๑. สาลิเกทารชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔) ๑๔. ปกิณณกนิบาต ๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔) ว่าด้วยนกแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่ (คนเฝ้านาถูกโกสิยพราหมณ์ถามแล้ว จึงได้กล่าวว่า)
ท่านโกสิยะ นาข้าวสาลีบริบูรณ์ดี แต่พวกนกแขกเต้าพากันมาจิกกิน ข้าพเจ้าขอบอกคืนนานะท่านพราหมณ์ เพราะไม่สามารถจะห้ามพวกมันได้
แต่บรรดานกแขกเต้าเหล่านั้น มีนกตัวหนึ่งสวยงามกว่านกเหล่านั้นทั้งหมด กินข้าวสาลีตามความพอใจแล้วยังคาบบินไปอีก (พราหมณ์ได้กล่าวกับคนเฝ้านาว่า)
เจ้าจงดักบ่วงหางสัตว์โดยวิธีที่นกนั้นจะติดบ่วง จับเป็นแล้วนำมาให้เรา (พญานกแขกเต้ารำพันอยู่ว่า)
นกทั้งหลายเหล่านั้นกิน ดื่มแล้วก็บินไป ส่วนเราตัวเดียวติดบ่วงอยู่ เราได้ทำความชั่วอะไรไว้หนอ (พราหมณ์กล่าวกับพญานกแขกเต้านั้นว่า)
นกตัวอื่นกินเฉพาะท้องเท่านั้น แต่เจ้ากินเกินท้อง เจ้ากินข้าวสาลีตามความพอใจแล้วยังคาบบินไปอีก
ฉางที่ป่าไม้งิ้วนั้นเจ้าบรรจุไว้จนเต็มหรือ หรือเจ้ามีเวรกับเรา เราถามแล้ว จงบอกเถิด เพื่อน เจ้าเก็บข้าวสาลีไว้ที่ไหน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔) (พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
ข้าพเจ้ามิได้มีเวรกับท่าน ฉางของข้าพเจ้าก็ไม่มี ข้าพเจ้าไปถึงยอดไม้งิ้วก็ชำระหนี้ และให้กู้ยืมหนี้ ทั้งยังฝังแม้ขุมทรัพย์ไว้ที่ยอดไม้งิ้วนั้นด้วย ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด ท่านโกสิยะ (พราหมณ์ถามพญานกแขกเต้าว่า)
การให้กู้ยืมหนี้และการชำระหนี้ของเจ้าเป็นเช่นไร เจ้าจงบอกถึงการฝังขุมทรัพย์มาซิ เมื่อเจ้าทำดังนั้น เจ้าก็จะพ้นจากบ่วง (พญานกแขกเต้าเมื่อตอบว่า)
ท่านโกสิยะ ข้าพเจ้ามีลูกอ่อนตัวเล็กๆ ขนปีกยังไม่งอก ลูกนกเล็กๆ เหล่านั้น ข้าพเจ้าได้เลี้ยงแล้ว จักเลี้ยงข้าพเจ้า เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงให้พวกเขากู้ยืมหนี้
พ่อแม่ของข้าพเจ้าแก่เฒ่า ผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว ข้าพเจ้าคาบรวงข้าวสาลีไปเพื่อท่านทั้ง ๒ นั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชำระหนี้ที่ท่านได้ให้กู้ยืมไว้ในกาลก่อน
ที่ป่าไม้งิ้วนั้น ยังมีนกอื่นๆ อีก ที่ทุพพลภาพ มีขนปีกหมดสิ้นแล้ว ข้าพเจ้าต้องการบุญ จึงให้รวงข้าวสาลีแก่นกเหล่านั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการทำบุญนั้นว่า เป็นขุมทรัพย์
การให้กู้ยืมหนี้และการชำระหนี้ของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าบอกการฝังขุมทรัพย์แก่ท่าน ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด ท่านโกสิยะ (พราหมณ์ฟังแล้วมีจิตเลื่อมใส จึงได้กล่าวว่า)
ปักษีนี้ดีหนอ เป็นนกแต่มีธรรมอย่างยอดเยี่ยม ในพวกมนุษย์บางเหล่าไม่มีธรรมนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๒. จันทกินนรีชาดก (๔๘๕)
เจ้าพร้อมกับพวกญาติทั้งหมด จงกินข้าวสาลีตามความพอใจเถิด เจ้านกแขกเต้า เราคงได้พบกันอีก เรายินดีที่จะพบเจ้า (พญานกแขกเต้าให้โอวาทว่า)
ข้าพเจ้าได้กินและดื่มในที่อยู่ของท่าน แต่ในเพื่อนบ้านของท่านไม่น่ายินดีนัก ท่านโกสิยะ ขอท่านจงให้อภัยทานในเหล่าสัตว์ผู้วางอาชญาแล้ว และจงเลี้ยงดูบิดามารดาผู้แก่เฒ่าเถิด (พราหมณ์มีใจยินดีเปล่งอุทานว่า)
วันนี้ โชคได้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว ที่เห็นนกตัวประเสริฐกว่านกทั้งหลาย เราได้ฟังวาจาสุภาษิตของนกแขกเต้าแล้ว จักทำบุญให้มาก (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความนั้นจึงตรัสว่า)
โกสิยพราหมณ์นั้นมีความยินดีเบิกบานใจ จัดแจงข้าวและน้ำ มีจิตผ่องใส เลี้ยงดูสมณะและพราหมณ์ทั้งหลายให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำสาลิเกทารชาดกที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปกิณฺณกนิปาตชาตกํ ๑ สาลิเกทารชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ปกิณณกนิบาตชาดก ๑. สาลิเกทารชาดก ว่าด้วยนกแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่
สมฺปนฺนํ สาลิเกทารํ สุวา ภุญฺชนฺติ โกสิย ปฏิเวเทมิ เต พฺรหฺเม น เต วาเรตุมุสฺสเห เอโก จ ตตฺถ สกุโณ โย เนสํ สพฺพสุนฺทโร ภุตฺวา สาลึ ยถากามํ ตุณฺเฑนาทาย คจฺฉติ ฯ
ข้าแต่ท่านโกสิยะ นาข้าวสาลีบริบูรณ์ดี แต่นกแขกเต้าทั้งหลายพากัน มากินเสีย ข้าพเจ้าขอคืนนานั้นให้แก่ท่าน เพราะข้าพเจ้าไม่อาจจะห้าม นกแขกเต้าเหล่านั้นได้ ก็ในนกแขกเต้าเหล่านั้น มีนกแขกเต้าตัวหนึ่ง งามกว่าทุกๆ ตัว กินข้าวสาลีตามต้องการแล้วยังคาบเอาไปด้วยจะงอย ปากอีก.
อุชฺฌนฺตุ วาลปาสานิ ยถา พชฺเฌถ โส ทิโช ชีวญฺจ นํ คเหตฺวาน อานเยหิ มมนฺติเก ฯ
เจ้าจงดักบ่วงพอที่จะให้นกนั้นติดได้ แล้วจงจับนกนั้นทั้งยังเป็นมาให้ เราเถิด.
เอเต ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ปกฺกมนฺติ วิหงฺคมา เอโก พทฺโธสฺมิ ปาเสน กึ ปาปํ ปกตํ มยา ฯ
ฝูงนกเหล่านั้นกิน และดื่มแล้ว ย่อมพากันบินไป เราผู้เดียวติดบ่วง เราทำบาปอะไรไว้?
อุทรํ นูน อญฺเญสํ สุว อจฺโจทรํ ตว ภุตฺวา สาลึ ยถากามํ ตุณฺเฑนาทาย คจฺฉสิ ฯ โกฏฺฐนฺนุ ตตฺถ ปูเรสิ สุว เวรนฺนุ เต มยา ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ กุหึ สาลึ นิเธยฺยสิ ฯ
ดูกรนกแขกเต้า ท้องของเจ้าเห็นจะใหญ่กว่าท้องของนกเหล่าอื่นเป็น แน่ เจ้ากินข้าวสาลีตามต้องการแล้ว ยังคาบเอาไปด้วยจะงอยปากอีก? ดูกรนกแขกเต้า เจ้าจะบรรจุฉางในป่าไม้งิ้วนั้นให้เต็มหรือ หรือว่า เจ้ากับเรามีเวรกันมา สหายเอ๋ย เราถามเจ้าแล้ว ขอเจ้าจงบอกแก่เรา เถิด เจ้าฝังข้าวสาลีไว้ที่ไหน?
น เม เวรํ ตยา สทฺธึ โกฏฺโฐ มยฺหํ น วิชฺชติ อิณํ มุญฺจามิณํ ทมฺมิ สมฺปตฺโต โกฏิสิมฺพลึ นิธึปิ ตตฺถ นิทหามิ เอวํ ชานาหิ โกสิย ฯ
ข้าพเจ้ากับท่านมิได้มีเวรกัน ฉางของข้าพเจ้าก็ไม่มี ข้าพเจ้านำเอาข้าว สาลีของท่านไปถึงยอดงิ้วแล้ว ก็เปลื้องหนี้เก่า ให้เขากู้หนี้ใหม่ และ ฝังขุมทรัพย์ไว้ที่ป่างิ้วนั้น ข้าแต่ท่านโกสิยะ ขอท่านจงทราบอย่างนี้ เถิด.
กีทิสํ เต อิณทานํ อิณโมกฺโข จ กีทิโส นิธินิธานมกฺขาหิ อถ ปาสา ปโมกฺขสิ ฯ
การให้กู้หนี้ของท่านเป็นเช่นไร และการเปลื้องหนี้ของท่านเป็นเช่นไร ท่านจงบอกวิธีฝังขุมทรัพย์ แล้วท่านจะหลุดพ้นจากบ่วงได้?
อชาตปกฺขา ตรุณา ปุตฺตกา มยฺหํ โกสิย เต มํ ภตา ภริสฺสนฺติ ตสฺมา เตสํ อิณํ ทเท ฯ มาตา ปิตา จ เม วุฑฺฒา ชิณฺณกา คตโยพฺพนา เตสํ ตุณฺเฑน หาตูน มุญฺเจ ปุพฺพกตํ อิณํ ฯ อญฺเญปิ ตตฺถ สกุณา ขีณปกฺขา สุทุพฺพลา เตสํ ปุญฺญตฺถิโก ทมฺมิ ตํ นิธึ อาหุ ปณฺฑิตา ฯ อีทิสํ เม อิณทานํ อิณโมกฺโข จ อีทิโส นิธินิธานมกฺขามิ เอวํ ชานาหิ โกสิย ฯ
ข้าแต่ท่านโกสิยะ บุตรน้อยทั้งหลายของข้าพเจ้ายังอ่อน ขนปีกยังไม่ ขึ้น บุตรเหล่านั้นข้าพเจ้าเลี้ยงมาแล้ว เขาจักเลี้ยงข้าพเจ้าบ้าง เพราะ เหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชื่อว่าให้บุตรเหล่านั้นกู้หนี้ มารดาและบิดาของ ข้าพเจ้าแก่เฒ่าล่วงกาลผ่านวัยไปแล้ว ข้าพเจ้าคาบเอาข้าวสาลีไปด้วย จะงอยปาก เพื่อท่านเหล่านั้น ชื่อว่าเปลื้องหนี้ที่ท่านทำไว้ก่อน อนึ่ง นกเหล่าอื่นที่ป่าไม้งิ้วนั้น มีขนปีกอันหลุดหมดแล้ว เป็นนกทุพพล- ภาพ ข้าพเจ้าต้องการบุญ จึงได้ให้ข้าวสาลีแก่นกเหล่านั้น บัณฑิต ทั้งหลายกล่าวการทำบุญนั้นว่า เป็นขุมทรัพย์. การให้กู้หนี้ของข้าพเจ้า เป็นเช่นนี้ การเปลื้องหนี้ของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าบอกการฝัง ขุมทรัพย์ไว้เช่นนี้ ข้าแต่ท่านโกสิยะ ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด.
ภทฺทโก วตายํ ปกฺขี ทิโช ปรมธมฺมิโก เอกจฺเจสุ มนุสฺเสสุ อยํ ธมฺโม น วิชฺชติ ฯ ภุญฺช สาลึ ยถากามํ สห สพฺเพหิ ญาติภิ ปุนปิ สุว ปสฺเสมุ ปิยํ เม ตว ทสฺสนํ ฯ
นกตัวนี้ดีจริงหนอ เป็นนกมีธรรมชั้นเยี่ยม ในมนุษย์บางพวกยังไม่มี ธรรมเช่นนี้เลย. เจ้าพร้อมด้วยญาติทั้งมวล จงกินข้าวสาลีตามความ ต้องการเถิด ดูกรนกแขกเต้า เราขอเห็นเจ้าแม้อีกต่อไป การที่ได้เห็น เจ้าเป็นที่พอใจของเรา.
ภุตฺตญฺจ ปีตญฺจ ตวสฺสมมฺหิ รตฺติญฺจ โน โกสิย เต สกาเส นิกฺขิตฺตทณฺเฑสุ ททาหิ ทานํ ชิณฺเณ จ มาตาปิตโร ภรสฺสุ ฯ
ข้าแต่ท่านโกสิยะ ข้าพเจ้าได้กิน และดื่มแล้วในที่อยู่ของท่าน ท่าน เป็นที่พึ่งพำนักของพวกเราทุกวันคืน ขอท่านจงให้ทานในท่านที่มีอาชญา อันวางแล้ว และจงเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่าแล้วด้วย.
ลกฺขี วต เม อุทปาทิ อชฺช โยหํ อทสฺสํ ปรมํ ทิชานํ สุวสฺส สุตฺวาน สุภาสิตานิ กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
วันนี้ สง่าราศรีเกิดขึ้นแก่เราแล้วหนอ ที่เราได้เห็นท่านผู้เป็นยอดแห่ง ฝูงนก เพราะได้ฟังคำสุภาษิตของนกแขกเต้า เราจักทำบุญให้มาก.
โส โกสิโย อตฺตมโน อุทคฺโค อนฺนญฺจ ปานญฺจภิสงฺขริตฺวา อนฺเนน ปาเนน ปสนฺนจิตฺโต สนฺตปฺปยิ สมณพฺราหฺมเณ จาติ ฯ สาลิเกทารชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
โกสิยพราหมณ์นั้น มีใจเบิกบานร่าเริงผ่องใส จัดแจงข้าวและน้ำไว้ แล้ว เลี้ยงดูสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าว และน้ำ. จบ สาลิเกทารชาดกที่ ๑.