๑. ขรปุตตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๑. ขรปุตตชาดก (๓๘๖) ๒. ขรปุตตวรรค หมวดว่าด้วยม้าเกิดแต่ลา ๑. ขรปุตตชาดก (๓๘๖) ว่าด้วยม้าสินธพลูกลา (ม้าสินธพกล่าวกับแพะท้าวสักกะจำแลงว่า)
ได้ยินว่า เป็นความจริงที่บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวถึงแพะว่าเป็นสัตว์โง่ ดูเอาเถิด สัตว์โง่ไม่รู้จักกรรมที่ควรทำในที่ลับหรือที่แจ้ง (แพะท้าวสักกะจำแลงกล่าวว่า)
เจ้าม้าเพื่อนยาก เจ้าจงรู้เถิดว่า เจ้าช่างเป็นสัตว์โง่จริงๆ เพราะเจ้าถูกสนตะพายจนปากคดหน้าคว่ำ
เพื่อน ความโง่ของเจ้าอีกอย่างหนึ่ง คือถูกเขาปล่อยแล้วไม่หนีไป เพื่อนเอ๋ย แต่พระเจ้าเสนกะที่เพื่อนลากไปโง่กว่าเจ้าเสียอีก (ม้าสินธพฟังคำของแพะจำแลงแล้วจึงกล่าวว่า)
พญาแพะเพื่อนยาก ท่านรู้เหตุที่เราโง่ แต่พระเจ้าเสนกะโง่เพราะเหตุอะไร เราถามแล้ว เจ้าจงบอกเหตุนั้น (แพะท้าวสักกะจำแลงบอกว่า)
ผู้ใดได้ประโยชน์สูงสุด แล้วจะยกให้ภรรยา ด้วยการยกให้นั้น เขาจักต้องสละตน ส่วนภรรยานั้นจักไม่เป็นภรรยาของเขาอีก @เชิงอรรถ : @ ประโยชน์สูงสุด ในที่นี้หมายถึงมนต์วิเศษชื่อสัพพรุตชานนมนต์ คือมนต์รู้เสียงร้องของสรรพสัตว์@(ขุ.ชา.อ. ๕/๘๐/๗๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๒. สูจิชาดก (๓๘๗) (แพะท้าวสักกะจำแลงกล่าวอีกว่า)
พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน บุคคลผู้เช่นกับพระองค์ มาทอดทิ้งตัวเองด้วยคิดว่า เรามีสิ่งอันเป็นที่รัก ย่อมไม่ประสบสิ่งอันเป็นที่รักทั้งหลาย เพราะตนแลประเสริฐกว่า และยังประเสริฐกว่าสิ่งอันเป็นที่รักชั้นเยี่ยม บุรุษสั่งสมประโยชน์แล้วก็จะพึงได้ภรรยาอันเป็นที่รักในภายหลังขรปุตตชาดกที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒ ขุรปุตฺตวคฺโค ๑ ขุรปุตฺตชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. ขุรปุตตวรรค ๑. ขุรปุตตชาดก ว่าด้วยทำตนให้ไร้ประโยชน์
สจฺจํ กิเรวมาหํสุ กลกํ พาโลติ ปณฺฑิตา ปสฺส พาโล รโหกมฺมํ อาวิกุพฺพํ น พุชฺฌติ ฯ
เป็นความจริงทีเดียว ที่บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า แพะเป็นสัตว์โง่เขลา ดูเถิด แพะโง่เขลา มิได้รู้จักกรรมที่ควรทำในที่ลับและที่แจ้ง.
ตฺวํ นุ โข สมฺม พาโลสิ ขุรปุตฺต วิชานหิ รชฺชุยาหิ ปริกฺขิตฺโต วงฺโกฏฺโฐ โอหิโตมุโข ฯ
แน่ะม้าผู้เป็นสหาย ท่านจงรู้เถิดว่า ท่านเป็นสัตว์โง่เขลา เพราะท่าน นั่นแหละถูกเขาผูกด้วยเชือก มีปากคดถูกปิดหน้า.
อปรํปิ สมฺม เต พาลฺยํ โย มุตฺโต น ปลายสิ โส จ พาลตโร สมฺม ยํ ตฺวํ วหสิ เสนกํ ฯ
แน่ะสหาย ความโง่ของเจ้ายังมีอยู่อีก เจ้าเขาแก้ออกแล้วไม่หนีไปเสีย นั่นและชื่อว่า เจ้ายังมีโง่อยู่อีก แน่ะสหาย พระเจ้าเสนกะที่เจ้าพา ไปนั้นยังโง่ไปกว่าเจ้าเสียอีก.
ยนฺนุ สมฺม อหํ พาโล อชราช วิชานหิ อถ เกน เสนโก พาโล ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ดูกรพระยาแพะผู้สหาย ได้ยินว่า ท่านรู้ว่า เราเป็นสัตว์โง่เขลา แต่ พระเจ้าเสนกะ โง่เขลากว่า เพราะเหตุไรเล่า ขอเจ้าจงบอกเหตุที่เราถาม นั้นเถิด?
อุตฺตมตฺถํ ลภิตฺวาน ภริยาย โย ปทสฺสติ เตน ชหิสฺสตตฺตานํ สา เจวสฺส น เหสฺสติ ฯ
พระเจ้าเสนกะได้มนต์วิเศษชื่อว่า สัพพรุทชานนมนต์ แล้วประทาน มนต์นั้นแก่พระอัครมเหสี ทรงยอมสละพระองค์ ด้วยเหตุนั้น พระ- อัครมเหสีนั้น จักไม่เป็นพระเทวีของพระเจ้าเสนกะ เพราะฉะนั้น พระเจ้าเสนกะจึงทรงโง่เขลากว่าท่าน.
น ปิยมฺเมติ ชนินฺท ตาทิโส อตฺตํ นิรงฺกตฺว ปิยานิ เสวติ อตฺตาว เสยฺโย ปรมาว เสยฺโย ลพฺภา ปิยา โอจิตตฺเตน ปจฺฉาติ ฯ ขุรปุตฺตชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
ข้าแต่จอมประชาชน บุคคลผู้เช่นกับพระองค์ ทำตนให้ไร้ประโยชน์ ด้วยคิดว่า สิ่งนี้เป็นที่รักของเรา ชื่อว่า ไม่ซ่องเสพสิ่งที่เป็นที่รัก ทั้งหลาย ตนเท่านั้น ประเสริฐกว่าสิ่งที่ประเสริฐอย่างอื่น ภรรยาผู้เป็นที่ รักอันบุรุษผู้มีตนอันเจริญแล้วอาจจะได้ในภายหลัง. จบ ขุรปุตตชาดกที่ ๑.