๕. อาสังกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๕. อาสังกชาดก (๓๘๐) ๕. อาสังกชาดก (๓๘๐) ว่าด้วยอาสังกากุมาริกา (นางอาสังกากุมาริกากราบทูลพระราชาว่า)
เถาวัลย์ชื่ออาสาวดีเกิดแล้วในอุทยานจิตรลดาวัน เถาวัลย์นั้น ๑,๐๐๐ ปี จึงจะออกผลหนึ่ง
แม้นานถึงเพียงนั้นจึงจะมีผล ทวยเทพก็ยังพากันไปเยือนอุทยานนั้นเนืองๆ ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด เพราะว่าความหวังที่ยังมีผลเป็นความสุข
ปักษาทิชาชาติยังมีความหวังอยู่ร่ำไป ความหวังของมันที่มีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้นก็ยังสำเร็จได้ ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด เพราะว่าความหวังที่มีผลเป็นความสุข (พระราชาตรัสบอกเหตุที่จะไปกับนางอาสังกากุมาริกาว่า)
หล่อนให้ฉันเอิบอิ่มด้วยคำพูดเท่านั้น หาให้ฉันเอิบอิ่มด้วยการกระทำไม่ เหมือนดอกหงอนไก่มีสีสวย แต่ไม่มีกลิ่น
ผู้ใดเมื่อไม่ให้ ไม่เสียสละโภคทรัพย์ ดีแต่พูดคำอ่อนหวานซึ่งไม่มีผลในมิตรทั้งหลาย ความสัมพันธ์ของผู้นั้นกับมิตรย่อมจืดจาง
ควรพูดถึงแต่สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ไม่ควรทำ คนไม่ทำ ดีแต่พูด บัณฑิตย่อมรู้ทัน
กำลังของเราหมดสิ้นแล้วหนอ เสบียงก็ไม่มี สงสัยจะตายเป็นแน่ อย่ากระนั้นเลย เราจะไปกันเดี๋ยวนี้แหละ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๓๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๑. อวาริยวรรค ๖. มิคาโลปชาดก (๓๘๑) (พระนางอาสังกากุมาริกาเทวีได้สดับพระราชดำรัสนั้น จึงกราบทูลว่า)
คำว่า อาสังกา นั่นแหละเป็นชื่อของหม่อมฉัน ข้าแต่มหาราชผู้จอมทัพ ขอพระองค์ทรงคอยก่อน หม่อมฉันขอบอกลาบิดาก่อน อาสังกชาดกที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ อาสงฺกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. อาสังกชาดก ว่าด้วยความหวัง
อาสาวตี นาม ลตา ชาตา จิตฺตลตาวเน ตสฺสา วสฺสสหสฺเสน เอกํ นิพฺพตฺตเต ผลํ ฯ
เถาวัลย์ชื่อว่าอาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา เถาวัลย์อาสาวดีนั้น นับได้ ๑,๐๐๐ ปี จึงเกิดผลสักครั้งหนึ่ง.
ตํ เทวา ปยิรุปาสนฺติ ตาว ทูรผเล สติ อาสึเสว ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ
เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น พวกเทวดาก็ยังหมั่นเข้าไปดูเถาวัลย์นั้น เสมอ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังย่อม มีผลเป็นความสุข.
อาสึสเถว โส ปกฺขี อาสึสเถว โส ทิโช ตสฺเสวาสา สมิชฺฌตฺถ ตาว ทูรคตา สติ อาสึเสว ตุวํ ราช อาสา ผลวตี สุขา ฯ
นกยังหวังสำเร็จได้เมื่อผลมีอยู่ห่างไกลถึงเพียงนั้น ความหวังของนกนี้ ยังสำเร็จได้ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงหวังไว้เถิด ความหวังมี ผลเป็นความสุข.
สมฺเปสิ โข มํ วาจาย น จ สมฺเปสิ กมฺมุนา มาลา เสเรยฺยกสฺเสว วณฺณวนฺตา อคนฺธิกา ฯ
เจ้ายังให้เราเอิบอิ่มด้วยถ้อยคำ แต่ไม่ยังเราให้เอิบอิ่มไปด้วยการกระทำ เปรียบเหมือนดอกหงอนไก่ มีแต่สี ไม่มีกลิ่น ฉะนั้น.
อผลํ มธุรํ วาจํ โย มิตฺเตสุ ปกุพฺพติ อททํ อวิสฺสชํ โภคํ สนฺธิ เตนสฺส ชีรติ ฯ
บุคคลใด ไม่ให้ ไม่แบ่งปันโภคสมบัติลงได้ ย่อมพูดวาจาที่อ่อนหวาน แต่ไร้ผลในมิตรทั้งหลาย ความสนิทสนมกับบุคคลนั้น ย่อมไม่ยืดยาว.
ยํ หิ กยิรา ตํ หิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท อกโรนฺตํ ภาสมานํ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ
บุคคลทำสิ่งใด พึงพูดถึงสิ่งนั้น ไม่พึงทำสิ่งใด ไม่พึงกล่าวถึงสิ่งนั้น บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมติเตียนคนดีแต่พูดแต่ไม่ทำ
พลญฺจ วต เม ขีณํ ปาเถยฺยญฺจ น วิชฺชติ สงฺเก ปาณูปโรธาย หนฺททานิ วชามหํ ฯ
เมื่อเราจะอยู่ในที่นี้อีกต่อไป พลนิกายของเราก็ร่อยหรอลงไป ทั้งเสบียง อาหารก็จะไม่มี เรารังเกียจถึงชีวิตของตนเองจะไม่ยั่งยืน ผิฉะนั้น เรา ขอลาไปเดี๋ยวนี้.
เอตเทว หิ เม นามํ ยํ นามสฺมึ รเถสภ อาคเมหิ มหาราช ปิตรํ อามนฺตยามหนฺติ ฯ อาสงฺกชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
ข้าแต่พระมหาราชผู้ประเสริฐ พระดำรัสที่พระองค์ตรัสนี้แล เป็นชื่อ ชื่อของหม่อมฉัน ขอพระองค์เสด็จไปตรัสบอกชื่อของหม่อมฉันกับ บิดาเถิด. จบ อาสังกชาดกที่ ๕.