๔. จูฬนารทกัสสปชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗) ๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗) ว่าด้วยกัสสปดาบสสอนจูฬนารทดาบส (พระโพธิสัตว์ถามลูกชายว่า)
ฟืนลูกก็มิได้ผ่า น้ำลูกก็มิได้ตัก แม้ไฟลูกก็มิได้ก่อให้โพลงขึ้น ทำไมหนอ ลูกจึงซบเซาเหมือนคนปัญญาอ่อน (ดาบสกุมารตอบว่า)
พ่อกัสสปะ ลูกหมดความพยายามที่จะอยู่ป่าต่อไป ขอกราบลาพ่อ การอยู่ในป่าลำบาก ลูกต้องการจะไปยังเมือง
พ่อพราหมณ์ ลูกไปจากที่นี้แล้ว ไปอยู่ชนบทใดชนบทหนึ่ง พึงศึกษาอาจาระอันเป็นประเพณีที่ควรศึกษา ขอพ่อกรุณาสอนธรรม นั้นให้ลูกด้วย (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ถ้าลูกทิ้งป่าและมูลผลาหารในป่า พอใจการอยู่ในเมือง ลูกจงตั้งใจฟังธรรมนั้นจากพ่อ
อย่าเสพของมีพิษ ๑ จงเว้นเหวให้ห่างไกล ๑ อย่าจมลงในเปือกตม ๑ พึงระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้อสรพิษ ๑ (ดาบสกุมารเมื่อไม่รู้ความหมายของคำที่พ่อกล่าวโดยย่อ จึงถามว่า)
อะไรหนอคือของมีพิษ เหว หรือเปือกตม สำหรับผู้ประพฤติพรหมจรรย์ อะไรที่พ่อกล่าวว่า เป็นอสรพิษ ลูกถามแล้ว ขอพ่อจงบอกเรื่องนั้น @เชิงอรรถ : @ หมายถึงมารยาทซึ่งเป็นจารีตประเพณีที่ควรศึกษาของสถานที่นั้น (ขุ.ชา.อ. ๖/๔๒/๑๗๕)@ ธรรม หมายถึงจารีตประเพณีของชาวชนบทนั้น (ขุ.ชา.อ. ๖/๔๓/๑๗๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗) (ฝ่ายพระโพธิสัตว์ตอบว่า)
พ่อนารทะ ของหมักดองในโลกที่เขาเรียกชื่อว่าสุรา ทำใจให้ฮึกเหิม มีกลิ่นหอม น่าพอใจ มีรสอร่อยเหมือนน้ำผึ้ง สุรานั้น พระอริยะทั้งหลายกล่าวว่า เป็นของมีพิษสำหรับพรหมจรรย์
พ่อนารทะ หญิงทั้งหลายในโลกย่อมย่ำยีชายผู้ประมาทแล้ว พวกหล่อนย่อมชักจูงจิตของชายหนุ่มไป เหมือนลมพัดปุยนุ่นที่พลัดตกจากต้น สภาพนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นเหวสำหรับพรหมจรรย์
ลาภ ๑ ความมีชื่อเสียง ๑ สักการะ ๑ การบูชาในสกุลอื่นๆ ๑ พ่อนารทะ นี้แหละบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์
พ่อนารทะ พระราชาทั้งหลายทรงมีศัสตราวุธ ทรงปกครองแผ่นดินนี้ พระราชาผู้จอมมนุษย์ ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้น เจ้าควรระวัง
พ่อนารทะ พระราชาผู้เป็นอิสระ เป็นอธิบดีเหล่านั้น เจ้าอย่าอยู่ใกล้ชิดเลย พระราชานี้แหละบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นอสรพิษสำหรับพรหมจรรย์
อนึ่ง คนผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไปยังเรือนหลังใดหลังหนึ่ง บรรดาเรือนเหล่านี้ เจ้าพึงเที่ยวแสวงหาอาหาร ในเรือนหลังที่ตนทราบว่าดีงาม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๕. ทูตชาดก (๔๗๘)
ครั้นเข้าไปยังสกุลอื่นเพื่อประโยชน์แก่น้ำหรือโภชนาหาร ควรขบเคี้ยวบริโภคแต่พอประมาณ ไม่ควรใฝ่ใจในรูป
คอกโค ๑ โรงสุรา ๑ นักเลง ๑ หอประชุม ๑ สถานที่เก็บเงินทอง ๑ เจ้าจงเว้นให้ห่างไกล เหมือนคนขับยานพาหนะเว้นหนทางที่ขรุขระจูฬนารทกัสสปชาดกที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔ จุลฺลนารทกสฺสปชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. จุลลนารทกัสสปชาดก ว่าด้วยพิษเหวเปือกตมและอสรพิษ
น เต กฏฺฐานิ ภินฺนานิ น เต อุทกมาภตํ อคฺคิปิ เต น หาสิโต กินฺนุ มนฺโทว ฌายสิ ฯ
ฟืนเจ้าก็มิได้หัก น้ำเจ้าก็มิได้ตักเอามา แม้กองไฟเจ้าก็มิได้ก่อให้ ลุกโพลง เหตุไรหนอเจ้าจึงเป็นเหมือนคนโง่เขลานอนซบเซาอยู่?
น อุสฺสเห วเน วตฺถุํ กสฺสปามนฺตยามิ ตํ ทุกฺโข วาโส อรญฺญสฺมึ รฏฺฐํ อิจฺฉามิ คนฺตเว ฯ
ข้าแต่คุณพ่อกัสสปะ ผมอดทนอยู่ในป่าลำบาก ผมจะขอลาคุณพ่อไป การอยู่ในป่าลำบาก ผมปรารถนาจะไปสู่บ้านเมือง.
ยถา อหํ อิโต คนฺตฺวา ยสฺมึ ชนปเท วสํ อาจารํ พฺรเหฺม สิกฺเขยฺย ตํ ธมฺมํ อนุสาส มํ ฯ
ข้าแต่คุณพ่อผู้เป็นดุจพรหม ผู้ออกจากป่านี้ไปอยู่ ณ ชนบทใดๆ จะพึงศึกษาขนบธรรมเนียมที่ชาวชนบทเขาประพฤติกันอย่างไร ขอ คุณพ่อจงพร่ำสอนขนบธรรมเนียมนั้นแก่ผมด้วยเถิด?
สเจ อรญฺญํ หิตฺวาน วนมูลผลานิ จ รฏฺเฐ โรจยเส วาสํ ตํ ธมฺมํ นิสาเมหิ เม ฯ
ถ้าเจ้าละป่า เหง้ามันและผลไม้ในป่า พึงพอใจอยู่ในบ้านเมือง เจ้าจง สำเหนียกจารีตของชนบทนั้นของเราไว้.
วิสํ มา ปฏิเสวิตฺถ ปปาตํ ปริวชฺชย ปงฺเก จ มา วิสีทิตฺโถ ยตฺโต อาสีวิเส จเร ฯ
เจ้าจงอย่าเสพของมีพิษ จงเว้นเหวโดยเด็ดขาด อย่าจมอยู่ในเปือกตม ในที่ใกล้อสรพิษ จงเตรียมตัวให้พร้อม.
กินฺนุ วิสํ ปปาโต วา ปงฺโก วา พฺรหฺมจารินํ กํ ตฺวํ อาสีวิสํ พฺรูหิ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ผมขอถาม คุณพ่อกล่าวอะไรว่าเป็นพิษ เป็นเหว เป็นเปือกตม เป็นอสรพิษของพรหมจรรย์ ผมถามแล้ว ขอคุณพ่อโปรดบอกความ ข้อนั้นแก่ผมเถิด?
อาสโว ตาต โลกสฺมึ สุรา นาม ปวุจฺจติ มนุญฺญา สุรภี วคฺคู มธุขุทฺทรสูปมา วิสํ ตทาหุ อริยา พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ
ดูกรพ่อนารทะ น้ำดองในโลกเขาเรียกชื่อว่าสุรา สุรานั้นทำใจให้ฮึกเหิม มีกลิ่นหอม ทำให้พูดมาก มีรสหวานแหลมปานน้ำผึ้ง พระอริยะ ทั้งหลายกล่าวสุรานั้นว่า เป็นพิษของพรหมจรรย์.
อิตฺถิโย ตาต โลกสฺมึ ปมตฺตํ ปมเถนฺติ ตา ผรนฺติ มุนิโน จิตฺตํ ตูลํ ภฏฺฐํว มาลุโต ปปาโต เอส อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ
ดูกรพ่อนารทะ หญิงในโลกย่อมย่ำยีบุรุษผู้ประมาทแล้ว หญิงเหล่านั้น ย่อมจูงจิตของบุรุษไป เหมือนลมพัดปุยนุ่นที่หล่นจากต้นไป ฉะนั้น นี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเหวของพรหมจรรย์.
ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร ปูชา ปรกุเลสุ จ ปงฺโก เอโสว อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ
ดูกรพ่อนารทะ ลาภ สรรเสริญ สักการะ และการบูชาในตระกูล อื่นๆ นี่บัณฑิตกล่าวว่า เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์.
มหนฺตา ตาต ราชาโน อาวสนฺติ มหึ อิมํ เต ตาทิเส มนุสฺสินฺเท มหนฺเต ตาต นารท ฯ
ดูกรพ่อนารทะ พระราชาผู้เป็นใหญ่ครอบครองแผ่นดินนี้ เจ้าอย่าเข้าไป ใกล้พระราชาผู้เป็นใหญ่ เป็นจอมมนุษย์เช่นนั้น.
อิสฺสรานํ อธิปตีนํ น เตสํ ปาทโต จเร อาสีวิโสติ อกฺขาโต พฺรหฺมจริยสฺส นารท ฯ
ดูกรพ่อนารทะ เจ้าอย่าเที่ยวไปใกล้บาทมูลแห่งพระราชาทั้งหลาย ผู้เป็น อิสระและเป็นอธิบดีเหล่านั้น พระราชานั้น บัณฑิตกล่าวว่า เป็นอสรพิษของ พรหมจรรย์.
ภตฺตตฺโถ ภตฺตกาเล จ ยํ เคหํ อุปสงฺกเม ยเทตฺถ กุสลํ ชญฺญา ตตฺถ ฆาเสสนํ จเร ฯ ปวิสิตฺวา ปรกุลํ ปานตฺโถ โภชนาย วา มิตํ ขาเท มิตํ ภุญฺเช น จ รูเป มนํ กเร ฯ
บุคคลผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไปใกล้เรือนใด พึงรู้กุศล คือ อโคจร ๕ ที่ควรเว้นในสกุลนั้น แล้วพึงเที่ยวแสวงหาอาหารใน เรือนนั้น. บุคคลเข้าไปสู่ตระกูลอื่นเพื่อปานะ หรือโภชนะแล้ว พึงรู้จัก ประมาณบริโภคแต่พอควร และไม่พึงใส่ใจในรูปหญิง.
คุฏฺฐํ มชฺชํ กิราสญฺจ สภานิกิรณานิ จ อารกา ปริวชฺเชหิ ยานีว วิสมํ ปถนฺติ ฯ จุลฺลนารทกสฺสปชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------
เจ้าจงเว้นให้ห่างไกลซึ่งการตั้งคอกโค ร้านขายสุรา คนเกเร ที่ประชุม และขุมทรัพย์ทั้งหลาย เหมือนบุคคลผู้ไปด้วยยาน เว้นหนทางอันไม่ ราบเรียบ ฉะนั้น. จบ จุลลนารทกัสสปชาดกที่ ๔.