พระชนกชนนี พระชนนีทรงเสียพระทัยล้มลง ณ พื้นปฐมพี พระชนก ทรงยกพระพาหาทั้ง ๒ คร่ำครวญอยู่.
ตํ คจฺฉนฺตํ ตาว ปิตา วิทิตฺวา ปรมฺมุโข วนฺทติ ปญฺชลีโก โสโม จ ราชา วรุโณ จ ราชา ปชาปตี จนฺทิมา สูริโย จ เอเตหิ คุตฺโต ปุริสาทกมฺหา อนุญฺญาโต โสตฺถิ ปจฺเจหิ ตาต ฯ
พระชนกทรงทราบว่า พระโอรสเสด็จล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทรงประคอง อัญชลีกราบไหว้เทวดาทั้งหลายทรงอ้อนวอนว่า ขอโสมราชา วรุณราชา พระปชาบดี พระจันทร์ และพระอาทิตย์ช่วยคุ้มครองเจ้า ขอให้เจ้าได้ รับอนุญาตจากสำนักของนายโปริสาทกลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกรัก.
ยํ ทณฺฑกิรญฺโญ คตสฺส มาตา รามสฺสกาสิ โสตฺถานํ สุคุตฺตา ตนฺเต อหํ โสตฺถานํ กโรมิ เอเตน สจฺเจน สรนฺตุ เทวา อนุญฺญาโต โสตฺถิ ปจฺเจหิ ปุตฺต ฯ
มารดาของบุรุษชื่อว่ารามะ ผู้ไปสู่นครของพระเจ้าทัณฑกิราชได้คุ้มครอง ทำความสวัสดีแก่บุรุษผู้เป็นบุตรอย่างใด แม่ขอทำความสวัสดีอย่างนั้น แก่เจ้าด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้เจ้าได้รับอนุญาต กลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกเอ๋ย.
อาวี รโหวาปิ มโนปโทสํ นาหํ สเร ชาตุมลีนสตฺเต เอเตน สจฺเจน สรนฺตุ เทวา อนุญฺญาโต โสตฺถิ ปจฺเจหิ ภาตา ฯ
ข้าพเจ้าระลึกไม่ได้เลยว่า เคยคิดร้ายในที่แจ้ง หรือในที่ลับในพระเชฏฐา อลีนสัตตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้พระเชฏฐา ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.
ยสฺมา จ เม อนธิมโนสิ สามิ น จาปิ เม มนสา อปฺปิโยสิ เอเตน สจฺเจน สรนฺตุ เทวา อนุญฺญาโต โสตฺถิ ปจฺเจหิ สามิ ฯ
ข้าแต่พระสวามี พระองค์ไม่เคยประพฤตินอกใจหม่อมฉันเลย ฉะนั้น จึงเป็นที่รักของหม่อมฉันด้วยใจจริง ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วย คุ้มครอง ขอให้พระองค์ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.
พฺรหา อุชู จารุมุโข กุโตสิ น มํ ปชานาสิ วเน วสนฺตํ ลุทฺทํ มํ ญตฺวา ปุริสาทโกติ โก โสตฺถิมาชานมิธาวเชยฺย ฯ
ท่านผู้มีร่างกายอันสูงใหญ่ มีหน้าอันงดงามมาจากที่ไหน ท่านไม่รู้จัก เราผู้ดุร้าย ซึ่งอยู่ในป่านี้มีนามว่าโปริสาทดอกหรือ ใครที่ไม่รู้จักความ สวัสดีของตนดอก จึงได้มา ณ ที่นี้?
ชานามิ ลุทฺท ปุริสาทโก ตฺวํ น ตํ น ชานามิ วเน วสนฺตํ อหญฺจ ปุตฺโตสฺมิ ชยทฺทิสสฺส มมชฺช ขาท ปิตุโน ปโมกฺขา ฯ
ดูกรท่านพราน เรารู้ว่าท่านเป็นผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร แต่ไม่รู้ว่าท่าน อยู่ในป่านี้ เราเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ วันนี้ ท่านจงกินเราแทน เพื่อปลดเปลื้องพระชนกให้พ้นไป.
ชานามิ ปุตฺโตสิ ชยทฺทิสสฺส ตถาหิ โว มุขวณฺโณ อุภินฺนํ สุทุกฺกรญฺเจว กตํ ตเวทํ โย มตฺตุมิจฺเฉ ปิตุโน ปโมกฺขา ฯ
เรารู้ว่าท่านเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ พระพักตร์และผิวพรรณของท่าน ทั้ง ๒ คล้ายๆ กัน กรรมที่ท่านผู้ยอมตายแทนเพื่อปลดเปลื้องพระชนก ให้พ้นไปทำแล้วนี้ เป็นของทำได้ยากยิ่งนัก.
น ทุกฺกรํ กิญฺจิมเหตฺถ มญฺเญ โย มตฺตุมิจฺเฉ ปิตุโน ปโมกฺขา มาตู จ เหตู ปรโลกคมฺยา สุเขน สคฺเคน จ สมฺปยุตฺโต ฯ
กรรมที่บุคคลยอมตายแทน เพื่อปลดเปลื้องบิดา หรือเพราะเหตุแห่ง มารดาในโลกนี้ เป็นเหตุให้ไปสู่ปรโลก ทั้งจะเพรียบพร้อมด้วยความสุข และอารมณ์อันงามเลิศ เราไม่เห็นว่าจะทำได้ยากสักน้อยเลย.
อหญฺจ โข อตฺตโน ปาปกฺริยํ อาวี รโห วาปิ สเร น ชาตุ สงฺขาตชาตีมรโณหมสฺมิ ยเถว เม อิธ ตถา ปรตฺถ ฯ ขาทชฺช มํทานิ มหานุภาว กรสฺสุ กิจฺจานิ อิมํ สรีรํ รุกฺขสฺส วา เต ปปตามิ อคฺคา ฉาทมาโน มยฺหํ ตวมเทสิ มํสํ ฯ
เราระลึกไม่ได้เลยว่า เราจะกระทำความชั่วเพื่อตนเองทั้งในที่แจ้ง และ ที่ลับ เพราะว่า เราเป็นผู้มีชาติและมรณะอันกำหนดไว้แล้วว่า ในโลกนี้ ของเรา ฉันใด ในปรโลก ก็ฉันนั้น. ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก เชิญท่าน กินเนื้อเรา ในวันนี้ เสียบัดนี้เถิด เชิญท่านทำกิจเถิด สรีระนี้เราสละแล้ว เราจะทำเป็นพลัดตกมาจากยอดไม้ ท่านชอบใจเนื้อส่วนใดๆ ก็เชิญ ท่านกินเนื้อส่วนนั้นๆ ของเราเถิด.
อิทญฺจ เต รุจฺจติ ราชปุตฺต จเชสิ ปาณํ ปิตุ ปโมกฺขา ตสฺมาติห ตฺวํ ตรมานรูโป สมฺภญฺช กฏฺฐานิ ชเลหิ อคฺคึ ฯ
ดูกรพระราชโอรส เรื่องนี้ท่านเต็มใจจริง ท่านจึงสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้อง พระชนกได้ เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจงรีบไปหักไม้มาก่อไฟเถิด.
ตโต หเว ธีติมา ราชปุตฺโต ทารุํ สมาหตฺว มหนฺตมคฺคึ สนฺทีปยิตฺวา ปฏิเวทยิตฺถ อาทีปิโตทานิ มหายมคฺคิ ฯ
ลำดับนั้น พระราชโอรสผู้มีปัญญา ได้นำเอาฟืนมาก่อไฟกองใหญ่ขึ้น แล้ว แจ้งให้ยักษ์ทราบว่า บัดนี้ ได้ก่อไปเสร็จแล้ว.
ขาทชฺช มํทานิ ปสยฺหการี กึ มํ มุหุํ เปกฺขสิ หฏฺฐโลโม ตถา ตถา ตุยฺหมหํ กโรมิ ยถา ยถา มํ ฉาทมาโน อเทสิ ฯ
เมื่อกี้นี้ ท่านทำการขู่เข็ญว่า จะกินเราในวันนี้ ทำไมหวาดเกรงเรามอง ดูอยู่บ่อยๆ เราได้ทำตามคำของท่านเสร็จแล้ว เมื่อพอใจจะกินก็เชิญกิน เสียซิท่าน.
โก ตาทิสํ อาหรติ ขาทิตาเย ธมฺเม ฐิตํ สจฺจวาทึ วทญฺญุํ มุทฺธาปิ ตสฺส วิผเลยฺย สตฺตธา โย ตาทิสํ สจฺจวาทึ อเทยฺย ฯ
ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม มีวาจาสัตย์ รู้ความประสงค์ของผู้ขอเช่นท่าน ใครจะ นำมากินเป็นภักษาหารได้ ผู้ใดกินผู้มีวาจาสัตย์เช่นท่าน ศีรษะของผู้นั้น ก็จะพึงแตกออก ๗ เสี่ยง.
อิทํ หิ โส พฺราหฺมณํ มญฺญมาโน สโส อวาเสสิ สเก สรีเร เตเนว โส จนฺทิมา เทวปุตฺโต สสฏฺฐโก กามทุหชฺช ยกฺข ฯ
ดูกรยักษ์ สสบัณฑิตสำคัญท้าวสักกะนี้ว่า เป็นพราหมณ์ จึงยอมให้พัก อยู่เพื่อจะให้สรีระของตน ด้วยเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตร จึงมีภาพ กระต่ายปรากฏสมประสงค์ของโลกอยู่ทุกวันนี้.
จนฺโท ยถา ราหุมุขา ปมุตฺโต วิโรจเต ปณฺณรเสว ภาณุมา เอวํ ตุวํ โปริสาทา ปมุตฺโต วิโรจ กปิลฺเล มหานุภาว อาโมทยํ ปิตรํ มาตรญฺจ สพฺโพ จ เต นนฺทตุ ญาติปกฺโข ฯ
พระจันทร์ พระอาทิตย์ พ้นแล้วจากปากแห่งราหู ย่อมไพโรจน์ใน วันเพ็ญ ฉันใด ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็ฉันนั้น หลุดพ้นไป จากเราผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารแล้ว ยังพระชนกชนนีให้ปลื้มพระทัย จงรุ่งโรจน์ในกบิลรัฐ อนึ่ง พระประยูรญาติของท่านจงยินดีกันทั่วหน้า.
ตโต หเว ธีติมา ราชปุตฺโต กตญฺชลี ปคฺคยฺห โปริสาทํ อนุญฺญาโต โสตฺถิ สุขี อโรโค ปจฺจาคมา กปิลฺลมลีนสตฺโต ฯ
ลำดับนั้นแล พระราชโอรสอลีนสัตตุผู้มีพระปัญญา ทรงประคองอัญชลี ไหว้ยักษ์โปริสาท ได้รับอนุญาตแล้ว มีความสุขสวัสดี หาโรคมิได้ เสด็จกลับมายังกบิลรัฐ.
ตํ เนคมา ชานปทา จ สพฺเพ หตฺถาโรหา รถิกา ปตฺติกา จ นมสฺสมานา ปญฺชลิกา อุปาคมุํ นมตฺถุ เต ทุกฺกรการโกสีติ ฯ ชยทฺทิสชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
ชาวนิคมชนบทถ้วนหน้า ทั้งพลช้าง พลรถ และพลเดินเท้าต่างพากัน มาถวายบังคมพระราชโอรสนั้น พร้อมกันกราบทูลขึ้นว่า ข้าพระองค์ ทั้งหลายขอถวายบังคมพระองค์ พระองค์ทรงทำกิจซึ่งยากที่ทรงทำได้. จบ ชัยทิศชาดกที่ ๓.