อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๔๓

๔. สังขปาลชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๓–๑๙๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 24 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 24 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 52 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) ว่าด้วยสังขปาลนาคราช (พระเจ้ากรุงพาราณสีตรัสว่า)

ข้อ ๑๔๓

ท่านมีลักษณะคล้ายพระอริยะ มีดวงตาแจ่มใส เห็นจะเป็นคนบวชออกจากสกุล ไฉนหนอท่านผู้มีปัญญาจึงสละทรัพย์และโภคะ ออกจากเรือนบวชเสียเล่า (อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๔๔

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นเทพแห่งนรชน อาตมาได้เห็นวิมานของพญาสังขปาลนาคราช ผู้มีอานุภาพมากด้วยตนเอง ครั้นเห็นแล้ว จึงได้บวช เพราะเชื่อวิบากอันยิ่งใหญ่แห่งบุญทั้งหลาย (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๔๕

บรรพชิตทั้งหลายย่อมไม่กล่าวคำเท็จ เพราะความรัก เพราะความชัง เพราะความกลัว พระคุณเจ้า โยมถามแล้ว ขอพระคุณเจ้าโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่โยมเถิด เพราะได้ฟัง ความเลื่อมใสจักเกิดขึ้นแก่โยมบ้าง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๔๖

ขอถวายพระพรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น อาตมาเมื่อเดินทางไปค้าขายได้เห็นพวกบุตรของนายพราน พากันหามพญานาคตัวมีร่างกายอ้วนพีใหญ่โตร่าเริงเดินไปในหนทาง

ข้อ ๑๔๗

ขอถวายพระพรพระองค์ผู้จอมชน อาตมานั้น ได้มาประจวบเข้ากับเขาเหล่านั้น ก็เกิดกลัวจนขนพองสยองเกล้า จึงได้ถามขึ้นว่า พ่อบุตรนายพรานทั้งหลาย พวกท่านจะนำนาค ซึ่งมีร่างกายน่ากลัวตัวนี้ไปไหน จะทำอะไรกับนาคตัวนี้ (พวกเขาตอบว่า)

ข้อ ๑๔๘

วิเทหบุตร พวกเราจะนำนาคตัวนี้ไปเพื่อบริโภค นาคตัวนี้มีร่างกายอ้วนพีใหญ่โต เนื้อของมันมาก อ่อนนุ่ม และอร่อย ท่านยังมิได้รู้รสเนื้อมัน

ข้อ ๑๔๙

พวกเราจากที่นี่ไปถึงที่อยู่ของตนแล้ว จะเอามีดสับกินเนื้อกันให้สำราญ เพราะว่าพวกเราเป็นศัตรูของนาคทั้งหลาย (อาตมาจึงพูดว่า)

ข้อ ๑๕๐

ถ้าพวกท่านจะนำนาค ซึ่งมีร่างกายอ้วนพีใหญ่โตตัวนี้ไปเพื่อจะบริโภคไซร้ ข้าพเจ้าจะให้โคผู้ซึ่งมีกำลังแข็งแรงแก่พวกท่าน ๑๖ ตัว ขอพวกท่านจงปล่อยนาคตัวนี้จากเครื่องพันธนาการเถิด (พวกเขาตอบว่า)

ข้อ ๑๕๑

ความจริง นาคนี้เป็นอาหารที่ชอบใจของพวกเราอย่างแท้จริง และพวกเราก็เคยกินนาคมามาก แต่พวกเราจะทำตามคำของท่าน นายอาฬารวิเทหบุตร และขอท่านจงเป็นมิตรของพวกเราด้วยนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔)

ข้อ ๑๕๒

บุตรนายพรานเหล่านั้นจึงแก้นาคราชตัวนั้น ออกจากเครื่องพันธนาการซึ่งสอดเข้าทางจมูกร้อยไว้ในบ่วง นาคราชตัวนั้นพ้นจากเครื่องผูกแล้ว ครู่หนึ่งจึงบ่ายหน้าสู่ทิศปราจีนหลีกไป

ข้อ ๑๕๓

ครั้นบ่ายหน้าสู่ทิศปราจีนไปได้ครู่หนึ่ง ได้เหลียวกลับมา มองดูอาตมาด้วยดวงตาทั้ง ๒ ที่นองไปด้วยน้ำตา ในคราวนั้น อาตมาได้ประคองอัญชลีทั้ง ๑๐ นิ้ว เดินตามไปข้างหลัง กล่าวเตือนว่า

ข้อ ๑๕๔

ท่านจงรีบด่วนไปโดยเร็วเถิด ขอศัตรูอย่าจับท่านได้อีกเลย เพราะการสมาคมกับพวกพรานอีกเป็นทุกข์ ท่านจงไปยังสถานที่ที่พวกบุตรนายพรานไม่เห็นเถิด

ข้อ ๑๕๕

นาคราชนั้นได้ไปสู่ห้วงน้ำใส สีเขียวครามโอภาส มีท่าอันงดงาม น่ารื่นรมย์ใจ ปกคลุมไปด้วยหมู่ต้นหว้าและต้นอโศก เป็นผู้ปลอดภัย เบิกบานใจ ได้เข้าไปสู่นาคพิภพ

ข้อ ๑๕๖

มหาบพิตรผู้จอมชน นาคราชนั้น ครั้นเข้าไปยังนาคพิภพนั้นได้ไม่นาน ได้มาปรากฏแก่อาตมาพร้อมด้วยบริวารเป็นทิพย์ บำรุงอาตมาเหมือนบุตรบำรุงบิดา กล่าวถ้อยคำอันจับใจสบายหูว่า (พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

ข้อ ๑๕๗

ท่านอาฬาระ ท่านเป็นมารดาบิดาของข้าพเจ้า เป็นดังดวงใจ เป็นผู้ให้ชีวิต เป็นสหาย ข้าพเจ้าจึงได้อิทธิฤทธิ์ของตนคืนมา ขอเชิญท่านไปเยี่ยมที่อยู่ของข้าพเจ้า ซึ่งมีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย ดุจขุนเขาสิเนรุพิภพของท้าววาสวะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

ข้อ ๑๕๘

นาคพิภพนั้นประกอบไปด้วยภูมิภาค ภาคพื้นที่ไม่มีก้อนกรวด อ่อนนุ่มและงดงาม มีหญ้าเตี้ยๆ ปราศจากฝุ่นละออง น่าเลื่อมใส เป็นสถานที่ระงับความเศร้าโศกของผู้ที่เข้าไป

ข้อ ๑๕๙

มีสระโบกขรณีที่ไม่อากูล สีเขียวครามเพราะแก้วไพฑูรย์ มีสวนมะม่วงที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนักทั้ง ๔ ทิศ ติดผลอยู่เป็นนิตย์ตลอดฤดูกาล มีทั้งผลสุก ผลห่าม และผลอ่อน (อาฬารดาบสกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๖๐

ขอถวายพระพร นรเทพมหาบพิตร ณ ท่ามกลาง สวนมะม่วงทั้ง ๔ ทิศ มีนิเวศน์เลื่อมปภัสสรสร้างด้วยทองคำ

ข้อ ๑๖๑

ณ นิเวศน์นั้น มีเรือนยอดและห้องโอฬาร สร้างด้วยแก้วมณีและทองคำ วิจิตรด้วยศิลปะอเนกประการ ซึ่งเนรมิตไว้ดีแล้วติดต่อกัน เต็มไปด้วยนางนาคกัญญาทั้งหลาย ผู้ประดับตบแต่งร่างกายล้วนสวมใส่สายสร้อยทองคำ มหาบพิตร

ข้อ ๑๖๒

สังขปาลนาคราชผู้มีผิวพรรณไม่ทรามนั้น รีบขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งมีอานุภาพนับไม่ได้ มีเสา ๑,๐๐๐ ต้น อันเป็นสถานที่อยู่ของภรรยาผู้เป็นมเหสีของเขา

ข้อ ๑๖๓

และนารีนางหนึ่งไม่ต้องเตือน รีบนำอาสนะอันสำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ มีค่ามากงดงาม ประกอบด้วยแก้วมณีชั้นดีมีราคามาปูลาด

ข้อ ๑๖๔

ลำดับนั้น นาคราชจูงมืออาตมาให้นั่ง ณ อาสนะอันเป็นประธานโดยกล่าวว่า นี้อาสนะ ท่านผู้เจริญโปรดนั่ง ณ อาสนะนี้เถิด เพราะบรรดาท่านผู้เป็นที่เคารพทั้งหลายของข้าพเจ้า ท่านผู้เจริญก็เป็นคนหนึ่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔)

ข้อ ๑๖๕

ขอถวายพระพร พระองค์ผู้จอมชน และนารีอีกนางหนึ่งรีบนำน้ำเข้ามาล้างเท้าอาตมา เหมือนภรรยาล้างเท้าภัสดาสามีสุดที่รัก

ข้อ ๑๖๖

และนารีอื่นอีกนางหนึ่งรีบประคองถาดทองคำ น้อมนำภัตตาหารที่น่าพอใจ มีแกงหลายชนิด มีกับหลายอย่างเข้ามา

ข้อ ๑๖๗

ภารตะมหาบพิตรพระองค์ นารีเหล่านั้นรู้ใจภัสดา บำเรออาตมาผู้บริโภคเสร็จแล้วด้วยดนตรีทั้งหลาย ยิ่งไปกว่านั้น นาคราชเข้าไปหาอาตมา พร้อมด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ อันโอฬารมิใช่น้อย กล่าวว่า

ข้อ ๑๖๘

ท่านอาฬาระ ภรรยาของข้าพเจ้าทั้ง ๓๐๐ นางเหล่านี้ ล้วนเอวบางร่างน้อย มีผิวพรรณดังกลีบปทุม ท่านอาฬาระ นางเหล่านี้พึงบำเรอกามแก่ท่าน ขอท่านโปรดให้นางเหล่านั้นบำเรอท่านเถิด (อาฬารดาบสกราบทูลต่อไปว่า)

ข้อ ๑๖๙

อาตมาได้เสวยกามรสอันเป็นทิพย์อยู่ ๑ ปี คราวนั้น จึงได้ถามยิ่งขึ้นไปว่า นาคสมบัตินี้ ท่านได้เพราะทำกรรมอะไร ได้อย่างไร ไฉนท่านจึงได้ครอบครองวิมานอันประเสริฐ

ข้อ ๑๗๐

ท่านได้โดยไม่มีเหตุ หรือเกิดเพราะใครน้อมมาเพื่อท่าน ท่านทำเอง หรือเทวดาทั้งหลายให้ ข้าพเจ้าถามเนื้อความนั้นกับท่านนาคราช ไฉนท่านจึงได้ครอบครองวิมานอันประเสริฐ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (พญานาคสังขปาละตอบว่า)

ข้อ ๑๗๑

วิมานนี้ข้าพเจ้าได้มาโดยไม่มีเหตุหามิได้ เกิดเพราะใครน้อมมาเพื่อข้าพเจ้าก็หาไม่ ข้าพเจ้าทำเองก็หาไม่ แม้เทวดาทั้งหลายก็มิได้มอบให้ แต่ข้าพเจ้าได้เพราะบุญกรรมซึ่งมิใช่บาปของตน (อาฬารดาบสถามว่า)

ข้อ ๑๗๒

วัตรของท่านเป็นอย่างไร อนึ่ง พรหมจรรย์ของท่านเป็นอย่างไร นี้เป็นผลแห่งวัตรและพรหมจรรย์ที่ท่านประพฤติดีแล้วอย่างไร นาคราช ขอท่านโปรดบอกเนื้อความนั้นแก่ข้าพเจ้าเถิดว่า ท่านได้วิมานนี้อย่างไรหนอ (พญานาคสังขปาละตอบว่า)

ข้อ ๑๗๓

ข้าพเจ้านั้นได้เป็นพระราชา ผู้เป็นใหญ่กว่าชนชาวมคธ มีนามว่า ทุโยธนะ มีอานุภาพมาก ได้เห็นชัดว่า ชีวิตมีเพียงนิดหน่อย ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา

ข้อ ๑๗๔

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำ เป็นทานอย่างไพบูลย์โดยเคารพ พระราชวังของข้าพเจ้าในคราวนั้น เป็นดุจบ่อน้ำ ทั้งสมณะและพราหมณ์จึงอิ่มหนำสำราญ

ข้อ ๑๗๕

ณ ที่พระราชวังนั้น ข้าพเจ้าได้ให้พวงดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ประทีป ยานพาหนะ ที่พักอาศัย ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ที่นอน ข้าวและน้ำเป็นทานโดยเคารพ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔)

ข้อ ๑๗๖

นั่นเป็นพรตและนั่นเป็นพรหมจรรย์ของข้าพเจ้า นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้นที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้ว เพราะวิบากแห่งกรรมนั้นนั่นแล ข้าพเจ้าจึงได้วิมานนี้ ซึ่งมีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย และสมบูรณ์ด้วยการฟ้อนรำขับร้อง แต่วิมานนี้ไม่จีรังยั่งยืนและไม่เที่ยง (อาฬารดาบสถามว่า)

ข้อ ๑๗๗

บุตรนายพรานทั้งหลาย ผู้มีอานุภาพน้อย ไม่มีเดช ย่อมเบียดเบียนท่านผู้มีอานุภาพมาก มีเดชได้ เพราะเหตุไร ท่านผู้มีเขี้ยวเป็นอาวุธ เพราะอาศัยเหตุอะไร ท่านจึงได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของบุตรนายพรานได้

ข้อ ๑๗๘

มหันตภัยตามมาถึงท่านหรือหนอ หรือว่าพิษแล่นไปไม่ถึงรากเขี้ยวของท่าน ท่านผู้มีเขี้ยวเป็นอาวุธ เพราะอาศัยเหตุอะไรแลหรือ ท่านจึงถึงความทุกข์ในสำนักของพวกบุตรนายพราน (พญานาคสังขปาละตอบว่า)

ข้อ ๑๗๙

มหันตภัยตามมาถึงข้าพเจ้าก็หาไม่ พิษของข้าพเจ้าพวกบุตรนายพรานเหล่านั้นก็ไม่อาจจะทำลายได้ แต่ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายที่ท่านประกาศไว้ดีแล้ว ยากที่จะล่วงได้ดุจเขตแดนแห่งสมุทร

ข้อ ๑๘๐

ท่านอาฬาระ วัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ข้าพเจ้าเข้าจำอุโบสถอยู่เป็นนิตย์ คราวนั้น พวกบุตรนายพราน ๑๖ คนถือเชือกและบ่วงอันมั่นคงมา

ข้อ ๑๘๑

พวกพรานช่วยกันเจาะจมูกแล้วร้อยเชือก แล้วช่วยกันหามนำข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าอดกลั้นความทุกข์เช่นนั้น มิได้ทำให้อุโบสถกำเริบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (อาฬารดาบสถามว่า)

ข้อ ๑๘๒

พวกบุตรนายพรานได้เห็นท่าน ผู้สมบูรณ์ด้วยพลังและผิวพรรณที่หนทางที่เดินได้คนเดียว นาคราช ก็ท่านเป็นผู้เจริญแล้วด้วยสิริและปัญญา ยังบำเพ็ญตบะอยู่เพื่อประโยชน์อะไร (พญานาคสังขปาละตอบว่า)

ข้อ ๑๘๓

ท่านอาฬาระ ข้าพเจ้าบำเพ็ญตบะ เพราะเหตุแห่งบุตร เพราะเหตุแห่งทรัพย์สมบัติ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะข้าพเจ้าปรารถนากำเนิดแห่งมนุษย์ เพราะเหตุนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะ (อาฬารดาบสถามว่า)

ข้อ ๑๘๔

ท่านมีนัยน์ตาแดง มีรัศมีรุ่งเรือง ประดับตบแต่งร่างกาย ตัดผมและโกนหนวดเรียบร้อย ลูบไล้ผิวพรรณด้วยดีด้วยจันทน์แดง ส่องสว่างไปทั่วทิศ ดุจราชาแห่งคนธรรพ์

ข้อ ๑๘๕

ท่านเป็นผู้บรรลุเทวฤทธิ์แล้ว มีอานุภาพมาก พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทุกอย่าง นาคราช ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กับท่านว่า มนุษยโลกประเสริฐกว่านาคพิภพนี้ เพราะเหตุไร (พญานาคสังขปาละตอบว่า)

ข้อ ๑๘๖

ท่านอาฬาระ นอกจากมนุษยโลกแล้ว ความบริสุทธิ์หรือความสำรวมไม่มี ก็ข้าพเจ้าได้กำเนิดมนุษย์แล้ว จักกระทำที่สุดแห่งชาติและมรณะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๔. สังขปาลชาดก (๕๒๔) (อาฬารดาบสกล่าวว่า)

ข้อ ๑๘๗

เป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในสำนักของท่าน ได้รับการบำรุงด้วยข้าวและน้ำ ท่านนาคินทร์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจากมนุษยโลกมานาน จะขอลาท่านไป (พญานาคสังขปาละถามว่า)

ข้อ ๑๘๘

บุตร ภรรยา และชนที่ข้าพเจ้าชุบเลี้ยง ซึ่งข้าพเจ้าพร่ำสอนเป็นนิตย์ว่า พึงบำรุงท่าน ไม่มีใครสักคนสาปแช่งท่านแลหรือ ท่านอาฬาระ ก็การได้พบเห็นท่านนับว่าเป็นที่พอใจของข้าพเจ้า (อาฬารดาบสตอบว่า)

ข้อ ๑๘๙

บุตรสุดที่รักพึงได้รับการปฏิบัติ อยู่ในเรือนมารดาบิดาแม้โดยประการใด ท่านก็ปฏิบัติข้าพเจ้าในที่นี้แล ประเสริฐกว่าแม้โดยประการนั้น เพราะจิตของท่านเลื่อมใสในข้าพเจ้า นาคราช (พญานาคสังขปาละกล่าวว่า)

ข้อ ๑๙๐

แก้วมณีสีแดง ซึ่งนำทรัพย์มาให้ได้ของข้าพเจ้ามีอยู่ ท่านจงถือเอาแก้วมณีอันโอฬารไปยังที่อยู่ของตน ครั้นได้ทรัพย์แล้ว จงเก็บแก้วมณีไว้ (อาฬารดาบสกล่าว ๒ คาถาว่า)

ข้อ ๑๙๑

ขอถวายพระพรมหาบพิตร กามทั้งหลายแม้เป็นของมนุษย์ อาตมาก็ได้เห็นแล้ว เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะเห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย อาตมาจึงบวชด้วยศรัทธา

ข้อ ๑๙๒

ทั้งคนหนุ่มทั้งคนแก่ ย่อมมีกายแตกทำลายไป เหมือนผลไม้หล่นจากต้น มหาบพิตร อาตมาเห็นข้อปฏิบัติอันไม่ผิดแม้นี้ว่า ความเป็นสมณะนั่นแลประเสริฐ จึงได้บวช

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๙๓

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้ พระคุณเจ้าอาฬาระ โยมได้ฟังเรื่องของนาคราช และของพระคุณเจ้าแล้ว จักทำบุญให้มาก (อาฬารดาบสกล่าวว่า)

ข้อ ๑๙๔

ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้ ขอเดชะพระราชา พระองค์ทรงสดับเรื่องนาคราชและของอาตมาแล้ว ขอจงทรงบำเพ็ญบุญให้มากเถิด สังขปาลชาดกที่ ๔ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔ สงฺขปาลชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. สังขปาลชาดก ว่าด้วยสังขปาลนาคราชบำเพ็ญตบะ

ข้อ ๒๔๙๕

อริยาวกาโสสิ ปสนฺนเนตฺโต มญฺเญ ภวํ ปพฺพชิโต กุลมฺหา กถํ นุ วิตฺตานิ ปหาย โภเค ปพฺพชิ นิกฺขมฺม ฆรา สปญฺโญ ฯ

ท่านเป็นผู้มีรูปร่างงดงาม มีดวงตาแจ่มใส ข้าพเจ้าสำคัญว่าท่านผู้เจริญ บวชจากสกุล ไฉนหนอ ท่านผู้มีปัญญาจึงละทรัพย์ และโภคสมบัติออก บวชเป็นบรรพชิตเสียเล่า?

ข้อ ๒๔๙๖

สยํ วิมานํ นรเทว ทิสฺวา มหานุภาวสฺส มโหรคสฺส ทิสฺวาน ปุญฺญาน มหาวิปากํ สทฺธายหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราช ฯ

ดูกรมหาบพิตรผู้จอมนรชน อาตมภาพได้เห็นวิมานของพระยาสังขปาล นาคราชตัวมีอานุภาพมากมาด้วยตนเอง ครั้นเห็นแล้วจึงออกบวชด้วย เชื่อมหาวิบากของบุญทั้งหลาย.

ข้อ ๒๔๙๗

น กามกามา น ภยา น โทสา วาจํ มุสา ปพฺพชิตา ภณนฺติ อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ สุตฺวาน เม ชายิหิติปฺปสาโท ฯ

บรรพชิตทั้งหลายย่อมไม่กล่าวคำเท็จ เพราะความรัก เพราะความกลัว เพราะความชัง ข้าพเจ้าถามท่านแล้ว ขอท่านได้โปรดบอกเนื้อความนั้น แก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้ฟังแล้วจักเกิดความเลื่อมใส.

ข้อ ๒๔๙๘

วาณิชฺช รฏฺฐาธิป คจฺฉมาโน ปเถ อทฺทสาสิมฺหิ โภชปุตฺเต ปวฑฺฒกายํ อุรคํ มหนฺตํ อาทาย คจฺฉนฺเต ปโมทมาเน ฯ โสหํ สมาคมฺม ชนินฺท เตหิ ปหฏฺฐโลโม อวจมฺหิ ภีโต กุหึ อยํ นียติ ภีมกาโย นาเคน กึ กาหถ โภชปุตฺตา ฯ นาโค อยํ นียติ โภชนตฺถํ ปวฑฺฒกาโย อุรโค มหนฺโต สาทุญฺจ ถูลญฺจ มุทุญฺจ มํสํ น ตฺวํ รสญฺญาสิ วิเทหปุตฺต ฯ อิโต มยํ คนฺตฺวา สกํ นิเกตํ อาทาย สตฺถานิ วิโกปยิตฺวา มํสานิ ภกฺขาม ปโมทมานา มยํ หิ โว สตฺตโว ปนฺนคานํ ฯ สเจ อยํ นียติ โภชนตฺถํ ปวฑฺฒกาโย อุรโค มหนฺโต ททามิ โว พลิพทฺธานิ โสฬส นาคํ อิมํ มุญฺจถ พนฺธนสฺมา ฯ อทฺธา หิ โน ภกฺโข อยํ มนาโป พหู จ โน โอรคา ภุตฺตปุพฺพา กโรม เต ตํ วจนํ อฬาร มิตฺตญฺจ โน โหหิ วิเทหปุตฺต ฯ ตทสฺสุ เต พนฺธนา โมจยึสุ ยํ นตฺถุโต ปฏิโมกฺขสฺส ปาเส มุตฺโต จ โส พนฺธนา นาคราชา ปกฺกามิ ปาจีนมุโข มุหุตฺตํ ฯ คนฺตฺวาน ปาจีนมุโข มุหุตฺตํ ปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปโลกยี มํ ตทสฺสหํ ปิฏฺฐิโต อนฺวคจฺฉึ ทสงฺคุลี อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา ฯ คจฺเฉว โข ตฺวํ ตรมานรูโป มา ตํ อมิตฺตา ปุนรคฺคเหสุํ ทกฺโข หิ ลุทฺเทหิ ปุนา สมาคโม อทสฺสนํ โภชปุตฺตาน คจฺฉ ฯ อคมาสิ โส รหทํ วิปฺปสนฺนํ นีโลภาสํ รมณียํ สุติตฺถํ สโมนตํ ชมฺพุหิ เวทิสาหิ ปาเวกฺขิ นิตฺติณฺณภโย ปตีโต ฯ โส ตํ ปวิสฺส น จิรสฺส นาโค ทิพฺเพน เม ปาตุรหู ชนินฺท อุปฏฺฐหี มํ ปิตรํว ปุตฺโต หทยงฺคมํ กณฺณสุขํ ภณนฺโต ฯ ตฺวํ เมสิ มาตา จ ปิตา อฬาร อพฺภนฺตโร ปาณทโท สหาโย สกญฺจ อิทฺธึ ปฏิลาภโกสฺมิ อฬาร ปสฺส เม นิเวสนานิ ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ

ดูกรมหาบพิตร ผู้เป็นอธิบดีในรัฐมณฑล อาตมภาพเดินทางไปค้าขาย ได้เห็นบุตรนายพรานช่วยกันหามนาคตัวมีร่างกายใหญ่โต เดินร่าเริงไป ในหนทาง. ดูกรพระจอมประชานิกร อาตมภาพ มาประจวบเข้ากับ ลูกนายพรานเหล่านั้น ก็กลัวจนขนลุกขนพอง ได้ถามเขาว่า ดูกรพ่อ บุตรนายพราน ท่านทั้งหลายจงนำงูซึ่งมีร่างกายน่ากลัวไปไหน ท่านทั้ง หลายจักทำอะไรกับงูนี้. งูใหญ่มีกายอันเจริญพวกเรานำไปเพื่อจะกิน เนื้อของมันมีรสอร่อยมันและอ่อนนุ่ม ดูกรท่านผู้เป็นบุตรชาววิเทหรัฐ ท่านยังไม่รู้จักรส. เราทั้งหลายไปจากที่นี้ถึงบ้านของตนแล้ว จะเอามีด สับกินเนื้อกันให้สำราญใจ เพราะว่าเราทั้งหลายเป็นศัตรูของพวกงู. ถ้าท่านทั้งหลายจะนำงูใหญ่มีกายอันเจริญนี้ไปเพื่อกิน เราจะให้โค ๑๖ ตัว แก่ท่านทั้งหลาย ขอให้ปล่อยงูนี้เสียจากเครื่องผูกเถิด. ความจริงงูตัวนี้ เป็นอาหารที่ชอบใจของเราทั้งหลายโดยแท้ และเราทั้งหลายเคยกินงูมา มาก ดูกรนายอฬาระผู้เป็นบุตรชาววิเทหรัฐ เราทั้งหลายจะทำตามคำของ ท่าน แต่ว่าท่านจงเป็นมิตรของเราทั้งหลาย. ชนเหล่านั้นก็แก้นาคราช ออกจากเครื่องผูก นาคราชนั้นได้พ้นจากเครื่องผูกซึ่งเขาร้อยไว้ที่จมูกกับ บ่วงนั้นแล้วบ่ายหน้าตรงปาจีนทิศหลีกไปได้ครู่หนึ่ง ครั้นบ่ายหน้าตรง ปาจีนทิศไปสักครู่หนึ่ง มีดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา เหลียวมาดูอาตมภาพ อาตมภาพได้ตามไปข้างหลังของนาคราชนั้นประคองอัญชลีทั้ง ๑๐ นิ้ว เตือนว่า. จงรีบไปเสียโดยเร็ว ขอพวกศัตรูอย่าจับได้อีกเลย เพราะว่า การสมาคมด้วยพวกพรานบ่อยๆ เป็นทุกข์ ท่านจงไปสู่ที่ที่พวกบุตรนาย พรานจะไม่เห็น. นาคราชนั้นได้ไปสู่ห้วงน้ำใสมีสีเขียวน่ารื่นรมย์ มีท่า ราบเรียบ ปกคลุมไปด้วยไม้หว้า และย่างทราย เป็นสัตว์ปลอดภัย มีปีติ เข้าไปยังนาคพิภพ. ดูกรพระจอมประชานิกร นาคราชนั้น ครั้นเข้าไปสู่ นาคพิภพแล้ว ไม่ช้าก็มีบริวารทิพย์มาปรากฏแก่อาตมภาพ บำรุงอาตมภาพ เหมือนบุตรบำรุงบิดาฉะนั้น กล่าวคำจับใจรื่นหูแก่อาตมภาพว่า. ข้าแต่ ท่านอฬาระ ท่านเป็นเหมือนมารดาบิดาของข้าพเจ้า เป็นดังดวงใจ เป็นผู้ ให้ชีวิต เป็นสหาย ข้าพเจ้าจึงกลับได้ฤทธิ์ของตน ข้าแต่ท่านอฬาระ ขอเชิญท่านไปเยี่ยมนาคพิภพของข้าพเจ้า ซึ่งมีภักษาหารมาก มีข้าวและ น้ำมากมาย ดังเทพนครของท้าววาสวะ ฉะนั้น.

ข้อ ๒๔๙๙

ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ อสกฺขรา เจว มุทู สภา จ นีจาติณา อปฺปรชา จ ภูมิ ปาสาทิกา ยตฺถ ชหนฺติ โสกํ ฯ อนาวกลา เวฬุริยูปนีลา จตุทฺทิสํ อมฺพวนํ สุรมฺมํ ปกฺกา จ เปสี จ ผลา สุผุลฺลา นิจฺโจตุกา ธารยนฺติ ผลานิ ฯ

นาคพิภพนั้นสมบูรณ์ด้วยภูมิภาค พื้นไม่มีกรวด อ่อนนุ่ม งาม มีหญ้า เตี้ยๆ ไม่มีธุลี นำมาซึ่งความเลื่อมใส เป็นที่ละความเศร้าโศกของคนผู้ เข้าไป. ในนาคพิภพนั้นมีสระโบกขรณีอันไม่อากูล เขียวชะอุ่มดังแก้ว ไพฑูรย์ มีต้นมะม่วงน่ารื่นรมย์ทั้ง ๔ ทิศ มีผลสุกกิ่งหนึ่ง ผลอ่อนกิ่ง หนึ่ง เผล็ดผลเป็นนิตย์.

ข้อ ๒๕๐๐

เตสํ วนานํ นรเทว มชฺเฌ นิเวสนํ ภสฺสรสนฺนิกาสํ รชตคฺคฬํ โสวณฺณมยํ อุฬารํ โอภาสติ วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ มณิมยา โสวณฺณมยา อุฬารา อเนกจิตฺตา สสตํ สุนิมฺมิตา ปริปูรา กญฺญาหิ อลงฺกตาหิ สุวณฺณกายูรธราหิ ราช ฯ โส สงฺขปาโล ตรมานรูโป ปาสาทมารุยฺห อโนมวณฺโณ สหสฺสถมฺภํ อตุลานุภาวํ ยตฺถสฺส ภริยา มเหสี อโหสิ ฯ เอกา จ นารี ตรมานรูปา อาทาย เวฬุริยมยํ มหคฺฆํ สุภํ มณึ ชาติมนฺตูปปนฺนํ อโจทิตา อาสนมพฺภิหาสิ ฯ ตโต มํ หตฺเถ อุรโค คเหตฺวา นิสีทยี ปามุขอาสนสฺมึ อิทมาสนํ อตฺร ภวํ นิสีทตุ ภวญฺหิ เม อญฺญตโร ครูนํ ฯ อญฺญา จ นารี ตรมานรูปา อาทาย วารึ อุปสงฺกมิตฺวา ปาทานิ ปกฺขาลยิ เม ชนินฺท ภริยาว ภตฺตู ปติโน ปิยสฺส ฯ อปรา จ นารี ตรมานรูปา ปคฺคยฺห โสวณฺณมยาย ปาติยา อเนกสูปํ วิวิธํ วิยญฺชนํ อุปนามยี ภตฺต มนุญฺญรูปํ ฯ ตุริเยหิ มํ ภารต ภุตฺตวนฺตํ อุปฏฺฐหุํ ภตฺตุ มโน วิทิตฺวา ตตุตฺตรึ มํ นิปตี มหนฺตํ ทิพฺเพหิ กาเมหิ อนปฺปเกหิ ฯ

ดูกรมหาบพิตรผู้ประเสริฐกว่านรชน ในท่ามกลางสวนเหล่านั้น มีนิเวศน์ เลื่อมภัสสรล้วนแล้วไปด้วยทองคำ มีบานประตูแล้วไปด้วยเงิน งาม รุ่งเรืองยิ่ง ดุจสายฟ้าในอากาศฉะนั้น. ขอถวายพระพร ในท่ามกลาง สวนเหล่านั้น เรือนยอดและห้องแล้วไปด้วยแก้วมณี แล้วไปด้วย ทองคำโอฬารวิจิตร เป็นอเนกประการ นิรมิตด้วยดี ติดต่อกันเต็มไป ด้วยนางนาคกัญญาทั้งหลายผู้ประดับแล้ว ล้วนทรงสายสร้อยทองคำ. สังขปาลนาคราชนั้นมีผิวพรรณไม่ทราม ว่องไว ขึ้นสู่ปราสาทมีเสา ประมาณ ๑,๐๐๐ ต้น มีอานุภาพชั่งไม่ได้ เป็นที่อยู่ของมเหสีแห่ง สังขปาลนาคราชนั้น. นารีนางหนึ่งว่องไว ไม่ต้องเตือนยกอาสนะ ล้วน แล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ มีค่ามากงดงาม สมบูรณ์ด้วยแก้วมีชาติดังแก้วมณี มาปูลาด. ลำดับนั้น นาคราชจูงมืออาตมภาพให้นั่งบนอาสนะอันเป็น ประธาน กล่าวว่า นี่อาสนะ เชิญท่านนั่งบนอาสนะนี้ เพราะว่าท่านเป็น ที่เคารพคนหนึ่งของข้าพเจ้า ในจำนวนท่านที่เคารพทั้งหลาย. ดูกร พระจอมประชานิกร นารีอีกนางหนึ่งก็ว่องไว ตักเอาน้ำเข้ามาล้างเท้าของ อาตมภาพ ดุจภรรยาล้างเท้าสามีที่รักฉะนั้น มีนารีอีกนางหนึ่งว่องไว ประคองภาชนะทองคำเต็มไปด้วยภัตตาหารน่าบริโภค มีสูปะหลายอย่าง มีพยัญชนะต่างๆ นำเข้ามาให้อาตมภาพ. ขอถวายพระพร นารีเหล่านั้น รู้จักใจสามี พากันบำรุง อาตมภาพผู้บริโภคแล้วด้วยดนตรีทั้งหลาย นาคราชนั้นก็เข้ามาหาอาตมภาพพร้อมด้วยทิพกามคุณมิใช่น้อย ใหญ่ยิ่ง กว่าการฟ้อนรำนั้น.

ข้อ ๒๕๐๑

ภริยา มเมตา ติสตา อฬาร สพฺพตฺตมชฺฌา ปทุมุตฺตราภา อฬาร เอตาสุ เต กามการา ททามิ เต ตา ปริจารยสฺสุ ฯ

ข้าแต่ท่านอฬาระ ภรรยาของข้าพเจ้าทั้ง ๓๐๐ นี้ ล้วนมีเอวอ้อนแอ้น มี รัศมีรุ่งเรืองดังกลีบปทุม นางเหล่านี้ จะเป็นผู้ทำความใคร่ให้ท่าน ข้าพเจ้าขอยกนางเหล่านี้ให้ท่าน ท่านจงให้นางเหล่านั้นบำเรอท่านเถิด.

ข้อ ๒๕๐๒

สํวจฺฉรํ ทิพฺพรสานุภุตฺวา ตทาสฺสุหํ อุตฺตริ ปจฺจภาสึ นาคสฺสิทํ กินฺติ กถญฺจ ลทฺธํ กถชฺฌคมาสิ วิมานเสฏฺฐํ ฯ อธิจฺจ ลทฺธํ ปรินามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ กถชฺฌคมาสิ วิมานเสฏฺฐํ ฯ

อาตมภาพได้เสวยรสอันเป็นทิพย์อยู่ปีหนึ่ง คราวนั้นอาตมภาพได้ไต่ถาม ถึงสมบัติอันยิ่งว่า ท่านพญานาคได้สมบัตินี้ด้วยอุบายอย่างไร ได้ วิมานอันประเสริฐอย่างไร? ได้โดยไม่มีเหตุหรือเกิดเพราะใครน้อมมา ให้แก่ท่าน ท่านกระทำเอง หรือว่าเทวดาให้ ดูกรพญานาคราช ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนั้นกะท่าน ท่านได้วิมานอันประเสริฐอย่างไร?

ข้อ ๒๕๐๓

นาธิจฺจ ลทฺธํ น ปริณามชํ เม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

ข้าพเจ้าได้วิมานนี้มิใช่โดยไม่มีเหตุ และมิใช่เกิดเพราะใครน้อมมาให้ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามิได้ทำเอง แม้เทวดาก็มิได้ให้ ข้าพเจ้าได้วิมานนี้ด้วย บุญกรรมอันไม่เป็นบาปของตน.

ข้อ ๒๕๐๔

กินฺเต วตํ กึ ปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อกฺขาหิ เม นาคราเชตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

พรตของท่านเป็นอย่างไร และพรหมจรรย์ของท่านเป็นไฉน นี้เป็นวิบาก แห่งกรรมอะไรที่ท่านประพฤติดีแล้ว ดูกรพญานาคราช ขอท่านจงบอก เนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้า ท่านได้วิมานนี้มาอย่างไรหนอ?

ข้อ ๒๕๐๕

ราชา อโหสึ มคธานมิสฺสโร ทุยฺโยธโน นาม มหานุภาโว โส อิตฺตรํ ชีวิตํ สํวิทิตฺวา อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมํ ฯ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปยํ ยานมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ เสยฺยมถนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ ตํ เม วตํ ตํ ปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก เตเนว เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ ฯ

ข้าพเจ้าเป็นพระราชาใหญ่กว่าชนชาวมคธ มีนามว่า ทุยโยธนะ มี อานุภาพมาก ทราบชัดว่า ชีวิตเป็นของน้อยไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไป เป็นธรรมดา. จึงเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำเป็นทานอัน ไพบูลย์โดยเคารพ วังของข้าพเจ้าในครั้งนั้นเป็นดุจบ่อน้ำ สมณพราหมณ์ ทั้งหลายก็อิ่มหนำสำราญในที่นั้น. ข้าพเจ้าได้ให้ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ประทีบ ยวดยาน ที่พัก ผ้านุ่งห่ม ที่นอน และข้าวน้ำ เป็นทานโดยเคารพ. นั่นเป็นพรต และเป็นพรหมจรรย์ของข้าพเจ้า นี้ เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้ว ข้าพเจ้าได้วิมานอันมี ภักษาหารเพียงพอ มีข้าวน้ำมากมาย เพราะวัตรและพรหมจรรย์นั้นแล.

ข้อ ๒๕๐๖

นจฺเจหิ คีเตหิ จุเปตรูปํ จิรฏฺฐิตีกํ น จ สสฺสตายํ อปฺปานุภาวา ตํ มหานุภาวํ เตชสฺสินํ หนฺติ อเตชวนฺโต กิเมว ทาฐาวุธ กึ ปฏิจฺจ หตฺถตฺถมาคจฺฉิ วนิพฺพกานํ ฯ ภยํ นุ เต อนฺวคตํ มหนฺตํ เตโช นุ เต นานฺวคตํ ทนฺตมูลํ กิเมว ทาฐาวุธ กึ ปฏิจฺจ กิเลสมาปชฺชิ วนิพฺพกานํ ฯ

วิมานนี้บริบูรณ์ด้วยการฟ้อนรำขับร้อง ตั้งอยู่ช้านาน แต่เป็นของไม่ เที่ยง บุตรนายพรานทั้งหลายผู้มีอานุภาพน้อย ไม่มีเดช ไยจึงเบียด เบียนท่านผู้มีอานุภาพมากมีเดชได้? ดูกรพญานาคราช เพราะอาศัยอะไร หรือท่านจึงตกอยู่ในเงื้อมมือของบุตรนายพรานทั้งหลาย ความกลัวใหญ่ ตามถึงท่าน หรือว่าพิษของท่านไม่แล่นไปยังรากเขี้ยว ดูกรพญานาคราช เพราะอาศัยอะไรหรือ ท่านจึงถึงความเศร้าหมองในสำนักของบุตรนาย พรานทั้งหลาย?

ข้อ ๒๕๐๗

น เม ภยํ อนฺวคตํ มหนฺตํ เตโช น สกฺกา มม เตภิหนฺตุํ สตญฺจ ธมฺมานิ สุกิตฺติตานิ สมุทฺทเวลาว ทุรจฺจยานิ ฯ จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ อฬาร อุโปสถํ นิจฺจมุปาวสามิ อถาคมุํ โสฬส โภชปุตฺตา รชฺชุํ คเหตฺวาน ทฬฺหญฺจ ปาสํ ฯ เภตฺวาน นาสํ อติกสฺส รชฺชุํ นยึสุ มํ สมฺปริคยฺห ลุทฺทา เอตาทิสํ ทุกฺขมหํ ติติกฺขํ อุโปสถํ อปฺปฏิโกปยนฺโต ฯ

ความกลัวใหญ่มิได้ตามถึงข้าพเจ้า บุตรนายพรานเหล่านั้นไม่สามารถจะ ทำลายเดชของข้าพเจ้า แต่ว่าธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายท่านประกาศไว้ ยากที่จะล่วงได้ เหมือนเขตแดนสมุทร ฉะนั้น ข้าแต่ท่านอฬาระ ข้าพเจ้าเข้าจำอุโบสถในวันจาตุททสีปัณณรสีเป็นนิตย์ ต่อมา บุตรนาย- พราน ๑๖ คนเป็นคนหยาบช้า ถือเอาเชือกและบ่วงอันมั่นคงมาแล้ว. แทงจมูกเอาเชือกร้อยช่วยกันหามข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าอดทนความทุกข์ เช่นนี้ ไม่ทำอุโบสถให้กำเริบ.

ข้อ ๒๕๐๘

เอกายเน ตํ ปเถ อทฺทสํสุ พเลน วณฺเณน จุเปตรูปํ สิริยา ปญฺญาย จ ภาวิโตสิ กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ

บุตรนายพรานเหล่านั้น ได้พบท่านผู้สมบูรณ์ด้วยกำลังและผิวพรรณ ที่ ทางเดินคนเดียว ดูกรพญานาคราช ท่านเป็นผู้เจริญด้วยศิริและปัญญา จะบำเพ็ญตบะเพื่อประโยชน์อะไรอีกเล่า?

ข้อ ๒๕๐๙

น ปุตฺตเหตุ น ธนสฺส เหตุ น อายุโน จาปิ อฬาร เหตุ มนุสฺสโยนึ อภิปตฺถยาโน ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรมิ ฯ

ข้าแต่ท่านอฬาระ ข้าพเจ้าบำเพ็ญตบะมิใช่เพราะเหตุแห่งบุตร มิใช่เพราะ เหตุแห่งทรัพย์ และมิใช่เพราะเหตุแห่งอายุ เพราะข้าพเจ้าปรารถนา กำเนิดมนุษย์ จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะ.

ข้อ ๒๕๑๐

ตฺวํ โลหิตกฺโข วิหตนฺตรํโส อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ สุโรสิโต โลหิตจนฺทเนน คนฺธพฺพราชาว ทิสา ปภาสสิ ฯ เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว สพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ เสยฺโย อิโต เกน มนุสฺสโลโก ฯ

ท่านเป็นผู้มีนัยน์ตาแดง มีรัศมีรุ่งเรือง ประดับตบแต่งแล้ว ปลงผม และหนวด ชโลมทาด้วยจุรณจันทร์แดง ส่องสว่างไปทั่วทิศ ดุจคน ธรรพราชาฉะนั้น. ท่านเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก พร้อมพรั่งไปด้วยกามารมณ์ทั้งปวง ดูกรพญานาคราช ข้าพเจ้าขอถาม เนื้อความนี้กะท่าน เหตุไรมนุษยโลกจึงประเสริฐกว่านาคพิภพนี้?

ข้อ ๒๕๑๑

อฬาร นาญฺญตฺร มนุสฺสโลกา สทฺธี ว สํวิชฺชติ สํยโม วา อหญฺจ ลทฺธาน มนุสฺสโยนึ กาหามิ ชาติมรณสฺส อนฺตํ ฯ

ข้าแต่ท่านอฬาระ นอกจากมนุษยโลก ความบริสุทธิ์หรือความสำรวม ย่อมไม่มี ถ้าข้าพเจ้าได้กำเนิดมนุษย์แล้ว จักกระทำที่สุดแห่งชาติและ มรณะ.

ข้อ ๒๕๑๒

สํวจฺฉโร เม วสโต ตวนฺติเก อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐิโตสฺมิ อามนฺตยิตฺวาน ปเลมิ นาค จิรปฺปวุฏฺโฐสฺมิ อหํ ชนินฺท ฯ

ข้าพเจ้าอยู่ในสำนักของท่านปีหนึ่งแล้ว เป็นผู้ที่ท่านบำรุงด้วยข้าวด้วยน้ำ ข้าพเจ้าขอลาท่าน ดูกรท่านผู้เป็นจอมนาค ข้าพเจ้าจากมนุษยโลกมา เสียนาน.

ข้อ ๒๕๑๓

ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ นิจฺจานุสิฏฺฐา อุปติฏฺฐเต ตํ กจฺจินุ เต นาภิสํสิตฺถ โกจิ ปิยญฺหิ เม ทสฺสนํ ตุยฺห อฬาร ฯ

ข้าแต่ท่านอฬาระ บุตร ภรรยา และชนบริวารข้าพเจ้าพร่ำสอนเป็นนิตย์ ให้บำรุงท่าน ใครมิได้แช่งด่าท่านแลหรือ ก็การได้พบเห็นท่านเป็นที่รัก ของข้าพเจ้า.

ข้อ ๒๕๑๔

ยถาปิ มาตุ จ ปิตุ อคาเร ปุตฺโต ปิโย ปฏิวิหิโต วเสยฺย ตโตปิ มยฺหํ อิธเมว เสยฺโย จิตฺตญฺหิ เต นาค มยิ ปสนฺนํ ฯ

ดูกรพญานาคราช บุตรผู้เป็นที่รักปฏิบัติมารดาบิดาอยู่ในเรือน แม้ด้วย ประการใด ท่านบำรุงข้าพเจ้าอยู่ในนาคพิภพนี้ ประเสริฐกว่าประการนั้น เพราะว่าจิตของท่านเลื่อมใสข้าพเจ้า.

ข้อ ๒๕๑๕

มณิ มมํ วิชฺชติ โลหิตงฺโค ธนาหโร มณิรตนํ อุฬารํ อาทาย ตฺวํ คจฺฉ สกํ นิเกตํ ลทฺธา ธนนฺตํ มณิโมสฺสชสฺสุ ฯ

แก้วทับทิม อันจะนำทรัพย์มาให้ตามประสงค์ของข้าพเจ้ามีอยู่ ท่านจง ถือเอามณีรัตน์อันโอฬารนั้นไปยังที่อยู่ของตน ได้ทรัพย์แล้วจงเก็บแก้ว มณีนั้น.

ข้อ ๒๕๑๖

ทิฏฺฐา มยา มานุสกาปิ กามา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมา อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา สทฺธายหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราช ฯ ทุมปฺผลาเนว ปตนฺติ มาณวา ทหรา จ วุฑฺฒา จ สรีรเภทา เอตํปิ ทิสฺวา ปพฺพชิโตมฺหิ ราช อปณฺณกํ สามญฺญเมว เสยฺโย ฯ

ขอถวายพระพร แม้กามคุณเป็นของมนุษย์ อาตมภาพได้เห็นแล้ว เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา อาตมภาพเห็นโทษใน กามคุณทั้งหลาย จึงออกบวชด้วยศรัทธา. ขอถวายพระพร ทั้งคนหนุ่ม คนแก่ย่อมมีสรีระทำลาย ร่วงหล่นไป เปรียบเหมือนผลไม้ฉะนั้น อาตมภาพเห็นคุณข้อนี้ว่า สามัญผลเป็นข้อปฏิบัติอันไม่ผิด ประเสริฐ จึงออกบวช.

ข้อ ๒๕๑๗

อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน นาคญฺจ สุตฺวาน ตุวญฺจฬาร กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ

ชนเหล่าใดเป็นพหูสูต ค้นคิดเหตุผลได้มาก ชนเหล่านั้นเป็นคนมีปัญญา บุคคลควรคบหาโดยแท้ทีเดียว ข้าแต่ท่านอฬาระ ข้าพเจ้าได้ฟังคำของ นาคราช และของท่านแล้วจักทำบุญไม่ใช่น้อย.

ข้อ ๒๕๑๘

อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน นาคญฺจ สุตฺวาน มมญฺจ ราช กโรหิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานีติ ฯ สงฺขปาลชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------

ขอถวายพระพร ชนทั้งหลายเป็นพหูสูต ค้นคิดเหตุผลได้มาก ชนเหล่า นั้นเป็นคนมีปัญญา บุคคลควรคบหาโดยแท้ทีเดียว ได้ทรงสดับเรื่อง ราวของนาคราช และของอาตมภาพแล้ว ขอจงทรงบำเพ็ญบุญให้มาก เถิด ขอถวายพระพร. จบ สังขปาลชาดกที่ ๔

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/