๑. คันธารชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๑. คันธารชาดก (๔๐๖) ๒. คันธารวรรค หมวดว่าด้วยคันธารดาบส ๑. คันธารชาดก (๔๐๖) ว่าด้วยคันธารดาบสโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ต่อว่าวิเทหดาบสว่า)
ท่านละทิ้งหมู่บ้านจำนวนถึง ๑๖,๐๐๐ หมู่บ้าน และเรือนคลังที่บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ บัดนี้ ยังทำการสะสมอยู่อีก (วิเทหดาบสแย้งว่า)
ท่านละแคว้นคันธาระซึ่งมีทรัพย์และน้ำดื่มสมบูรณ์ เลิกจากการสั่งสอน ทำไม เดี๋ยวนี้จึงยังสั่งสอนอยู่ในที่นี้อีกเล่า (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ท่านเวเทหดาบส ข้าพเจ้ากล่าวธรรม ข้าพเจ้าไม่พอใจอธรรมเลย บาปย่อมไม่แปดเปื้อนข้าพเจ้าผู้กล่าวธรรม (วิเทหดาบสกล่าวว่า)
แม้หากวาจาจะมีประโยชน์มาก แต่ผู้อื่นได้รับความขัดเคืองใจ เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง วาจานั้นบัณฑิตก็ไม่ควรจะกล่าว @เชิงอรรถ : @ กล่าวธรรม ในที่นี้หมายถึงกล่าวความเป็นจริง (ขุ.ชา.อ. ๕/๗๘/๑๘๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๖๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๒. มหากปิชาดก (๔๐๗) (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
บุคคลเมื่อถูกตักเตือนจะโกรธหรือไม่โกรธก็ตาม หรือจะโปรยความโกรธเช่นกับโปรยแกลบทิ้งก็ตาม แต่บาปก็ไม่แปดเปื้อนข้าพเจ้าผู้กล่าวธรรม (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
หากชนจำนวนมากไม่มีความรู้เป็นของตน หรือไม่ได้ศึกษาวินัยอย่างดี ก็จะพึงเที่ยวไปเหมือนกระบือบอดเที่ยวไปในป่า
ก็แหละเพราะบุคคลบางพวกในโลกนี้ ได้ศึกษาดีแล้วในสำนักของอาจารย์ ฉะนั้น จึงเป็นผู้มีวินัยได้รับการแนะนำแล้ว มีจิตตั้งมั่นดีแล้วเที่ยวไป คันธารชาดกที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒ คนฺธารวคฺโค ๑ คนฺธารชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. คันธารวรรค ๑. คันธารชาดก
หิตฺวา คามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โสฬส โกฏฺฐาคารานิ ผีตานิ สนฺนิธินฺทานิ กุพฺพสิ ฯ
ท่านสละหมู่บ้านอันบริบูรณ์ถึงหมื่นหกพันตำบล และคลังที่เต็มไปด้วย ทรัพย์มาแล้ว บัดนี้ ทำไมยังมาทำการสะสมเพียงก้อนเกลืออีกเล่า?
หิตฺวา คนฺธารวิสยํ ปหูตธนปานิยํ ปสาสนิโต นิกฺขนฺโต อิธทานิ ปสาสสิ ฯ
ท่านสู้สละคันธารวิสัย อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์มากมาย เลิกการสั่งสม มาแล้ว บัดนี้ ทำไมยังมาสอนข้าพเจ้าให้สั่งสมในที่นี้อีกเล่า?
ธมฺมํ ภณามิ เวเทห อธมฺโม เม น รุจฺจติ ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
ดูกรท่านวิเทหดาบส ข้าพเจ้าย่อมกล่าวแต่คำที่เป็นธรรม ข้าพเจ้าไม่พอ ใจกล่าวคำที่ไม่เป็นธรรม เมื่อข้าพเจ้ากล่าวคำที่เป็นธรรมอยู่ บาปย่อม ไม่เข้ามาติดอยู่เลย.
เยนเกนจิ วณฺเณน ปโร ลภติ รุปฺปนํ มหตฺถิยมฺปิ เจ วาจํ น ตํ ภาเสยฺย ปณฺฑิโต ฯ
บุคคลอื่นได้รับความโกรธเคือง เพราะถ้อยคำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงหาก ถ้อยคำนั้นจะมีประโยชน์มาก บัณฑิตก็ไม่ควรกล่าว.
กามํ รุปฺปตุ วา มา วา ภูสํ วา วิกิริยฺยตุ ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
บุคคลทำกรรมที่ไม่สมควร เมื่อถูกตักเตือนอยู่ จะโกรธเคืองก็ตาม ไม่ โกรธเคืองก็ตาม หรือจะทิ้งเสียเหมือนโปรยข้าวลีบก็ตาม เมื่อข้าพเจ้า กล่าวคำที่เป็นธรรมอยู่ บาปย่อมไม่เข้าติดอยู่เลย.
โน เจ อสฺส สกา พุทฺธิ วินโย วา สุสิกฺขิโต วเน อนฺธมหึโสว จเรยฺย พหุโก ชโน ฯ
ถ้าสัตว์เหล่านี้ไม่พึงมีปัญญาของตนเอง หรือไม่พึงได้ศึกษาวินัยดีแล้ว ชนเป็นอันมากก็จะเที่ยวไป เหมือนกระบือตาบอดเที่ยวไปในป่า ฉะนั้น.
ยสฺมา จ ปนิเธกจฺเจ อาเจรมฺหิ สุสิกฺขิตา ตสฺมา วินีตวินยา ธีรา จรนฺติ สุสมาหิตาติ ฯ คนฺธารชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
ก็แลบุคคลบางพวกในโลกนี้ ได้ศึกษาวินัยมาเป็นอย่างดีในสำนักอาจารย์ เพราะฉะนั้น เขาทั้งหลาย จึงมีวินัยอันอาจารย์แนะนำแล้ว เป็น นักปราชญ์ มีจิตตั้งมั่นดี เที่ยวไป. จบ คันธารชาดกที่ ๑.