๕. มัยหกสกุณชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. มัยหกสกุณชาดก (๓๙๐) ว่าด้วยนกมัยหกะ (ฤๅษีโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่น้องชายว่า)
นกมัยหกะ บินไปตามเนินเขาและซอกเขา จับที่ต้นเลียบซึ่งมีผลสุกแล้วร่ำร้องว่า ของกู ของกู
เมื่อมันบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ ฝูงนกที่บินรวมกันมา ก็พากันจิกกินผลเลียบแล้วก็บินจากไป มันก็ยังคงบ่นเพ้ออยู่นั่นเอง ฉันใด
คนบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เก็บหอมรอมริบทรัพย์ไว้เป็นจำนวนมาก ตนเองก็ไม่ได้ใช้สอย บางส่วนก็ไม่ได้แบ่งให้หมู่ญาติเลย
เขามิได้ใช้สอยหรือบริโภคสมบัติอื่นๆ ที่ตนมีอยู่แม้สักคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนุ่งห่ม อาหาร มาลัย หรือเครื่องลูบไล้ก็ตาม อนึ่ง พวกญาติๆ เขาก็ไม่สงเคราะห์
เมื่อเขาบ่นเพ้อว่า ของกู ของกู อยู่อย่างนี้ หวงแหนอยู่ พระราชาบ้าง พวกโจรบ้าง พวกทายาทไม่เป็นที่รักบ้าง ก็ฉกฉวยเอาทรัพย์ไป คนผู้นั้นก็ยังคงบ่นเพ้ออยู่นั่นแหละ @เชิงอรรถ : @ นกมัยหกะ หมายถึงนกเขา เพราะชอบร้อง(ขัน)ว่า ของกู ของกู อยู่ตลอดเวลา (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๐๒/๙๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก (๓๙๑)
ส่วนนักปราชญ์ได้โภคะทั้งหลายแล้วย่อมสงเคราะห์พวกญาติ เพราะการสงเคราะห์นั้นเขาย่อมได้รับเกียรติยศชื่อเสียง เขาจากโลกนี้ไปแล้วก็บันเทิงในสวรรค์ มัยหกสกุณชาดกที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ มยฺหกสกุณชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. มัยหสกุณชาดก ว่าด้วยการใช้ทรัพย์ให้เป็นประโยชน์
สกุโณ มยฺหโก นาม คิริสานุทรีจโร ปกฺกํ ปิปฺผลิมารุยฺห มยฺหํ มยฺหนฺติ กนฺทติ ฯ
นกชื่อว่ามัยหกะ เที่ยวไปตามไหล่เขาและซอกเขา บินไปสู่ต้นเลียบ อันมีผลสุก แล้วร้องว่า ของเราๆ.
ตสฺเสวํ วิลปนฺตสฺส ทิชสงฺฆา สมาคตา ภุตฺวาน ปิปฺผลึ ยนฺติ วิลปเตว โส ทิโช ฯ
เมื่อนกมัยหกะนั้น รำพันเพ้ออยู่อย่างนั้น ฝูงนกทั้งหลายก็พากันบินมา จิกกินผลเลียบแล้วพากันบินไปต้นอื่น ส่วนนกมัยหกะนั้น ก็ร้องเพ้ออยู่ นั่นเอง.
เอวเมว อิเธกจฺโจ สงฺฆริตฺวา พหุํ ธนํ เนวตฺตโน น ญาตีนํ ยโถธึ ปฏิปชฺชติ ฯ
บุคคลบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน รวบรวมทรัพย์ไว้มากมายแล้ว ตนเองก็ไม่ได้ใช้สอย ทั้งไม่แบ่งปันให้ญาติทั้งหลายตามส่วน.
น โส อจฺฉาทนํ ภตฺตํ น มาลํ น วิเลปนํ นานุโภติ สกึ กิญฺจิ น สงฺคณฺหาติ ญาตเก ฯ
บุคคลนั้น ไม่ใช้เป็นค่าเครื่องนุ่งห่ม อาหาร ดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ อะไรๆ สักครั้งเดียวเลย ไม่สงเคราะห์ญาติทั้งหลาย.
ตสฺเสวํ วิลปนฺตสฺส มยฺหํ มยฺหนฺติ รกฺขโต ราชาโน อถวา โจรา ทายาทา เย จ อปฺปิยา ธนมาทาย คจฺฉนฺติ วิลปเตว โส นโร ฯ
เมื่อบุคคลนั้นเฝ้ารำพันอยู่อย่างนี้ว่า ของเราๆ พระราชา โจร หรือ ทายาทที่ไม่ชอบพอกันย่อมมาถือเอาทรัพย์ไป บุคคลนั้น ก็รำพันเพ้ออยู่ นั่นเอง.
ธีโร โภเค อธิคมฺม สงฺคณฺหาติ จ ญาตเก เตน โส กิตฺตึ ปปฺโปติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทตีติ ฯ มยฺหกสกุณชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
นักปราชญ์อาศัยทรัพย์สมบัติแล้ว ย่อมสงเคราะห์ญาติ ย่อมได้เกียรติคุณ เพราะทรัพย์นั้น ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงอยู่ในสวรรค์. จบ มัยหสกุณชาดกที่ ๕.