๗. ลฏุกิกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๗. ลฏุกิกชาดก (๓๕๗) ๗. ลฏุกิกชาดก (๓๕๗) ว่าด้วยนางนกไส้ (นางนกไส้ประคองปีกยืนข้างหน้าพญาช้างโพธิสัตว์แล้วกล่าวว่า)
พญาช้าง ข้าพเจ้าขอไหว้ท่าน ผู้มีกำลังเสื่อมถอยโดยกาลที่มีอายุ ๖๐ ปี ผู้อยู่ในป่า เป็นจ่าโขลง เพียบพร้อมด้วยยศ ข้าพเจ้าขอไหว้ท่านด้วยปีกทั้ง ๒ ข้าง ขอท่านอย่าได้ฆ่าลูกน้อยผู้ด้อยกำลังของข้าพเจ้า (นางนกไส้นั้นกล่าวต้อนรับพญาช้างนั้นผู้เที่ยวไปตามลำพังเชือกเดียวว่า)
พญาช้าง ข้าพเจ้าขอไหว้ท่านผู้เที่ยวไปผู้เดียว อยู่ในป่า หากินตามเชิงเขา ข้าพเจ้าขอไหว้ท่านด้วยปีกทั้ง ๒ ข้าง ขอท่านอย่าได้ฆ่าลูกน้อยผู้ด้อยกำลังของข้าพเจ้า (พญาช้างไดัฟังคำของนางนกไส้นั้น จึงกล่าวว่า)
นี่นางนกไส้ เราจะฆ่าลูกน้อยของเจ้า เจ้ามีกำลังน้อยจะทำอะไรได้ เราจะใช้เท้าซ้ายบดขยี้นกไส้เช่นเจ้า แม้ตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ ตัวให้แหลกราญ (นางนกไส้แอบอยู่ที่กิ่งไม้กล่าวคุกคามพญาช้างนั้นว่า)
กำลังไม่ใช่ว่าจะทำกิจให้สำเร็จทุกอย่าง เพราะว่า คนโง่เขลามีกำลังไว้เพื่อฆ่าผู้อื่นและตนเอง พญาช้าง ข้าพเจ้าจะทำความหายนะให้แก่ท่าน ที่ฆ่าลูกน้อยผู้ด้อยกำลังของเรา @เชิงอรรถ : @ คำว่า ยศ หมายถึงบริวาร (ขุ.ชา.อ. ๔/๓๙/๔๔๗) @ พญาช้าง ในที่นี้ชาติต่อมาคือพระเทวทัต (ขุ.ชา.อ. ๔/๔๓/๔๕๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๐๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๘. จูฬธัมมปาลชาดก (๓๕๘) (พระศาสดาทรงประมวลชาดก ตรัสพระคาถานี้ว่า)
ท่านจงดูกา นางนกไส้ กบ และแมลงวันหัวเขียว สัตว์เหล่านี้ได้ฆ่าช้างแล้ว จงดูการจองเวรของคนคู่เวรทั้งหลาย เพราะฉะนั้น พวกเธออย่าก่อเวรกับใครๆ แม้กับคนไม่เป็นที่รักเลยลฏุกิกชาดกที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ ลฏุกิกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. ลฏุกิกชาดก คติของคนมีเวร
วนฺทามิ ตํ กุญฺชรํ สฏฺฐิหายนํ อารญฺญกํ ยูถปตึ ยสสฺสึ ปกฺเขหิ ตํ ปญฺชลิกํ กโรมิ มา เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
ดิฉันขอไหว้พญาช้างผู้มีกำลังเสื่อมในกาลที่มีอายุได้หกสิบปีแล้ว ผู้อยู่ ในป่า เป็นเจ้าโขลง เพรียบพร้อมด้วยบริวารยศนั้น ดิฉันขอทำอัญชลี ท่านด้วยปีกทั้งสอง ขอท่านอย่าได้ฆ่าลูกน้อยๆ ของฉันผู้มีกำลังทุรพล เสียเลย.
วนฺทามิ ตํ กุญฺชรํ เอกจารึ อารญฺญกํ ปพฺพตสานุโคจรํ ปกฺเขหิ ตํ ปญฺชลิกํ กโรมิ มา เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
ดิฉันขอไหว้พญาช้างผู้เที่ยวไปเชือกเดียว ผู้อยู่ในป่า เที่ยวหาอาหาร กินตามเชิงภูเขา ดิฉันขอทำอัญชลีท่านด้วยปีกทั้งสอง ขอท่านอย่าได้ ฆ่าลูกน้อยๆ ของดิฉันผู้มีกำลังทุรพลเสียเลย.
วธิสฺสามิ เต ลฏุกิเก ปุตฺตกานิ กึ เม ตฺวํ กาหสิ ทุพฺพลาสิ สตสหสฺสานิปิ ตาทิสีนํ วาเมน ปาเทน ปปฺโปถเยยฺยํ ฯ
แน่ะนางนกไส้ เราจะฆ่าลูกน้อยของเจ้าเสีย เจ้ามีกำลังน้อยจักทำ อะไรเราได้ เราจะขยี้นกไส้อย่างเจ้าตั้งแสนตัวให้ละเอียดไปด้วยเท้า ข้างซ้าย.
นเหว สพฺพตฺถ พเลน กิจฺจํ พลํ หิ พาลสฺส วธาย โหติ กริสฺสามิ เต นาคราช อนตฺถํ โย เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
กิจที่จะพึงทำด้วยกำลังกาย ย่อมสำเร็จในที่ทั้งปวง เพราะกำลังกายของ คนพาล ย่อมมีเพื่อฆ่าคนอื่น แน่ะพญาช้าง ผู้ใด ฆ่าลูกน้อยๆ ของเรา ผู้มีกำลังทุรพล เราจักทำสิ่งที่ไม่ใช่ความเจริญให้แก่ผู้นั้น.
กากญฺจ ปสฺส ลฏุกิกํ มณฺฑูกํ นีลมกฺขิกํ เอเต นาคํ อฆาเตสุํ ปสฺส เวรสฺส เวรินํ ตสฺมา หิ เวรํ น กยิราถ อปฺปิเยนปิ เกนจีติ ฯ ลฏุกิกชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
ท่านจงดูกา นางนกไส้ กบ และแมลงวันหัวเขียว สัตว์ทั้งสี่เหล่านี้ ได้ร่วมใจกันฆ่าช้างเสียได้ ท่านจงเห็นคติของคนมีเวรแก่คนมีเวร ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล ท่านทั้งหลาย อย่าได้กระทำเวรกับใครๆ ถึง จะไม่เป็นที่รักใคร่กันเลย. จบ ลฏุกิกชาดกที่ ๗.